เรียนภาษาจีนจากบทเพลง
เรียนภาษาจีนจากบทเพลง
ดร.ถวิล อรัญเวศ
ลักษณะเด่นของภาษาจีนที่เป็น
มรดกวัฒนธรรมจีน (Chinese cultural heritage)
ภาษาจีนมีลักษณะที่แตกต่างกับภาษาอื่น ๆ ที่ใช้กันในโลกหลายประการ โดยเฉพาะกับภาษาที่มีตัวสะกดและออกเสียงตามตัวสะกด รูปแบบการเขียนตัวหนังสือจีนมีวิวัฒนาการมานับพันปีและมี
การเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา เป็นภาษารูปภาพ ธรรมชาติ
เช่น ดวงอาทิตย์ ต้นไม้ รูปคน ฯลฯ
แม้ต่อมาจะมีการประดิษฐ์ตัวสะกดที่ใช้สัญลักษณ์ที่เรียกว่า “พินอิน” แต่ตัวสะกดเหล่านี้เป็นสิ่งที่ประดิษฐ์ขึ้นเพื่อช่วยในการออกเสียงและเอื้อประโยชน์ในการค้นหาตัวหนังสือตามเสียงอ่าน
ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นภาษาพูดหรือภาษาเขียน ผู้พูดหรือผู้เขียนคงต้องใช้ภาษาที่เป็นตัวอักษรจีนโดยไม่ใช้ตัวสะกดที่เป็นพินอิน ทั้งนี้เพราะภาษาจีนมีตัวหนังสือที่ออกเสียงเหมือนกันแต่ก็มีความหมายแตกต่างกันอยู่เป็นจำนวนมากหลายคำ การแสดงเพียงวิธีการอ่านออกเสียงโดยพินอินอาจสร้างความสับสนได้
ลักษณะเด่นของภาษาจีนสรุปได้ดังนี้คือ
1. ภาษาจีนเป็นภาษาที่เขียนออกมาเป็นคำโดด ๆ โดยไม่มีตัวสะกด คำในภาษาจีนเป็นคำพยางค์เดียว อ่านออกเสียงเดียว แม้บางคำอาจอ่านออกเสียงแตกต่างกันในสถานการณ์ที่ต่างกัน
2. ตัวหนังสือแต่ละตัวในภาษาจีนแสดงความหมายโดยตัวของมันเอง
บางตัวมีความหมายหลายอย่างทั้ง ๆ ที่เขียนเหมือนกัน (บางครั้งคำที่เขียนเหมือนกันแต่มีความหมายต่างกันก็ออกเสียงแตกต่างกัน)
3. คำในภาษาจีนที่ออกเสียงเหมือนกัน แต่ก็มีวิธีเขียนที่แตกต่างกันและมีความหมายต่างกันมีอยู่เป็นจำนวนมาก บางทีเมื่อมีการพูดภาษาจีนเพียงหนึ่งหรือสองคำ คนฟังอาจเข้าใจความหมายผิดไป
4. ตัวหนังสือจีนแม้เขียนต่างกันเพียงเล็กน้อย ความหมายก็อาจแตกต่างกันมาก ดังนั้น ผู้เรียนภาษาจีนจะต้องหมั่นสังเกตว่า ตัวหนังสือแต่ละตัวมีวิธีการเขียนอย่างไร และตัวหนังสือที่มี
การเขียนที่แตกต่างกันเพียงเล็กน้อยมีความหมายและมีวิธีการใช้ที่แตกต่างกันอย่างไร
5 การอ่านออกเสียงก็เช่นกัน อ่านผิดไปเพียงเล็กน้อยก็จะมีความหมายที่แตกต่างกัน
ในภาษาจีนมีเสียงสูงต่ำหรือวรรณยุกต์อยู่สี่เสียงคือ
“อิน หยัง สั่ง ชวี่” เทียบได้กับเสียงสามัญ จัตวา เอกและโทในภาษาไทย (เช่น กา ก๋า ก่า ก้า)
คำที่ออกเสียงเหมือนกัน ต่างกันเพียงวรรณยุกต์ ก็มีความหมายที่แตกต่างกัน ในเรื่องนี้อาจไม่เป็นปัญหาสำหรับคนไทย เพราะภาษาไทยก็มีวรรณยุกต์และมีอยู่ถึงห้าเสียง แต่การออกเสียงที่มีสูงต่ำแตกต่างกันของภาษาจีน มักสร้างปัญหาให้กับคนอเมริกาหรือคนยุโรป เพราะในภาษาของเขา แม้มีการเน้นคำในการออกเสียง แต่ไม่มีการใช้วรรณยุกต์ที่มีเสียงสูงเสียงต่ำที่แตกต่างกัน
