ทองเนื้อเก้า


ทองเนื้อเก้า

ทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ทั่วโลกยอมรับ ถือเป็นโลหะที่มีค่าในตัวของมันเอง ในสมัยศตวรรษที่ 14 -16 ชาวตะวันตกเห็นว่าทองคำเป็นสิ่งเดียวที่สร้างความมั่งคั่งได้ จึงทำให้เกิดการออกล่าอาณานิคมเพื่อแสวงหาวัตถุดิบ ซึ่งหากค้นพบเหมืองแร่ทองคำในประเทศอาณานิคม ก็สามารถจะขนกลับมาสร้างความมั่นคงให้กับอาณาจักรของตนเองได้

ดังนั้นตั้งแต่ยุคกลางของยุโรปเป็นต้นไป ทองคำจึงเป็นสิ่งมีค่าที่ใช้เพื่อการสร้างและสะสมความมั่งคั่งของชาติอีกด้วย แม้แต่ในสังคมไทยก็นับว่าทองคำเป็นสินทรัพย์ที่มีค่าสูง ซึ่งต้องเก็บรักษาอย่างดี และนิยมสะสมทองคำเพื่อความมั่งคั่งเช่นกัน เห็นได้จากสำนวนไทย เช่น "มีเงินนับเป็นน้อง มีทองนับเป็นพี่" หรือ " มีทองเท่าหนวดกุ้ง นอนสะดุ้งจนเรือนไหว"

ทองคำเป็นสินค้าโภคภัณฑ์ที่มีการซื้อขายกันเกือบทุกตลาดการค้าและการลงทุน เพราะไม่ว่าทองคำนั้นจะผลิตจากแหล่งใดในโลก ก็มีราคาซึ่งกำหนดเป็นมาตรฐานทั้งในแง่น้ำหนักและระดับความบริสุทธิ์ ที่ทำการซื้อขายแลกเปลี่ยนกัน การค้าขายทองคำมีมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย โดยมีหลักฐานจากศิลาจารึกหลักที่ 1 ของพ่อขุนรามคำแหงมหาราช บันทึกไว้ ดังนี้
" เมื่อชั่วพ่อขุนรามคำแหง เมืองสุโขทัยนี้ดี ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว เจ้าเมืองบ่เอาจกอบ ในไพร่ลู่ทาง เพื่อจูงวัวไปค้า ขี่ม้าไปขาย ใครจักใคร่ค้าช้างค้า ใครจักใคร่ค้าม้าค้า ใครจักใคร่ค้าเงินค้าทองค้า ไพร่ฟ้าหน้าใส"

ทองคำที่ซื้อขายกันในปัจจุบัน มี 2 ลักษณะ คือ ทองคำแท่งและทองรูปพรรณ

ทองคำแท่ง มีลักษณะเป็นแท่งสี่เหลี่ยม มีลายด้านหน้าแตกต่างกันไปตามยี่ห้อและน้ำหนัก เป็นที่นิยมและเหมาะแก่การลงทุนเพื่อเก็งกำไร หรือเหมาะแก่การเก็บสะสมเป็นสมบัติสำรอง มีข้อดีคือหากต้องการขายเมื่อไรก็ได้ราคาใกล้เคียงหรือเต็มราคาที่ตั้งไว้ ส่วนข้อเสียคือไม่สามารถใช้สวมใส่ได้

ทองรูปพรรณ นิยมนำมาทำเป็นเครื่องประดับ เช่น สร้อยคอ แหวน เข้มขัด และอื่นๆ เรทราคาจะขึ้นอยู่กับน้ำหนักและลวดลายของทองคำเป็นสำคัญ นิยมซื้อเป็นของขวัญในโอกาสพิเศษต่างๆ ข้อดีของทองรูปพรรณ คือ เริ่มต้นใช้เงินในการซื้อไม่มาก สามารถนำมาสวมใส่และซื้อเป็นของสะสมหรือทรัพย์สินสำรองได้ ส่วนข้อเสียคือมักขายได้ในราคาในราคาที่ต่ำกว่าตอนซื้อ เพราะจะต้องหักค่ากำเหน็จและค่าสึกหรอจากการสวมใส่

ปัจจุบันนี้มีหน่วยวัดน้ำหนัก คุณภาพของทองคำเป็นกะรัต (Karat) ในอดีตสมัยรัชกาลที่ 5 ไม่ได้มีการวัดน้ำหนักความบริสุทธิ์ของเนื้อทองเป็นกะรัต แต่ใช้การตั้งพิกัดราคา เป็นการกำหนดคุณภาพทองคำของไทย ตามปริมาณของเนื้อทองคำบริสุทธิ์ที่มีอยู่ในทองรูปพรรณน้ำหนัก 1 บาท โดยมีการจำแนกประเภททองคำและราคาดังนี้


