น้ำตาลใกล้มด ใครจะอดได้





น้ำตาลเป็นสิ่งที่อยู่คู่กับชีวิตประจำวันของเรามาโดยตลอด เราสามารถสัมผัสรสหวานของน้ำตาลได้ทั้งอาหารคาว อาหารหวานและเครื่องดื่ม รวมถึงขนมชนิดต่างๆ ซึ่งน้ำตาลนอกจากจะให้ความหวานแล้ว ยังให้พลังงานแก่ร่างกายอีกด้วย น้ำตาล 1 กรัมให้พลังงาน 4 แคลอรี่ เมื่อร่างกายได้รับน้ำตาลผ่านมื้ออาหารหรือเครื่องดื่มชนิดต่างๆจะรู้สึกสดชื่น กระปรี้กระเปร่าขึ้นมาทันที น้ำตาลมีให้เลือกหลากหลายชนิดตามความชอบและความเหมาะสมในการปรุงอาหาร ดังนี้
น้ำตาลทรายขาว



น้ำตาลทรายขาวเป็นน้ำตาลที่ได้จากการสกัดเอาสิ่งเจือปนออกจากน้ำตาลทรายดิบ สีของน้ำตาลทรายขาวนั้นมีตั้งแต่สีขาวไล่เรียงไปถึงสีเหลืองอ่อน เมื่อใช้มือสัมผัสจะรู้สึกถึงความชื้นเล็กน้อย เกล็ดของน้ำตาลจับตัวไม่แน่น น้ำตาลทรายขาว 1 ช้อนมีคุณค่าทางโภชนาการ 15 กิโลแคลอรี่ นิยมใช้ในครัวเรือนอย่างแพร่หลาย รวมไปถึงอุตสาหกรรมการผลิตอาหารสำเร็จรูปและน้ำอัดลม
น้ำตาลทรายขาวบริสุทธิ์



น้ำตาลทรายขาวบริสุทธิ์เป็นน้ำตาลที่มีความบริสุทธิ์สูงมาก ผลึกน้ำตาลเป็นเกล็ดใส สีขาว ปราศจากสีของกากน้ำตาล เมื่อใช้มือสัมผัสแทบจะไม่มีความชื้นอยู่เลย เป็นน้ำตาลที่นิยมใช้กันทั่วไป ทั้งในร้านอาหาร ในครัวเรือน รวมถึงอุตสาหกรรมที่ต้องการใช้น้ำตาลที่มีความบริสุทธิ์มากอย่างเช่น เครื่องดื่มน้ำอัดลม เครื่องดื่มบำรุงกำลัง รวมไปถึงอุตสาหกรรมยาด้วย
น้ำตาลทรายธรรมชาติ



น้ำตาลทรายธรรมชาติเป็นน้ำตาลที่ได้จากอ้อย 100% โดยผ่านกระบวนการชีววิธีแทนการใช้สารเคมี ไม่ผ่านการฟอกสี สีของเกล็ดน้ำตาลธรรมชาติจะออกไปทางน้ำตาลใสๆคล้ายสีชา เมื่อใช้มือสัมผัสรู้สึกถึงความชื้นเล็กน้อย เกล็ดของน้ำตาลจับตัวกันไม่แน่นมาก มีรสชาติหวานละมุนกว่าน้ำตาลทรายขาวที่รสออกไปทางหวานแหลม สามารถใช้ปรุงได้ทั้งเมนูของคาวและของหวาน รวมไปถึงเครื่องดื่มต่างๆ ด้วย
น้ำตาลทรายแดง



