คำนิยม

หนังสือ  สร้างทักษะแห่งอนาคตด้วย MakerSpace และ STEAM Design Process

วิจารณ์ พานิช

.....................

 

ผมอ่านต้นฉบับหนังสือเล่มนี้ด้วยความเพลิดเพลิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนเรื่องเล่าของแม่ (และพ่อ)    และรู้สึกขอบคุณโควิด ที่ได้มีส่วนคืนพ่อแม่ให้แก่การเรียนรู้หรือการศึกษาของลูก    ท่านที่เป็นพ่อแม่เมื่อได้อ่านหนังสือเล่มนี้    จะประจักษ์ชัดว่าท่านมีโอกาสร่วมสร้างอนาคตที่ดีให้แก่ลูกได้มากกว่าการเลี้ยงดูตามปกติ   หากท่านรู้วิธีสร้างพื้นที่เรียนรู้ที่บ้านอย่างง่ายๆ ให้แก่ลูกในวัยอนุบาลและประถมศึกษา    ให้ลูกได้เรียนรู้จากการปฏิบัติ ๕ ขั้นตอนของ MakerSpace   คือ ถาม  จินตนาการ วางแผน  สร้างสรรค์  คิดสะท้อนและออกแบบใหม่    เพราะเท่ากับท่านได้มีส่วนให้ลูกได้ฝึกทักษะการเรียนรู้ตลอดชีวิต     ทักษะนี้จะมีคุณต่อลูกของท่านไปตลอดชีวิต   

ความก้าวหน้าของศาสตร์ด้านสมอง (neuroscience)  และศาสตร์ด้านการเรียนรู้ (cognitive science)  บอกว่าการเรียนรู้ที่แท้ไม่ได้เกิดจากการรับถ่ายทอดมาจากภายนอก    แต่เกิดจากการสร้างใส่ตัวจากการปฏิบัติ    การเรียนรู้โดยใช้เครื่องมือ MakerSpace เป็นไปตามหลักการดังกล่าว   ท่านที่สนใจรายละเอียดเรื่องกลไกการเรียนรู้ อ่านหนังสือ การเรียนรู้เกิดขึ้นอย่างไร ได้ที่ https://goo.gl/fPD7P5 

เมื่อประกอบเข้ากับ STEAM Design Process เพื่อเชื่อมโยงความรู้สู่การใช้งานในชีวิตประจำวัน    จะช่วยให้ลูกน้อยของท่านพัฒนาสมรรถนะที่สำคัญต่อการดำรงชีวิตในอนาคต    เมื่ออ่านต้นฉบับถึงตอนนี้ ผมก็นึกในใจว่า น่าจะเพิ่มเป็น STEAMS   โดยตัว S ที่เพิ่มหมายถึง social interaction (ปฏิสัมพันธ์ทางสังคม) เพื่อพัฒนาสมรรถนะทางสังคม     ซึ่งสาระที่ตามมาในหนังสือก็เอ่ยเรื่องนี้ และยังเพิ่ม S – self-awareness (การรู้จักตนเอง),  S – self-management (การบริหารจัดการตนเอง)   สมรรถนะที่ขึ้นต้นด้วยตัว S เหล่านี้  เป็นสมรรถนะพื้นฐานที่หากมีการพัฒนาไว้อย่างแข็งแรงในวัยอนุบาลและประถมศึกษา  จะช่วยให้ลูกของท่านในช่วงวัยรุ่น   สามารถเผชิญความผันผวนในชีวิตที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงภายในร่างกายได้อย่างราบรื่น    ไม่ถูกชักจูงสู่เส้นทางแห่งความเสื่อม   

ผมคิดว่า M ใน STEAMS น่าจะเพิ่ม M – Morality (คุณธรรม) ด้วย     สมรรถนะเชิงคุณธรรม  โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คุณธรรมแห่งการเป็นผู้ให้ เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่  มากกว่ามุ่งกอบโกยเข้าตัวเอง    