6. ในภาษาจีนอาจมีสองหรือสามคำที่ใช้ร่วมกัน สิ่งของหรือเรื่องราวต่าง ๆ อาจมีชื่อเรียกขานโดยใช้คำสองหรือสามคำหรือมากกว่านั้น ในกลุ่มคำที่แสดงความหมายสิ่งของหรือเรื่องราว อาจมีตัวหนังสือหรือคำที่ทำหน้าที่เป็นคุณศัพท์ คำเชื่อม คำบุรพบท หรือคำวิเศษ หรือเป็นตัวที่เสริมความหมายให้ชัดเจนขึ้น
7. ไวยากรณ์ในภาษาจีนมีความเรียบง่ายไม่สลับซับซ้อนเหมือนภาษาอังกฤษและภาษาอื่นที่มีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบของคำหรือประโยคตามกาลเวลา (tense) จำนวน (number) และเพศ(gender) แต่ในภาษาจีนไม่มีการเปลี่ยนแปลงในลักษณะเช่นนี้ คำในภาษาจีนจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบไม่ว่าคำ ๆ นั้น จะเป็นประธานหรือกรรมในประโยคและการแสดงเวลาที่แตกต่างกัน หลักภาษาหรือไวยกรณ์ของภาษาจีนจึงไม่ยุ่งยาก สิ่งที่ชาวต่างชาติที่เรียนภาษาจีนเห็นว่าภาษาจีนเรียนยาก อาจเป็นเพราะตัวหนังสือจีนเขียนยากและอ่านออกเสียงยาก เพราะมีวรรณยุกต์คือเสียงสูงและเสียงต่ำที่แตกต่างกัน และต้องจำตัวอักษรหรือตัวหนังสือนับหลายพันคำ แต่ความยากของภาษาจีนไม่ได้เกิดจากหลักภาษาที่มีความยุ่งยากสลับซับซ้อน
8. ภาษาจีนแต่ละคำ นอกจากมีความหมายได้หลายอย่างแล้ว ยังมีความหมายที่ลึกซึ้ง คำบางคำถ้าจะอธิบายให้ชัดเจนต้องใช้เวลานาน และต้องมีคำอธิบายที่ยืดยาว การเรียนภาษาจีนนับตั้งแต่สมัยโบราณเป็นต้นมามักเริ่มจากการเรียนรู้ตัวหนังสือ โดยผู้สอนจะอธิบายความหมายของตัวหนังสือแต่ละตัว บทเรียนที่ใช้มักเป็นบทกลอนหรือคำสอนที่เป็นประโยค การสอนภาษาจีนให้แก่เด็ก ๆ นอกจากการสอนหนังสือแล้ว อาจแฝงการสอนทางด้านจริยธรรมด้วย
9. ตัวหนังสือจีนมีจำนวนมากที่เมื่อเห็นแล้วอาจจะรู้หรือพอบอกได้ว่า ตัวอักษรนี้มีความหมายอย่างไรหรือเกี่ยวกับเรื่องอะไร นอกจากตัวหนังสือที่ดัดแปลงมาจากรูปภาพแล้ว ยังมีตัวหนังสือที่มีส่วนประกอบที่บ่งบอกประเภทของคำ เช่น เกี่ยวกับน้ำ ต้นไม้ หรือเกี่ยวกับคน ในตัวหนังสือจีนแต่ละตัวอาจมีหลายส่วน ส่วนที่อยู่ข้างซ้าย ขวา บนหรือล่าง มักบ่งบอกถึงลักษณะหรือประเภทของคำว่า เกี่ยวกับน้ำ ไม้ โลหะ หรือเกี่ยวกับมนุษย์ และส่วนประกอบอีกส่วนหนึ่งอาจบ่งบอกถึงวิธีการออกเสียง
ในภาษาจีนมีตัวหนังสือที่จัดอยู่ในประเภทที่บ่งบอกถึงรูปและเสียง (สิงเซิงจื้อ 形声字) เป็นจำนวนมาก กล่าวกันว่าประมาณร้อยละ 80 ของอักษรจีน จัดอยู่ในตัวหนังสือประเทศนี้ สิง(形) แปลว่ารูป เซิง (声) แปลว่าเสียง ในตัวหนังสือที่จัดอยู่ในประเภทรูปและเสียงนี้ประกอบด้วยส่วนที่เป็นรูปที่บ่งบอกว่าหนังสือตัวนี้เกี่ยวข้องกับเรื่องอะไรและส่วนที่เป็นเสียงที่ชี้ให้เห็นถึงวิธีการออกเสียง ผู้ที่ไม่เคยเห็นตัวหนังสือนี้มาก่อน เมื่อเห็นแล้ว ก็อาจพอเดาได้ว่าหนังสือตัวนี้ออกเสียงอย่างไรและเกี่ยวกับเรื่องอะไร
10. ตัวหนังสือจีนดูเหมือนว่ามีอยู่เป็นจำนวนมาก แต่แท้ที่จริง ตัวอักษรจีนเมื่อเทียบกับภาษาอื่นเช่นภาษาอังกฤษหรือฝรั่งเศสแล้ว มีจำนวนที่น้อยกว่ามาก นอกจากนั้นภาษาจีนยังมีข้อจำกัดในการเลียนแบบการออกเสียงภาษาอื่น ๆ เพราะภาษาจีนไม่มีคำ
ควบกล้ำและมีรูปแบบการออกเสียงที่จำกัด การเขียนชื่อคนและสถานที่ที่เป็นภาษาต่างประเทศออกมาเป็นภาษาจีนจึงไม่สามารถเขียนเป็นตัวหนังสือจีนที่ออกเสียงได้เช่นเดียวกับการออกเสียงในภาษาเดิมได้อย่างชัดเจน อย่างดีก็มีการออกเสียงที่ใกล้เคียงกับภาษาเดิมมากที่สุด แต่เมื่อฟังดูแล้วอาจไม่เข้าใจ นอกจากมีการเขียนภาษาต่างประเทศกำกับอยู่ด้วย
ภาษาจีน ก็เป็นภาษาที่แปลกเหมือนกัน
เป็นภาษารูปภาพ จากธรรมชาติ ไม่มี
การแจกลูกผสมคำ อักษรตัวหนึ่งที่
เป็นต้นอักษร สามารถแตกลูกแตกกอ
เป็นความหมายต่าง ๆ ได้
จากการฟังเพลงจีน นักร้องหญิง
ร้องทำเสียงออดอ้อน เน้นจังหวะทำนอง
ถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกได้ดีมาก จึงอยากรู้ว่า
เธอร้องเพลงเกี่ยวกับอะไร เลยไปถามอาจารย์กู
(Google) และก็ได้รับคำตอบออกมาอย่างนี้
แม้จะไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์แต่ก็พอจะรู้ว่า
เธอสื่อสารออกทางบทเพลงเกี่ยวกับอะไร
เป็นการพรรณนาเกี่ยวกับการทำอาชีพ
ที่ประสบผลสำเร็จ มีการอวยพร ขอบคุณ
และอ้างอิงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เคารพนักถือ
ได้ช่วยดลบันดานให้สำเร็จ
Yoyo Chinese ได้สอนความหมายของ
บทเพลง The Moon Represents My Heart
(月亮代表我的心) ในภาษาจีน
โดยแยกให้เห็นคำต่อคำ ประโยคต่อประโยค
จนทำให้สามารถเข้าใจได้เป็นอย่างดี ตัวอย่าง
wǒ ài nǐ yǒu jǐ fēn
我爱你有几分
我愛你有幾分
How much I really love you
wǒ de qíng yě zhēn
我的情也真
我的情也真
My affection is real
wǒ de ài yě zhēn
我的爱也真
我的愛也真
My love is real
yuè liang dài biǎo wǒ de xīn
月亮代表我的心
月亮代表我的心
The moon represents my heart
nǐ wèn wǒ ài nǐ yǒu duō shēn
你问我爱你有多深
你問我愛你有多深
You ask me how deep my love for you is
wǒ ài nǐ yǒu jǐ fēn
我爱你有几分
我愛你有幾分
How much I really love you
wǒ de qíng bù yí
我的情不移
我的情不移
My affection will not waver
wǒ de ài bú biàn
我的爱不变
我的愛不變
My love will not change
yuè liang dài biǎo wǒ de xīn
月亮代表我的心
月亮代表我的心
The moon represents my heart
qīng qīng de yí ge wěn
轻轻的一个吻
輕輕的一個吻
One soft kiss
yǐ jīng dǎ dòng wǒ de xīn
已经打动我的心
已經打動我的心
Has already moved my heart
shēn shēn de yí duàn qíng
深深的一段情
深深的一段情
Our time of deep affection
jiào wǒ sī niàn dào rú jīn
叫我思念到如今
叫我思念到如今
Has made me miss you ever since then
nǐ wèn wǒ ài nǐ yǒu duō shēn
你问我爱你有多深
你問我愛你有多深
You ask me how deep my love for you is
wǒ ài nǐ yǒu jǐ fēn
我爱你有几分
我愛你有幾分
How much I really love you
nǐ qù xiǎng yi xiǎng
你去想一想
你去想一想
Think about it
nǐ qù kàn yi kàn
你去看一看
你去看一看