ทองเนื้อสี่ หมายถึง ทองคำหนักหนึ่งบาท ราคา 4บาท

ทองเนื้อห้า หมายถึง ทองคำหนักหนึ่งบาท ราคา 5 บาท

ทองเนื้อหก หมายถึง ทองคำหนักหนึ่งบาทราคา 6 บาท

ทองเนื้อเจ็ด หมายถึง ทองคำหนักหนึ่งบาท ราคา 7 บาท

ทองเนื้อแปด หมายถึง ทองคำหนักหนึ่งบาท ราคา 8 บาท

ทองเนื้อเก้า หมายถึง ทองคำหนักหนึ่งบาท ราคา 9 บาท

ทองเนื้อเก้า จึงใช้เป็นชื่อเรียกที่บ่งบอกถึงคุณภาพ ความบริสุทธิ์ของทองคำในอดีต โดยเริ่มตั้งแต่ ทองเนื้อสี่ ไปจนถึง ทองเนื้อเก้า ทองเนื้อสี่จะเป็นทองที่มีคุณภาพต่ำที่สุด คือ ทองคำน้ำหนัก 1 บาท จะมีมูลค่าการซื้อขายเพียง 4 บาทเท่านั้น ส่วนทองเนื้อเก้า เป็นทองคำที่มีเนื้อทองบริสุทธ์มากที่สุด และมีราคาแพงที่สุด มีสีเหลืองอร่าม เนื้อทองสุกปลั่ง สีเหลืองอมแดง เป็นทองธรรมชาติซึ่งรู้จักกันในชื่อ ทองชมพูนุท ทองนพคุณ ทองเนื้อเก้า

การสำรวจหาทองบางสะพาน

ประเทศไทยมีแหล่ง"ทองเนื้อเก้า"ที่มีชื่อเสียง อยู่ที่ อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ทองคำบริสุทธ์จากที่นี่จึงเรียกกันติดปากว่า "ทองบางสะพาน" จนเป็นที่มาของคำขวัญประจำจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ว่า

"เมืองทองเนื้อเก้า มะพร้าวสับปะรด สวยสดหาดเขาถ้ำ
งามล้ำน้ำใจ"

ทองบางสะพานมีชื่อเสียงและรู้จักกันดี จนมีผู้กล่าวว่า ทองบางสะพานเป็นทองคำเนื้อดีที่สุดของไทยและของโลก ทองที่พบเป็นทองธรรมชาติเห็นเป็น Nuggest (ทองที่ขุดได้โดยไม่ต้องถลุง) อย่างชัดเจน เหลืองอร่าม สุกปลั่งและเนื้อทองอ่อน ทองร้อยเปอร์เซ็น เป็น ทองเนื้อเก้า เรียกว่า "นพคุณเนื้อเก้า" เชื่อกันว่าป้องกันภยันตรายและภูติผีปีศาจได้ดี

ทองบางสะพานเป็นทองที่รู้จักกันเป็นอย่างดีมาตั้งแต่สมัยโบราณ ในเสภาขุนช้างขุนแผน ตอน กำเนิดพลายงาม นางวันทองเตรียมข้าวของให้พลายงามหนีภัยจากการปองร้ายของขุนช้าง เดินทางไปอยู่กับนางทองประศรี ดังนี้

"...จึงเย็บไถ้ใส่ขนมกับส้มลิ้ม
ทั้งแช่อิ่มจันอับลูกพลับหวาน
แหวนทองห้าชั่งทองบางตะพาน
ล้วนต้องการเก็บใส่ในไถ้น้อย..."

โคลงนิราศนรินทร์ ได้กล่าวถึงทองบางสะพาน ดังนี้

"บางสะพานสะพาดพื้น  สะพานทอง
ฤๅสะพานสุวรรณรอง  รับเจ้า
อ้าโฉมแม่มาฉลอง  พิมพ์มาศ นี้ฤๅ
รอยร่อนเหลือป่าเฝ้า  แนบเนื้อนพคุณ


บางสะพานสะพาดพื้น ทองปาง ก่อนแฮ
รอยชะแลงระลุราง  ร่อนกลุ้ม
ระลึกโฉมแม่แบบบาง  บัวมาศ กูเอย
ควรแผ่แผ่นทองหุ้ม  ห่อไว้หวังสงวน"

สำนวน " ทองเนื้อเก้า" หมายถึง คนดี ที่สามารถดำรงตนเป็นคนดีได้ ไม่ว่าจะอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เลวร้ายอย่างไร

ที่มาของสำนวน "ทองเนื้อเก้า" มาจากคุณลักษณะของทองคำบริสุทธิ์ซึ่งเป็นโลหะอ่อนและเหนียว สามารถตีแผ่ให้เป็นแผ่นบางมากๆ เพื่อทำเป็นเครื่องประดับและของใช้ต่างๆได้ รวมถึงลักษณะของเนื้อทองที่มีสีเหลืองสว่างสดใส และมีความสุกปลั่งเป็นประกายมันวาวสะดุดตา ไม่ว่าจะฝังอยู่ในดิน โคลน หรือน้ำ ก็ไม่เกิดสนิมหรือหมองได้ง่าย ยังคงคุณค่าของทองคำบริสุทธิ์ไม่เปลี่ยนแปลง 

ตัวอย่าง
วันเฉลิมเติบโตท่ามกลางสิ่งแวดล้อมที่ไม่ดี แต่ประสบความสำเร็จในชีวิตได้ ทั้งนี้ก็เพราะความเป็นทองเนื้อเก้านั่นเอง

ทองเนื้อเก้าอย่างเด็กคนนี้ ถึงอย่างไรก็เป็นทองอยู่วันยังค่ำ

ดูหนังดูละครแล้วย้อนดูราคาทองคำวันนี้นะคะ

ราคาทองคำวันที่ 22 กันยายน 2564

ทองคำแท่ง

ขายออกบาทละ 28,150 บาท

รับซื้อบาทละ 28,050 บาท

ทองรูปพรรณ

ขายออกบาทละ 28,650 บาท

รับซื้อบาทละ 27,545.72 บาท

ขอบคุณภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต

หมายเลขบันทึก: 692536เขียนเมื่อ 22 กันยายน 2021 14:18 น. ()แก้ไขเมื่อ 22 กันยายน 2021 20:22 น. ()สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี