ชีวิตที่พอเพียง 3985a. ทำงานเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (95a) เถียง TSQP
วันที่ ๒๒ มิถุนายน ๒๕๖๔ มีการประชุมคณะกรรมการกำกับทิศทางโครงการโรงเรียนพัฒนาตนเอง (TSQP – Teacher and School Quality Development Program) ของ กสศ. ในเอกสารวาระ ๓.๑ ข้อเสนอโครงการโรงเรียนพัฒนาตนเอง ปี 2564 ระบุไว้ตอนหนึ่งว่า “ผลการดำเนินงาน ปี 2563 มีผลการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ ดังนี้ 1. โรงเรียนกลุ่มเป้าหมาย 727 โรงเรียนได้พัฒนาคุณภาพทั้งระบบบริหารจัดการและการจัดการเรียนรู้ในชั้นเรียนด้วยมาตรการสนับสนุนและนวัตกรรมการเรียนรู้ ผ่าน 11 สถาบันเครือข่ายร่วมดำเนินงาน ภายใต้หน่วยงาน 3 สังกัด สพฐ. สช. และ อปท. ในพื้นที่ 42 จังหวัด จากกระบวนการหนุนเสริมด้านการบริหารจัดการทำให้โรงเรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 เกิดการปรับเปลี่ยนเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้และมีการเรียนการสอนเชิงรุกด้วยนวัตกรรมต่างๆ ที่ส่งผลให้เกิดผลลัพธ์ที่ผู้เรียน และเด็กด้อยโอกาสมีโอกาสได้รับการดูแลอย่างทั่วถึง โดยมีนักเรียนที่ได้รับประโยชน์ จ้านวน 174,364 คน ในจำนวนนี้ เป็นนักเรียนยากจนที่สุ่มเสี่ยงต่อการหลุดจากระบบการศึกษาในสังกัด สพฐ. กับ อปท. จ้านวนถึง 60,230 คน”
อ่านเอกสารถึงตอนข้างบน ผมก็เถียงข้อความ “ทำให้โรงเรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 เกิดการปรับเปลี่ยนเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้” ว่าร้อยละ ๘๐ จริงหรือที่บรรลุความเป็น LO – Learning Organization มีหลักฐานอะไรยืนยันข้ออ้างนี้ ใช้เกณฑ์อะไรในการประเมินความเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ การเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ต้องสามารถเรียนรู้ต่อเนื่องยั่งยืนในระยะยาวได้หรือไม่ เช่นในช่วง ๕ - ๑๐ ปี ในสภาพที่โรงเรียนในสังกัด สพฐ. มีการเปลี่ยนผู้อำนวยการ และครูย้ายกันอย่างมากมายอย่างในปัจจุบัน ความต่อเนื่องยั่งยืนของโรงเรียน LO เป็นอย่างไร
คำถามใหญ่ก็คือ ระบบการบริหารระบบการศึกษาที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน เอื้อหรือขัดขวางการพัฒนาคุณภาพของโรงเรียนและครูอย่างไร
ข้ออ้าง “โรงเรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 เกิดการปรับเปลี่ยนเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้” ฟังดูคล้ายเชื่อว่าโรงเรียนเป็นองค์กรที่สามารถเป็นตัวของตัวเอง (stand alone) ไม่อยู่ใต้การกำกับควบคุมโดยหน่วยเหนือ ซึ่งไม่จริง และผมเชื่อว่า ในปัจจุบัน โรงเรียนที่ผู้อำนวยการ ครู ผู้ปกครอง และภาคีอื่นๆ กำลังดำเนินการพัฒนาคุณภาพโรงเรียนอย่างเอาจริงจัง ต้องเผชิญความยากลำบากจากข้อกำหนดบางส่วนของหน่วยเหนือ ควรทำได้ดีกว่านี้ หากบรรยากาศของการควบคุมของหน่วยเหนือเอื้อกว่านี้ หรือให้อิสระ/ความคล่องตัว กว่านี้
ในเอกสารของวาระดังกล่าว ตอนหนึ่งระบุว่า “เพื่อหาแนวทางให้เกิดการขยายผลไปยังโรงเรียนอื่นๆ ตาม ยุทธศาสตร์จากโรงเรียนขนาดกลางร้อยละ 10 จ้านวนประมาณ 800 แห่ง จากทั้งหมดทั่วประเทศประมาณ 8,000 แห่ง โดยในระยะเวลา 2 – 3 ปีของการพัฒนาจะเกิดโรงเรียนต้นแบบที่สามารถผลักดันสู่การเปลี่ยนแปลงในเชิงนโยบาย เพื่อขยายผลไปยังโรงเรียนขนาดต่างๆ และสังกัดอื่นๆ ได้ต่อไป” ซึ่งกล่าวให้เข้าใจง่ายๆ ได้ว่า โครงการนี้มุ่งดำเนินการในร้อยละ ๑๐ (ดำเนินการจริงใน ๗๒๗ โรงเรียน) ของโรงเรียนในกลุ่มนี้ทั้งหมดประมาณ ๘,๐๐๐ โรงเรียน เพื่อนำข้อเรียนรู้ไปใช้ขยายผลไปสู่โรงเรียนกลุ่มนี้ทั้งหมด
โปรดสังเกตให้ดีนะครับ ว่า ผลการดำเนินการในโรงเรียนในโครงการ ไม่ใช่ end แต่เป็น means เพื่อนำสู่การเปลี่ยนแปลงโรงเรียน ๘,๐๐๐ โรงเรียน
วิจารณ์ พานิช
๒๗ มิ.ย. ๖๔