บทความเรื่อง Human behaviour: what scientists have learned about it from the pandemic เขียนโดย Jennifer M. Mason บอกเราว่าการระบาดของโควิด ๑๙ มีส่วนที่เป็นประโยชน์ด้วย คือช่วยให้มนุษย์รู้จักตัวเองมากขึ้น หลักใหญ่คือบอกว่า สมมติฐานหลายอย่างเกี่ยวกับมนุษย์นั้น ผิด และสมมติฐานที่ผิดนั้น นำไปสู่หายนะ
ตามในบทความ เขาอ้างถึงเหตุผลที่รัฐบาลอังกฤษไม่ใช้นโยบายสนับสนุนเงินหรือทรัพยากรอื่นให้ผู้ติดเชื้อกักตัวเองที่บ้าน ก็เพราะไม่ไว้ใจประชาชน เกรงว่าจะรวมหัวกันหลอกนายจ้าง หรือหลอกรัฐบาล
เป็นตัวอย่างของความไม่ใว้วางใจของผู้มีอำนาจรัฐต่อประชาชน ที่ผู้เขียนอธิบายว่าเกิดจากการคิดแบบลดทอน (reductionism) คือเลือกเอามาเฉพาะบางส่วนของ complexity ซึ่งในที่นี้เขาอธิบายสองแบบ แบบแรกอาจเรียกว่า มองแต่ข้อจำกัดหรือด้านลบของมนุษย์ ไม่มองด้านบวกหรือข้อน่ายกย่อง คือในวิกฤติโควิด ผู้มีอำนาจมองว่าประชาชนจะตื่นตระหนก โดยที่ในความเป็นจริงมีกรณีที่ประชาชนรวมตัวกันป้องกันการระบาดหรือช่วยเหลือซึ่งกันและกันก็มีด้วย ดังกรณีทีมชมรมแพทย์ชนบทและภาคีอาสาสมัครร่วมกันจัดทีม ๔๐ ทีม บุกแหล่งชุมชนแออัด เพื่อช่วยตรวจคัดกรองหาผู้ติดเชื้อและแยกกักตัว เพื่อลดการระบาดอยู่ในขณะนี้ และในกรณี โครงการแบ่งปันความอิ่ม
แบบที่สอง เรียกว่า psychologism หมายความว่า ลดทอนคำอธิบายพฤติกรรมมนุษย์ไปที่จิตวิทยาเพียงด้านเดียว ในขณะที่จริงๆ แล้วเราประพฤติปฏิบัติโดยมีปัจจัยเกี่ยวข้องที่หลาหลายมาก เช่น ข้อมูลข่าวสาร วิธีการที่ปฏิบัติได้ เป็นต้น และจุดอ่อนของการเน้นที่จิตวิทยาเพียงอย่างเดียว คือทำให้นโยบายของรัฐมุ่งไปที่ความเป็นปัจเจก ไม่มองที่ความเป็นชุมชน หรือความเป็นสัตว์สังคมของมนุษย์ ที่ยากทุกข์ยากมีแนวโน้มจะช่วยเหลือกัน
บทความอธิบายมาตรการของรัฐบาลอังกฤษ โยงเข้าสู่วิธีคิดแบบลดทอนความซับซ้อน ที่ทำให้มาตรการเหล่านั้นดำเนินผิดทางและทำให้โรคโควิดระบาดกว้างขวางในอังกฤษก่อนที่วัคซีนจะออกมาช่วย ผมไม่มีพื้นความรู้ดีพอที่จะเข้าใจความลึก และความถูกต้องแม่นยำ ของบทความนี้ นักสังคมศาสตร์ และนักพฤติกรรมศาสตร์หากได้อ่าน อาจนำมาใช้วิเคราะห์นโยบายและมาตรการสู้โควิดของไทย หรือนำมาใช้ตั้งโจทย์ทำวิจัยสังคมไทย สำหรับเป็นข้อเรียนรู้สำหรับใช้สู้ในระลอกต่อไป ที่ตอนนี้เราพอจะรู้แล้วว่า คงไม่จบง่ายๆ
ผมเขียนเสนอใช้การระบาดของโควิด ๑๙ เป็นโอกาสทำวิจัย เพื่อทำความเข้าใจคนไทย สังคมไทย ไว้ที่ https://www.gotoknow.org/posts/691155
วิจารณ์ พานิช
๗ ส.ค. ๖๔