Take a look
yuè liang dài biǎo wǒ de xīn
月亮代表我的心
月亮代表我的心
The moon represents my heart
qīng qīng de yí ge wěn
轻轻的一个吻
輕輕的一個吻
One soft kiss
yǐ jīng dǎ dòng wǒ de xīn
已经打动我的心
已經打動我的心
Has already moved my heart
shēn shēn de yí duàn qíng
深深的一段情
深深的一段情
Our time of deep affection
jiào wǒ sī niàn dào rú jīn
叫我思念到如今
叫我思念到如今
Has made me miss you ever since then
nǐ wèn wǒ ài nǐ yǒu duō shēn
你问我爱你有多深
你問我愛你有多深
You ask me how deep my love for you is
wǒ ài nǐ yǒu jǐ fēn
我爱你有几分
我愛你有幾分
How much I really love you
nǐ qù xiǎng yi xiǎng
你去想一想
你去想一想
Think about it
nǐ qù kàn yi kàn
你去看一看
你去看一看
Take a look
yuè liang dài biǎo wǒ de xīn
月亮代表我的心
月亮代表我的心
The moon represents my heart
nǐ qù xiǎng yi xiǎng
你去想一想
你去想一想
Think about it
nǐ qù kàn yi kàn
你去看一看
你去看一看
Take a look
yuè liang dài biǎo wǒ de xīn
月亮代表我的心
月亮代表我的心
จากการฟังเพลงจีน นักร้องหญิง
ร้องทำเสียงออดอ้อน เน้นจังหวะทำนอง
ถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกได้ดีมาก จึงอยากรู้ว่า
เธอร้องเพลงเกี่ยวกับอะไร เลยไปถามอาจารย์กู
(Google) และก็ได้รับคำตอบออกมาอย่างนี้
แม้จะไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์แต่ก็พอจะรู้ว่า
เธอสื่อสารออกทางบทเพลงเกี่ยวกับอะไร
เป็นการพรรณนาเกี่ยวกับการทำอาชีพ
ที่ประสบผลสำเร็จ มีการอวยพร ขอบคุณ
และอ้างอิงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เคารพนักถือ
ได้ช่วยดลบันดาลให้สำเร็จ
บทเพลงภาษาจีน
太平年呀 年呀年太平唷
家家呀户户 点呀点红灯唷
红灯照上高粱屯 屯呀嘛高粱是黄金唷
太平年呀 年呀年太平哟
欢欢呀唱唱 庆呀庆丰年哟
今年田里收成好 明年更有好收成哟
太平年呀年太平 拜过天地拜过神哟
但愿上苍来保佑呀 年年丰收又雨顺哟
收成好呀 好呀好收成唷
兄弟呀姐妹啊 扎呀扎花巾唷
一条花巾一条心 不怕呀辛苦要耕耘唷
太平年呀 年呀年太平哟
家家呀户户 点呀点红灯哟
红灯照上高粱屯 屯呀嘛高粱是黄金哟
太平年呀 年呀年太平唷
欢欢呀唱唱 庆呀庆丰年唷
今年田里收成好 明年更有好收成唷
太平年呀年太平 拜过天地拜过神唷
但愿上苍来保佑呀 年年丰收又雨顺唷
收成好呀 好呀好收成哟
兄弟呀姐妹啊 扎呀扎花巾哟
一条花巾一条心 不怕呀辛苦要耕耘哟
แปลเป็นภาษาไทย
ปีไทปิง ใช่ ปีแห่งสันติภาพ
ทุกบ้าน ทุกบ้าน เปิดไฟแดง
แสงสีแดงส่องบนเกาเหลียงทุน ธัญญะ ข้าวฟ่างเป็นสีทอง
ปีไทปิง ปีแห่งสันติภาพ
ร้องเพลงและร้องเพลง
การเก็บเกี่ยวในทุ่งในปีนี้จะดี จะมีการเก็บเกี่ยวที่ดีในปีหน้า
ปีไทปิง ปีใหม่ไทปิง บูชาสวรรค์และดิน บูชาเทพเจ้า
ฉันหวังว่าพระเจ้าจะอวยพรคุณ
เก็บเกี่ยวดี เก็บเกี่ยวดี พี่น้อง
หนึ่งผ้าขนหนูดอกไม้และหนึ่งหัวใจ
ปีไทปิง ปีแห่งสันติภาพ
ทุกบ้าน ทุกบ้าน เปิดไฟแดง
แสงสีแดงส่องบนเกาเหลียงทุน ธัญญะ ข้าวฟ่างเป็นสีทอง
ปีไทปิง ร้องเพลงและร้องเพลง
การเก็บเกี่ยวในทุ่งนาในปีนี้จะดี และจะมีการเก็บเกี่ยวที่ดีในปีหน้า
ปีไทปิง ปีไทปิง บูชาสวรรค์และโลก
ฉันหวังว่าพระเจ้าจะอวยพรคุณ
เก็บเกี่ยวดี เก็บเกี่ยวดี พี่น้อง
หนึ่งผ้าขนหนูดอกไม้และหนึ่งหัวใจ
แหล่งที่มาข้อมูล