น้ำตาลทรายแดงเป็นน้ำตาลที่ได้จากน้ำอ้อยแบบเดียวกับน้ำตาลทรายธรรมชาติ แต่น้ำตาลทรายแดงนั้นมีลักษณะเป็นผงละเอียด มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว ให้ความหวานน้อยกว่าน้ำตาลทรายขาว มีความชื้นสูงจึงมักจะจับตัวกันเป็นก้อน สีของน้ำตาลทรายแดงจะมีสีน้ำตาลอ่อนไล่ไปถึงสีน้ำตาลอมแดง ขึ้นอยู่กับปริมาณของกากน้ำตาลที่ผสมอยู่ ถ้ามีกากน้ำตาลปะปนอยู่มากสีก็จะเข้มขึ้น รวมไปถึงรสชาติและกลิ่นก็จะชัดเจนตามไปด้วย น้ำตาลทรายแดงมักนิยมใช้ในอุตสาหกรรมผลิตซีอิ๊ว ผลิตน้ำตาลมะพร้าว รวมไปถึงผสมในอาหารและขนมหลายชนิด เช่น ถั่วเขียวต้มน้ำตาล เต้าฮวย เฉาก๊วย
น้ำตาลโตนด






น้ำตาลโตนด หรือ เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า น้ำตาลหม้อ เป็นน้ำตาลที่ได้จากน้ำหวานของช่อดอกตาล นำมาเคี่ยวจนงวด จากนั้นหยอดลงแม่พิมพ์ สีของน้ำตาลโตนดแท้จะออกไปทางน้ำตาลแดง เนื้อสัมผัสละเอียด และเมื่อถูกความร้อนก็จะคืนตัวกลับเป็นของเหลวโดยง่าย รสชาติของน้ำตาลโตนดรสหวานชัดเจน หอมนุ่มละมุนกว่าน้ำตาลทรายแดงมาก จึงนิยมนำมาทำอาหารทั้งคาวและหวาน เช่นกล้วยบวชชี ลอดช่อง หรือจะใส่ในแกงและน้ำพริกกะปิก็ได้
น้ำตาลอ้อย






น้ำตาลอ้อยเป็นน้ำตาลที่ได้จากการนำลำอ้อยสดมาหีบเอาน้ำออก แล้วจึงนำน้ำอ้อยที่ได้ไปเคี่ยวในกระทะใบบัวจนเหนียวได้ที่ จากนั้นเทลงพิมพ์ พักไว้จนน้ำตาลเย็นตัวและจับเป็นก้อน สีและลักษณะของเนื้อสัมผัสไม่ต่างจากน้ำตาลโตนดมากนัก คือให้สีน้ำตาลนวลๅไล่ไปจนถึงน้ำตาลแดง เนื้อสัมผัสละเอียด คืนตัวง่ายเมื่อสัมผัสกับอากาศร้อน มีความหวานน้อยกว่าน้ำตาลโตนด แต่ทว่าหวานมากกว่าน้ำตาลมะพร้าวเล็กน้อย น้ำตาลอ้อยมีกลิ่นหอมเฉพาะตัวที่น้ำตาลโตนดและน้ำตาลมะพร้าวไม่มี จึงนิยมนำไปใช้ปรุงอาหารที่เน้นความหอมของเครื่องเทศเป็นหลัก เพราะน้ำตาลอ้อยจะช่วยขับกลิ่นเครื่องเทศในอาหารได้ดีกว่าน้ำตาลชนิดอื่นๆ และยังอุดมไปด้วยกากใยอาหารจำนวนมากอีกด้วย
น้ำตาลมะพร้าว





น้ำตาลมะพร้าวเป็นน้ำตาลที่ได้จากน้ำตาลสดที่รองมาจากงวงมะพร้าว หรือช่อดอกของต้นมะพร้าว แล้วนำมาเคี่ยวจนเดือด ลักษณะของน้ำตาลมะพร้าวจะเป็นก้อนแข็งสีน้ำตาลนวล เนื่องจากน้ำตาลมะพร้าวยังมีน้ำผสมอยู่ จึงเกิดความชื้นได้ง่าย และสามารถคืนตัวกลับไปเหลวเป็นน้ำเหนียวๆได้ง่ายเมื่อถูกความร้อน และสีก็จะเข้มขึ้นด้วย รสชาติของน้ำตาลมะพร้าวจะมีความหวานน้อยกว่าน้ำตาลทราย แต่มีความหอมมันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว จึงนับเป็นน้ำตาลพื้นบ้านที่อยู่คู่ครัวไทยตลอดมา นิยมนำมาใช้ในการปรุงอาหารและทำขนมไทย
น้ำตาลกรวด




