สวัสดีค่ะ ทุกคนเคยรู้จักโรคกลัวการกลืนกันมั้ยคะ ? 

 

     วันนี้เรามีข้อมูลดีๆมานำเสนอสำหรับคนที่กำลังอยู่ในภาวะกลัวการกลืนหรือยังไม่เคยรู้จักโรคนี้มาก่อนเลย เพื่อเป็นข้อมูลให้คุณสามารถจัดการกับความกลัวนี้ได้และมีสุขภาพที่ดีมากยิ่งขึ้นค่ะ

ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับโรคนี้กันก่อนเลยดีกว่านะคะ

      Phagophobiaหรือโรคกลัวการกลืน ทำให้เกิดความวิตกกังวลอย่างรุนแรงในผู้ป่วยเมื่อรับประทานอาหารหรือทานยาทางปาก คิดว่าตนเองไม่สามารถกลืนอาหารได้ และท้ายที่สุดอาจจะทำให้ไม่กินอาหารอย่างสมบูรณ์แบบ


      โรคกลัวการกลืนส่วนใหญ่มักเกิดขึ้นจากภาวะกลืนลำบากหรือเคยมีประวัติการสำลักอาหารและกลืนอาหารไม่ลง ซึ่งจากสาเหตุดังกล่าวจะส่งผลให้บุคคลนั้นขาดสารอาหารหรือได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ และจะส่งผลเสียต่อสุขภาพเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ยังรวมไปถึงการกลัวการรับประทานอาหารในที่สาธารณะ ซึ่งจะทำให้การเข้าร่วมทางสังคมเปลี่ยนไปอีกด้วย

ดังนั้นวันนี้เรามีวิธีดีๆมานำเสนอ เพื่อช่วยให้คุณกลับมากลืนอาหารได้อย่างสบายใจและไม่วิตกกังวลค่ะ

แต่ก่อนที่จะไปฝึกกัน เรามาประเมินตัวเองกันก่อนดีกว่าว่าเรามีความวิตกกังวลกับการกลืนในระดับใด? 

    ก่อนการกลืนอาหาร ให้อยู่ในท่าที่สบาย ไม่ก้มคอ ไม่กอดอก ไม่ไขว้ขา และจับชีพจรตัวเอง 1 นาที  (ระดับปกติอยู่ในช่วง 80-100 ครั้ง/นาที) หากมากเกินกว่าระดับปกติ ให้ทำการคลายความวิตกกังวลก่อนการรับประทานอาหาร

 

ขั้นที่ 1 คลายความวิตกกังวลก่อนรับประทานอาหาร

ให้คุณจินตนาการการถึงการรับประทานอาหารอย่างเอร็ดอร่อย และปรับภาพในหัวให้ชัด หากมีภาพที่กล้าๆกลัวๆขึ้นมา ให้พูดกับตัวเองดังๆว่า “ลบออกไป มั่นใจ กลืนได้ดี ลบออกไป มั่นใจ กลืนได้ดี ลบออกไป มั่นใจ กลืนได้ดี” และปล่อยลมให้ใจออกทางปากยาวๆ 3 ครั้ง ในท่าคอตรง ก้มคอเล็กน้อย กลืนน้ำลาย คอตรง หายใจเข้าแล้วออกทางจมูก นับเป็น 1 รอบ แล้วทำต่ออีก 2 รอบ เมื่อลองวัดชีพจรอีกครั้งแล้วอยู่ในระดับปกติ ให้ทำการฝึกในขั้นตอนถัดไป


ขั้นที่ 2 บริหารกล้ามเนื้อในการเคี้ยวอาหารให้แข็งแรง ป้องกันการสำลัก

  1. บริการริมฝีปากและแก้ม - ให้ทำปากเป็นรูปแบบต่างๆ พร้อมออกเสียง อา อี อู โดยเน้นที่การขยับปากแบบกว้าง หรือกักลมไว้ในปากให้แก้มป่อง แล้วค่อยๆปล่อยลมออกช้าๆ
  2. บริหารขากรรไกร - ปิดริมฝีปากแล้วเคลื่อนขากรรไกรล่างไปด้านซ้าย-ขวา แล้วค้างไว้ 5 วินาที หรือเคลื่อนไหวขากรรไกรในลักษณะการเคี้ยว ทำซ้ำ รอบละ 5-10 ครั้ง
  3. บริหารลิ้น - ใช้ลิ้นแตะกระพุ้งแก้ม 2 ข้างสลับกัน หรือพูด “ลาลาลา” “คาคาคา” ซ้ำหลายๆรอบ