นอกจากนั้น S – Science น่าจะได้คำนึงถึงกลไกตามธรรมชาติ ที่น่าจะถือได้ว่าเป็น Inner truth (ความเป็นจริงเชิงลึก) ของปรากฏการณ์ต่างๆ รอบตัว     ที่มองไม่เห็นจากสิ่งที่เกิดขึ้น    ครูและพ่อแม่ต้องฝึกตั้งคำถาม “ทำไม” (why) ให้เด็กค้นคว้าหาคำอธิบาย   นำมาพูดคุยกันในขั้นตอน คิดสะท้อน (reflection) ของ MakerSpace    ซึ่งจะสร้างนิสัย “คิดลึก” (deep thinking) ให้แก่ลูกของท่าน      

เครื่องมีอสำคัญ ๒ ชุด ในหนังสือเล่มนี้ คือ MakerSpace  และ STEAMS Design Process    จะหล่อหลอมให้ลูกน้อยของท่านเป็น “ผู้สร้าง”   ไม่ใช่ “ผู้เสพ”    มีความสุขความพอใจในตนเองจากกิจกรรมสร้างสรรค์     นี่คือวัคซีนป้องกันการเสพติด  หรือติดเสพ   ไม่ว่าจะเสพติดยาเสพติด ติดเกม  หรือสิ่งยั่วยวนอย่างอื่น   

หากแม่พ่อและโรงเรียนร่วมมือกันดำเนินการตามแนวของหนังสือเล่มนี้     ก็เชื่อได้ว่าพลเมืองรุ่นใหม่ของประเทศจะเป็นคนแข็งแรง ไม่ตกเป็นเหยื่อของสิ่งยั่วยวนและมายาคติต่างๆ    และเป็นผู้ให้ ผู้สร้างสรรค์ เพื่อสุขภาวะ (wellbeing) ของตนเอง  ครอบครัว  คนใกล้ชิด สังคม  และโลก   

หนังสือเล่มนี้ชักชวนให้ท่านแสดงความรักลูก ด้วยการส่งเสริมให้ลูกมีนิสัยเป็น “ผู้สร้าง” ด้วยการจัด MakerSpace เล็กๆ ที่บ้าน     และแม่พ่อทำหน้าที่ facilitator (ผู้อำนวยความสะดวก), appreciator (ผู้ชื่นชมผลงาน),  และ enquirer (ผู้ตั้งคำถาม) ให้แก่ลูก และฟังลูก  

การเรียนรู้แนว constructionism ที่มูลนิธิโรงเรียนสตาร์ฟิชคันทรีโฮม นำมาสร้างเป็นเครื่องมือ MakerSpace   และ STEAMS Design Process ที่ใช้งานได้ง่ายนี้   จะช่วยให้ลูกของท่านสั่งสมพัฒนาทักษะ เรียนรู้สู่การเปลี่ยนแปลง (Transformative Learning) (https://goo.gl/V5Wkfu) ใส่ตัว     มีความสามารถปรับปรุงเปลี่ยนแปลงความคิด ความเชื่อ คุณค่า ทักษะและพฤติกรรมของตนเองได้ตลอดชีวิต    ช่วยสร้างความสามารถในการยืดหยุ่นปรับตัวในโลกที่นับวันจะ VUCA (V – Volatile – เปลี่ยนแปลงรุนแรง, U – Uncertain – ไม่แน่นอน, C – Complex – ซับซ้อน, A – Ambiguous – ไม่ชัดเจน) มากขึ้นเรื่อยๆ 

ในฐานะผู้สูงอายุที่อยากเห็นพลเมืองไทยรุ่นใหม่มีคุณภาพสูง    และเป็นผู้ร่วมกันสร้างสรรค์สังคมไทย    ผมขอขอบคุณแทนสังคมไทย ต่อมูลนิธิโรงเรียนสตาร์ฟิชคันทรีโฮม และ บริษัท สตาร์ฟิช เอ็ดดูเคชั่น วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด   ที่จัดพิมพ์หนังสือที่ทรงคุณค่ายิ่งเล่มนี้ออกเผยแพร่แก่สังคมไทย  

 

 

วิจารณ์ พานิช

๙ สิงหาคม ๒๕๖๔