น้ำตาลกรวดเป็นน้ำตาลที่ได้จากน้ำเชื่อมของอ้อย หรือได้จากการนำน้ำตาลทรายขาวบริสุทธิ์มาละลาย โดยผ่านกระบวนการตกผลึกอย่างช้าๆ ไม่มีการฟอกสี ลักษณะของน้ำตาลกรวดจึงเป็นก้อนเหลี่ยมๆคล้ายกับสารส้ม มีสีขาวค่อนข้างใส มีรสหวานกลมกล่อม แต่หวานน้อยกว่าน้ำตาลทรายขาว ปัจจุบันนิยมใช้กับเมนูอาหารที่ต้องการความพิถีพิถันในการปรุงเป็นพิเศษ เช่น การเชื่อมผลไม้ การตุ๋นรังนก รวมไปถึงการต้มยาจีนอีกด้วย
น้ำตาลไอซิ่ง



น้ำตาลไอซิ่ง หรือที่เรียกว่า Powdered Sugar ได้จากการบดน้ำตาลทรายขาวให้ละเอียด จนมีลักษณะเป็นผงสีขาวคล้ายแป้ง มีการเติมส่วนผสมของแป้งข้าวโพด หรือแป้งมันสำปะหลังเข้าไปในกระบวนการผลิตเพื่อช่วยลดการจับตัวเป็นก้อน ซึ่งทำให้น้ำตาลไอซิ่งละลายน้ำได้ดีเยี่ยม ไม่ตกตะกอนหรือทิ้งผลึกเอาไว้ จึงมักใช้ในการทำขนมเบเกอรี่ชนิดต่างๆ และการตกแต่งโรยหน้าขนมอบชนิดต่างๆ
น้ำตาลก้อน





น้ำตาลก้อน หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่าน้ำตาลปอนด์ ลักษณะเป็นก้อนสี่เหลี่ยม เกิดจากการอัดน้ำตาลทรายขาวให้เป็นก้อนแข็งๆ แล้วนำไปอบด้วยความร้อนจากแสง อินฟาเรดเพื่อลดความชื้นในน้ำตาลให้คงเหลือไว้เพียง 0.5 - 1% เท่านั้น จากนั้นจึงเป่าด้วยลมเย็น ปัจจุบันนิยมใช้น้ำตาลก้อนกับเมนูเครื่องดื่มประเภทชากาแฟ




ประโยชน์ของน้ำตาล
น้ำตาลมีประโยชน์ต่อร่างกายหลายประการ หากรับประทานในปริมาณที่พอดีไม่มากเกินไป น้ำตาลเป็นสารที่ให้ความหวานและให้พลังงานแก่ร่างกายโดยน้ำตาล 1 กรัมจะให้พลังงาน 4 กิโลแคลอรี่ พลังงานในการเคลื่อนไหวของมนุษย์ 70% มาจากน้ำตาล การทำงานของอวัยวะและเนื้อเยื่อต่างๆในร่างกายต้องใช้พลังงานจากน้ำตาล ทั้งการหายใจ การขับปัสสาวะ การไหลเวียน การย่อยอาหาร น้ำตาลทรายขาวช่วยในการถนอมอาหารและหมักอาหาร น้ำตาลทรายขาวและน้ำตาลกรวดมีสรรพคุณดับร้อน ถอนพิษ แก้อักเสบ มีอาการเจ็บคอ ปากเป็นแผล ไอมีเสมหะ น้ำตาลทรายแดงมีคุณสมบัติร้อน มีสรรพคุณบำรุงพลัง แก้ปวด ทำให้เลือดไหลเวียนสะดวก