และนอกจากนี้ยังต้องฝึกการไออย่างตั้งใจเพื่อป้องกันการสำลัก โดยฝึกสูดลมหายใจเข้า กลั้นไว้ 1-2วินาที แล้วไออกมาก 3-5 ครั้ง (ในผู้ที่มีปัญหาความดันและทางเดินหายใจควรระวังเป็นพิเศษและมีญาติหรือผู้เชี่ยวชาญดูแลอย่างใกล้ชิด)


ขั้นที่ 3 ฝึกการกลืนอาหารในรูปแบบต่างๆเป็นเวลา 21 วันดังนี้

  • วันที่ 1-3 ฝึกการกลืนอาหารเหลว ไหลเหมือนน้ำ โดยใช้หลอดดูดบริเวณด้านข้างข้างเช่น น้ำเปล่า น้ำสมุนไพรน้ำผลไม้เจือจาง
  • วันที่ 4-6 ฝึกการกลืนอาหารหนืดน้อย โดยใช้หลอด เช่น นมเปรี้ยว นมขาดมันเนย
  • วันที่ 7-9 ฝึกกลืนอาหารเหลวข้นโดยใช้ช้อน เช่น ซุปข้น ร่วมกับเครื่องดื่ม เช่น น้ำผลไม้เข้มข้น สมูตตี้
  • วันที่ 10-12 ฝึกกลืนอาหารบดละเอียด โดยใช้ช้อน เช่น  ข้าวบดละเอียด ไข่ตุ๋น เต้าฮวย ร่วมกับเครื่องดื่ม เช่นโยเกิร์ตชนิดตัก เครื่องดื่มใส่พุดดิ้ง
  • วันที่ 13-15 ฝึกกลืนอาหารสับละเอียดและชุ่มน้ำ โดยใช้ช้อน เช่น เนื้อสัตว์บดละเอียด มันบด กล้วยบด โจ๊ก
  • วันที่ 16-18 ฝึกการกลืนอาหารอ่อน ชิ้นเล็ก โดยใช้ช้อน เช่น เนื้อสัตว์ตุ๋นเปื่อยๆ ผักต้มจนเปื่อย ผลไม้เนื้อนิ่มไม่มีเม็ด
  • วันที่ 19-21 ฝึกการกลืนอาหารธรรมดา โดยใช้ช้อน และเลือกเมนูที่เราต้องการรับประทาน

หมายเหตุ : ควรเริ่มปรับระดับการทานอาหารจาก 1/3 ช้อนชา , 1/2 ช้อนชา ค่อยๆเพิ่มไปจนถึงระดับใกล้เคียงปกติในแต่ละคำที่คุณรับประทาน และฝึกกลืนซ้ำ 2 ครั้ง เพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีอาหารตกค้างอยู่ในปาก


หากคุณได้ทำตามวิธีที่แนะนำไปข้างต้นแล้ว ยังมีภาวะกลัวการกลืนเกิดขึ้น สามารถติดต่อพบนักกิจกรรมบำบัดใกล้บ้านคุณ เพื่อทำการประเมินและรักษาต่อไปได้นะคะ

หวังเป็นอย่างยิ่งว่าข้อมูลความรู้ที่ได้กล่าวมาข้างต้นจะทำให้ผู้อ่านมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคกลัวการกลืนและการฝึกการกลืนมากยิ่ง และสามารถนำไปใช้ในชีวิตเพื่อให้คุณมีสุขภาพกายและจิตดีมากยิ่งขึ้นนะคะ


Reference :

สุรชาติ ทองชุมสิน. เอกสารประกอบการสอนรายวิชากิจกรรมบำบัดเพื่อสุขภาพร่างกาย เรื่อง การฟื้นฟูการกลืน ปีการศึกษา 2563

ศุภลักษณ์ เข็มทอง. (2010). กลืนอย่างไร…ไม่ให้กลัว. สืบค้นเมื่อ 20 กันยายน 2021. จาก. https://www.gotoknow.org/posts/400478