ปล่อยเสือเข้าป่า


เสือเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในวงศ์ฟิลิดีซึ่งเป็นวงศ์เดียวกับแมว โดยชนิดที่เรียกว่าเสือมักมีขนาดลำตัวค่อนข้างใหญ่กว่า และอาศัยอยู่ภายในป่า ขนาดของลำตัวประมาณ 168-227 เซนติเมตร และหนักประมาณ 180-245 กิโลกรัม รูม่านตากลม เป็นสัตว์กินเนื้อกลุ่มหนึ่ง มีลักษณะและรูปร่างรวมทั้งพฤติกรรมที่เป็นเอกลักษณ์ แตกต่างจากสัตว์ในกลุ่มอื่น หากินในเวลากลางคืน มีถิ่นกำเนิดในป่า เสือส่วนใหญ่ยังคงมีความสามารถในการปีนป่ายต้นไม้ (ยกเว้นเสือชีต้า) เสือทุกชนิดมีกรามที่สั้นและแข็งแรง มีเขี้ยว2คู่สำหรับกัดเหยื่อ ทั่วโลกมีสัตว์ที่อยู่ในวงศ์เสือและแมวประมาณ 37 ชนิด ซึ่งรวมทั้งแมวบ้านด้วย

เสือโคร่ง

แมวลายหินอ่อน

เสือปลา

แมวดาว

แมวป่าหัวแบน

แมวป่า

เสือไฟ

เสือลายเมฆ

เสือดาว
เสือและแมวที่ค้นพบในประเทศไทยมีทั้งหมด 9 ชนิด ได้แก่ เสือโคร่ง แมวลายหินอ่อน เสือปลา แมวดาว แมวป่าหัวแบน แมวป่า เสือไฟ เสือลายเมฆ และเสือดาว ปัจจุบันเสือโคร่ง เสือดาว เสือลายเมฆ เสือไฟ แมวป่า แมวป่าหัวแบนและแมวลายหินอ่อนเป็นสัตว์ป่าที่หายากใกล้สูญพันธุ์ไปจากเมืองไทย แม้แต่ในสวนสัตว์ก็หาดูได้ยากมาก



เสือเป็นสัตว์นักล่าที่มีความสง่างามในตัวเอง โดยเฉพาะเสือขนาดใหญ่ที่แลดูน่าเกรงขาม ไม่ว่าจะเป็นเสือโคร่งหรือเสือดาว ผู้ที่พบเห็นเสือในครั้งแรกย่อมเกิดความประทับใจในความสง่างาม แต่ในขณะเดียวกันก็เกิดความหวาดหวั่นเกรงขามในพละกำลังและอำนาจภายในตัวของมัน เสือได้รับการยกย่องให้เป็นราชาแห่งสัตว์ป่าและเป็นจ้าวแห่งนักล่าอย่างแท้จริง

เสือจึงมักถูกเปรียบเทียบกับบุคคลที่แข็งแกร่ง น่าเกรงขาม ดุดันดั่งเจ้าป่า เงียบเชียบและแม่นยำเหมือนนิสัยของเสือที่ก่อนออกล่า จะซุ่มดูเหยื่อเพื่อศึกษาพฤติกรรมอย่างใกล้ชิด และลงมือล่าเหยื่อเมื่อมีโอกาสที่เหมาะสม เสือไม่เคยทิ้งลายของตัวเองเช่นเดียวกับผู้ที่รักศักดิ์ศรีของตัวเอง ไม่คิดจะยอมแพ้ ย่อท้อ ลดละความพยายาม จนกว่าจะทำงานจนสำเร็จ

สำนวนปล่อยเสือเข้าป่า มีความหมายว่า ปล่อยศัตรูไปอาจกลับมาทำร้ายในภายหลัง บางครั้งก็ใช้ว่า "ปล่อยเสือเข้าป่า ปล่อยปลาลงน้ำ"
โคลงสุภาษิตประจำภาพในพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม อธิบายความหมายของสำนวนนี้ไว้ดังนี้
ปลดปล่อยเสือเข้าป่า เดิมดง
เห็นป่าคะนองพองพง เที่ยงแท้
อย่าหมายว่าไม่ทะนง คงคิด ร้ายแฮ
ปล่อยศัตรูหมู่แพ้ เพ่งเพี้ยงปล่อยเสือ
ในพระอภัยมณี ตอนนางวาลีเตือนพระอภัยมณีเรื่องอุศเรน
ประเพณีตีงูให้หลังหัก
มันก็มักทำร้ายในภายหลัง
จระเข้ใหญ่ไปถึงน้ำมีกำลัง
เหมือนเสือขังเข้าถึงดงก็คงร้าย

ปัจจุบันจำนวนเสือในประเทศไทยลดจำนวนลงเป็นอย่างมากในระยะเวลาไม่ถึง 10 ปี เสือกลับเป็นฝ่ายถูกล่า ป่าถูกทำลาย สภาพธรรมชาติในพื้นที่ต่างๆถูกเปลี่ยนแปลงไปอย่างมากมาย ส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อม การที่เสือซึ่งเป็นสัตว์กินเนื้อที่จัดอยู่ในลำดับสุดท้ายของห่วงโซ่อาหารลดจำนวนลง ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างและระบบนิเวศทั้งหมด ปริมาณของสัตว์กินพืชเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็ว จนทำให้ธรรมชาติเสียความสมดุลในที่สุด
คงน่าเสียดายมาก ถ้าเสือราชาแห่งสัตว์ป่า จะต้องกลายเป็นสัตว์ในตำนานให้คนรุ่นหลังกล่าวขานกันต่อไป…

ขอบคุณภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต