ที่มาของบันทึกนี้ คือ ไปอ่านหนังสืออะไรมาเมื่อวาน อ้อ จำได้ละ เป็นหนังสือฝรั่งเขียน แต่โคตร "ไทย" เลย เรื่อง "ทำงานยังไง ไม่ให้บ้าไปซะก่อน" พิมพ์เมื่อปี 2563

 

ผู้แต่งชื่อ เจสัน ฟรีด กับ เดวิด ไฮเนอร์ไมเออร์ แฮนด์สัน บอกชื่อเขาหน่อยเป็นการให้เกียรติ

มีบทสั้นๆในหนังสือเขาพูดถึงความสุขในการทำงาน ที่พาดพิงถึงสมาธิ

อ่านแล้วเดินผ่านโต๊ะทำงาน เจอภาพเก่าๆของตัวเองตั้งไว้อยู่

 

 

เป็นภาพที่ใครไม่รู้ แอบถ่ายเอาไว้แล้วส่งให้ น่าจะเจ็ดแปดปี แหม ผ่านไปไว๊ไว

เอ่อ เฮ้ย ภาพมันเป็นจังหวะที่มีสมาธิ ดำดิ่งอยู่กับการฟัง สมองกำลังละเลียดสิ่งที่วิทยากรให้ห้องพูด

จริงๆจำได้ว่า วันนั้น ขับรถมาไกล และก็หลับดึกด้วย อาการเนิบช้ามันก็ร่วมด้วย แต่ไม่รู้ทำไม ภาพออกมาดี อันนี้ แอบเข้าข้างตัวเอง

รวมๆ ภาพมันแสดงถึงสมาธิ ความจดจ่อ อ่อนน้อมต่อการเรียนรู้ เป็นความรู้สึกลื่นไหล ที่เขาเรียกว่า Flow ก็ฟังเพลินไป จดไป ใจนิ่งดิ่งลึกไปในการงาน

-------------------------------+--------------------------------------------------------+-------------------------

เลยย้อนกลับมาที่การตั้งคำถามกับความสุขอันสำคัญในชีวิต คือ ความสุขในการทำงาน

คนส่วนใหญ่ อันนี้รวมถึงเราด้วยก็เป็นบ่อย ถ้าไม่ตั้งสติ เตือนตัวเองก็มักหลุด

คือเรามักจะมองว่า "งานคือเงิน เงินคืองาน บันดาลสุข"

เอ่อ มันก็จริงอยู่นะ แต่ไม่ใช่ทั้งหมด

แถมคิดอย่างนั้นมากๆ นี่ก็แบกทุกข์ไปด้วย คือทุกข์จากความคาดหวัง แถมมีตัวแปรเยอะแยะที่ทำให้ได้เงินมากเงินน้อย

อันนี้ รวมถึงงานจิตอาสาทั้งหลาย งานสังคมสงเคราะห์ งานพัฒนาชุมชน ก็เหมือนกัน

 

-------------------------------+--------------------------------------------------------+-------------------------

 

คือมันก็ไม่ผิดหรอกนะ ที่เราจะมีความสุขเวลาคิดถึงผลลัพธ์ที่จะได้จากงาน

อาจจะเป็นเงิน เป็นคุณความดีอะไรต่อมิอะไร

แต่นั่นก็เป็นกับดักทำให้ใจไปติดกับอนาคตที่ยังมาไม่ถึง

เพราะถ้าสุขจริง มันต้องสุข ณ ที่นี่ เดี๋ยวนี้ เวลานี้ อันนี้เป็นสุขอันประเสริฐ

ส่วนผลจะเป็นอย่างไร ถ้ามันดีเลิศ ก็เป็นสุขรองตามมา

ถ้ามันไม่เป็นไปตามคาดหวัง อย่างน้อยเราก็มีสุขหลัก ไว้ก่อนละ

ถึงอกหักตามมาก็ไม่เป็นไร ไม่ถึงกับขาดทุน

แต่ถ้ามันสำเร็จผล อันนี้ก็กำไร

นี่เขาเรียกวางใจกับงานให้เป็น

 

-------------------------------+--------------------------------------------------------+-------------------------

 

ทีนี้จะเข้าถึงความสุขในงาน ที่เป็นสุขหลักยังไง

อย่างที่บอก คือ กำหนดรู้ในใจก่อนว่า ปัจจุบันเป็นเวลาสำคัญที่สุด

ก็ทำหน้าที่ตรงหน้านี้ให้ดี ไม่ว่อกแว่ก ทำให้ละเอียด

 

ถ้าใจเรา สัมผัสเราละเอียดพอ จะรู้สึกถึงลมหายใจที่เราส่งไปในงาน

อันนี้จริงๆนะ หายใจเข้า หายใจออก เอ้อ เราอยู่กับงานตรงนี้ ใจเรานิ่ง สงบดีใช่ไหม

เราสังเกตเห็นความงดงาม กลมกลืนของงานที่อยู่ตรงหน้า ณ บัด Now นี้ไหม

 

อาจจะไม่ต้องทั้งวันก็ได้ แต่อาจจะบางช่วงที่เรา Slow Down ลงเพื่อให้หัวใจทำงานแทนสมองบ้าง

ให้สัมผัสมันละเอียดขึ้นบ้าง มันจะรู็สึกถึงความฟิน นี่ก็เป็นสมาธิในงาน

ถึงจะไม่ใช่สมาธิในระดับการหลุดพ้น แต่ก็ถือเป็นสมาธิขั้นพื้นฐานที่สำคัญ

เป็นความสุขง่ายๆนะ ลองทำดู

 

ทำแล้วก็ฝึกไปเรื่อยๆ นี่แหละครูบาอาจารย์ปรากฏซ้อนอยู่ในตัวเราเอง