อย่างไรก็ตามการรับประทานน้ำตาลควรจำกัดปริมาณที่เหมาะสม เพราะน้ำตาลเป็นสารเร่งให้ผิวหนังเหี่ยวย่นและเกิดริ้วรอย ก่อให้เกิดอนุมูลอิสระทำให้ผิวเสีย หน้าแก่ เพราะน้ำตาลทำปฏิกิริยาเปลี่ยนโครงสร้างของคอลลาเจนทำให้อีลาสติกน้อยลง ซึ่งอีลาสติกนี้เป็นโปรตีนที่ทำให้ผิวกระชับมีความยืดหยุ่น เมื่ออีลาสติกถูกทำลายจะทำให้ผิวหนังแห้ง มีริ้วรอยลึก หย่อนคล้อย ผิวหน้าแก่ก่อนวัย
น้ำตาลทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้น หากมีการบริโภคน้ำตาลในปริมาณสูง ร่างกายจะเปลี่ยนน้ำตาลที่ได้รับมากเกินความต้องการไปสะสมกลายเป็นไขมัน ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น เสี่ยงต่อการเกิดโรคอ้วนได้


น้ำตาลทำให้สมดุลของเลือดเสียไป การบริโภคน้ำตาลที่มากจนเกินไป จะทำให้อินซูลินในร่างกายผลิตออกมามากเกินความจำเป็นและตกค้างอยู่ในกระแสเลือด มีผลต่อระบบไหลเวียนเลือด ซึ่งหากเป็นเรื้อรังก็จะส่งผลให้เซลล์กล้ามเนื้อเรียบบริเวณรอบๆหลอดเลือดเจริญเร็วขึ้นกว่าปกติ ทำให้การไหลเวียนของเลือดเกิดการปั่นป่วนจนเป็นสาเหตุของโรคความดันโลหิตสูงรวมทั้งความเสี่ยงโรคหลอดเลือดต่างๆก็จะเพิ่มขึ้นด้วย
น้ำตาลทำให้กระดูกและฟันไม่แข็งแรง น้ำตาลมีส่วนผสมของซูโครส ถือว่าเป็นอาหารชั้นดีให้กับแบคทีเรียที่อยู่ในช่องปาก จึงเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดโรคฟันผุ คราบพลัก หรือเหงือกอักเสบ
น้ำตาลทำให้ร่างกายเซื่องซึม การกินน้ำตาลปริมาณมากเป็นประจำแทนที่จะสดชื่นกลับทำให้กรดอะมิโนที่ชื่อว่า ทริปโตซานเร่งเข้าสู่สมองมากเกินไป ทำให้เสียสมดุลของฮอร์โมนในสมอง มีผลทำให้เกิดอาการเหนื่อย เซื่องซึม ไม่กระฉับกระเฉง


มดเป็นสัตว์ที่ชอบกินน้ำตาล ไม่ว่าจะเป็นมดชนิดใด

มดคันไฟ

มดละเอียด

มดเหม็น

มดดำ

มดแดง

มดง่าม
แม้ว่าการบริโภคน้ำตาลมากเกินไปจะมีโทษต่อร่างกาย แต่ไม่เป็นอุปสรรคสำหรับมด น้ำตาลเป็นของโปรดที่ขาดไม่ได้ จนมีสำนวนว่า "น้ำตาลใกล้มด"
สำนวน "น้ำตาลใกล้มด" หมายถึง ชายหญิงที่ใกล้ชิดกันมากย่อมห้ามใจไม่ให้รักกันได้ยาก
ที่มาของสำนวน
ผู้หญิงถือเป็นเพศที่อ่อนหวาน จึงเปรียบกับน้ำตาล และเปรียบผู้ชายเป็นมดที่ชอบกินของหวาน ดังที่มีคำอธิบายที่มีอยู่ในโคลงโลกนิติและอิลราชคำฉันท์
น้ำอ้อยฤๅจักป้อง ปากมด
เกลียงอ่อนห่อนโคลด ละไว้
นารีรูปช้อยชด แซะเฉียด ชายนา
ใครจักนิ่งดูได้ ห่อนเว้นตัวตน
(โคลงโลกนิติ)
ผาณิตผิชิดมด ฤ จะอดบ่อาจมี
แม่เหล็ก ฤ เหล็กดี อยยั่วก็พัวก็พัน
(อิลราชตำฉันท์ ตอน พระพุธพบนางอิลา)



ขอบคุณภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต