[review] รีวิว Army of the Dead แผนปล้นซอมบี้เดือด (2021 Netflix Original)


[review] รีวิว Army of the Dead แผนปล้นซอมบี้เดือด (2021 Netflix Original) สิ้นสุดการรอคอยกันสักที สำหรับ ภาพยนตร์แอ็คชั่นแนวซอมบี้ที่ใครหลายคนตั้งหน้าตั้งตารอ หนังแสดงนำโดยเดฟ บาทิสต้า ที่ฝากผลงานให้เราเห็นมาแล้วจากบท Drax the Destroyer ใน  Guardians of the Galaxy เรื่องนี้เขาจะเป็นคนนำทีมระห่ำเข้าไปโจรกรรมเงินจำนวนมหาศาลในลาสเวกัสที่มีเหล่าซอมบี้อยู่เต็มเมือง เรื่องราวความสนุกสนานนั้นจะเป็นอย่างไร รับชมรับฟังได้ในนี้เลยครับ

ดูคลิปรีวิวที่นี่

#เรื่องย่อ

หนังเปิดเรื่องด้วยรถกองทัพหลายคัน คุ้มกันสำภารสำคัญวิ่งไปบนถนนระหว่างรัฐ แต่โชคร้ายกับประสบอุบัติเหตุ ทำให้ตู้สำภาระเสียหาย แล้วเจ้าซอมบี้ตัวพ่อหลุดออกมา ไล่กัดเหล่าทหาร

แล้วเจ้าซอมบี้ก็เข้าไปในเมืองลาสเวกัส ไม่นานเชื้อซอมบี้ก็ระบาดไปทั่วลาสเวกัส มีเพียงไม่กี่คนที่หนีรอดออกมาได้ หนึ่งในนั้นคือทีมของสก๊อต วอร์ด ที่กว่าจะหนีรอดได้ก็ต้องแลกกับการสูญเสียมากมาย แล้วรัฐบาลก็สามารถควบคุมการแพร่กระจายของซอมบี้ได้ โดยการสร้างกำแพงล้อมรอบลาสเวกัสเอาไว้ ห้ามคนเข้าออกเด็ดขาด

ห้าปีต่อมา สก๊อต วอร์ด เลือกใช้ชีวิตใหม่โดยการเป็นพ่อครัวทำงานอยู่ในร้านอาหารเล็ก ๆ แต่แล้ววันหนึ่ง ชายชาวญี่ปุ่นเดินเข้ามาในร้านแล้วเสนอกับวอร์ด ให้กลับเข้าไปในลาสเวกัสอีกครั้งหนึ่งเพื่อไปนำเงิน 200 เหรียญดอลลาร์สหรัฐ ที่อยู่ในตู้นิรภัยในโรงแรมหนึ่งออกมา วอร์ด จะได้รับเงินค่าตอบแทน 50 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ โดยนำเงินไปแบ่งกันกับทีม

วอร์ดเฟ้นหาลูกทีมเดนตาย ประกอบด้วยคนขับเฮลิคอปเตอร์ นักปลดตู้เซฟนิรภัย นักฆ่าซอมบี้ และคนฝีมืดีอีกกลุ่มนึง แต่การทำงานมันก็ไม่ได้ง่ายดายอะไรขนาดนี้ เนื่องจากเขามีเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงในการปฏิบัติภารกิจ เพราะรัฐบาลสหรัฐอเมริกามีคำสั่งให้ยิงขีปนาวุธถล่มเมืองลาสเวกัสฆ่าฝูง Zombie

ซึ่งเรื่องราวความสนุกสนานนั้นจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามชมต่อได้ทางเน็ตฟลิกเลยครับ

#หนังซอมบี้ฝีมือ Zack Snyder

Army of the Dead แผนปล้นซอมบี้เดือ กำกับโดย Zack Snyder ผู้กำกับมากฝีมือ ที่สร้างให้จักรวาล DC โลดแล่นบนแผ่นฟิล์มจนโด่งดัง และที่ฮือฮาล่าสุดก็คือการปล่อย Justice League  ฉบับ 'Snyder Cut' ความยาว 4 ชั่วโมง จนระบบการสมัคร Streaming ของ HBO ถึงกับสะดุดมาแล้ว

หากจะกล่าวไปแล้ว Zack Snyder มีความผูกพันกับหนังซอมบี้มาแล้วคือ เขาเป็นผู้กำกับเรื่อง Down of the death รุ่งอรุณแห่งความตาย ฉายในปี 2004 จัดว่าเป็นหนังซอมบี้ชั้นดี ให้ความหมายมากกว่าซอมบี้ไล่กัดคน และมีความหมายทางด้านสังคมได้อย่างยอดเยี่ยม และนั่นก็คือผลงานชิ้นที่สร้างชื่อเสียงให้กับเขา จนขึ้นแท่น ผู้กำกับใหญ่มาถึงปัจจุบันนี้ ดังนั้นฝีมือในการจำกัดหนังซอมบี้ เราจึงไว้ใจได้หายห่วง และเรื่องนี้เขานั่งแท่นทั้งกำกับเอง ร่วมเขียนบท แถมยังเป็นผู้อำนวยการสร้างอีกด้วย

ก่อนอื่นเลยก็จะพูดถึงหนังแนวซอมบี้ ก็มีอยู่มากมายหลายเรื่อง และหลายเรื่องก็ล้วนมีซอมบี้ที่มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเองเช่น

ซอมบี้ใน Walking Dead ดูเหมือนว่าจะไม่ค่อยมีพิษสงอะไร การเดินเหินก็ค่อนข้างช้า แต่เวลาที่มารวมกันหลาย ๆ ตัวก็มีความน่ากลัวมาก ข้อดีคือการออกแบบซอมบี้ที่มีความเละดูน่ากลัวไม่น้อย

ต่อมาคือซอมบี้ใน Train to busan  หรือใน Kingdom และซอมบี้หลายเรื่องสัญชาติเกาหลี เขาออกแบบให้ซอมบี้นั้นติดเชื้อได้อย่างรวดเร็ว และที่สำคัญคือซอมบี้วิ่งเร็วมาก กระโดดเข้าใส่เหยื่อแบบคลุ้มคลั่ง

และสุดท้ายคือซอมบี้ใน World War Z ซอมบี้จะติดเชื้อเร็วมาก วิ่งเร็วมากกว่าซอมบี้จากหลายเรื่อง มีกำลังมาก  ไล่กัดคนอย่างบ้าระห่ำ

ส่วนซอมบี้ในระดับตำนานก็ต้องยกให้ซอมบี้ใน Resident Evil แล้วจะเห็นซอมบี้หลายรูปแบบ แต่ที่มีเอกลักษณ์มาก ๆ ก็คือ การทำให้ซอมบี้ มีทั้งแบบเป็นคน แบบเป็นสัตว์ นับว่าเป็นซอมบี้ที่มีความแฟนตาซีมา

ซึ่งเมื่อย้อนกลับมามองซอมบี้ใน Army of the Dead จะเห็นได้ว่าเขาสามารถออกแบบซอมบี้ได้มีเอกลักษณ์ แต่ก็ยังมีส่วนผสมของซอมบี้ในหนังดัง ๆ หลายเรื่อง ซึ่งความโดดเด่นของซอมบี้ในหนังเรื่องนี้เช่น

ซอมบี้มีระดับของชนชั้นทางสังคม มีหัวหน้าใหญ่เปรียบเสมือนราชาของซอมบี้ทั้งปวง แถมยังมีราชินีของซอมบี้ด้วยนะครับ ชั้นรองลงมาก็คือซอมบี้ระดับนายพล ซึ่งซอมบี้ใน 2 ชนชั้นนี้ซอมบี้จะมีความคิดเป็นของตัวเอง มีความคิดแบบเป็นระบบ มีความรู้สึกและอารมณ์ด้วย จากนั้นก็ตามลงมาด้วยซอบบี้ในชนชั้นที่ 3 เป็นภาพแทนของประชาชน แม้จะมีความรู้สึกนึกคิดเป็นของตัวเองเหมือนกัน แต่ก็น้อยกว่าสองชนกันด้านบน

เหล่าฝูงซอมบี้จะอยู่รวมกันในลักษณะของความเป็นสังคม มีกฎกติกา ซอมบี้บางตัวสามารถใช้อาวุธเป็น มีทักษะในด้านการป้องกันตัวการหลบหลีก หรือแม้กระทั่งการวิ่งหลบกระสุนก็ยังทำได้

ซอมบี้แต่ละตัวนั้นก็มีวิธีการเดินเหินที่แตกต่างกันออกไป การแต่งตัวเสื้อผ้าก็มีความแตกต่างกัน หน้าตาของซอมบี้ก็ไม่ได้เหมือนกันไปซะทั้งหมด เขามีการจับกลุ่มลักษณะของซอมบี้โดยแบ่งเป็น 3

ระยะแรก หน้าตาก็จะดูคล้ายกับมนุษย์ ระยะที่สองคือเป็นซอมบี้มาได้ช่วงเวลาหนึ่ง 2 หน้าตาเนื้อตัวก็จะเริ่มซีดเซียว ส่วนระยะที่สามคนที่เป็นเป็นซอมบี้มานานแล้ว ก็จะมีแผลเวอะหวะทั่วร่างกาย เนื้อเยื่อหลายส่วนเน่าเปื่อยจนมองเห็นโครงกระดูก สภาพไม่ต่างกับซากศพที่เดินได้ ทั้งหมดถือว่าเป็นซอมบี้ที่มีความหลากหลายมาก ๆ

นอกจากนี้หนังเขายังทำให้เราเห็นว่า มีซอมบี้สัตว์ด้วยนะ เช่นซอมบี้ม้า ซอมบี้เสือ หนังยังบอกถึงที่มาที่ไปของสัตว์ซอมบี้ด้วยนะ แต่เสียดายว่าทำให้เราเห็นน้อยเกินไปหน่อย น่าจะมีมากกว่านี้

ด้วยปัจจัยเหล่านี้จึงทำให้ซอมบี้ใน Army of the Dead มีความพิเศษมากกว่าหนังเรื่องอื่น และมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง นี่แสดงให้เห็นว่า Zack Snyder เป็นคนที่มีความหลงใหลหนังซอมบี้มากแค่ไหน

#ตัวละครและการแสดง

ตัวละครบางคนที่อยู่ในกลุ่มทีมนรกแดนตาย ที่หาญกล้าบุกฝ่าดงซอมบี้ เข้าไปเอาเงิน 200 ล้านเหรียญดอลลาร์ นั้น บางตัวละครค่อนข้างมีเสน่ห์และมีเอกลักษณ์

แต่ในขณะเดียวกัน หลาย ๆ ตัวละคร เป็นแค่ส่วนหนึ่งที่เข้ามาประกอบให้เป็นทีม หนังเขาแทบไม่ได้ทำให้เราเห็นว่ามีความโดดเด่นในด้านอะไรเลย บางตัวละครก็มีความตื้นเขินมาก ดูแป๊บเดียวก็รู้เลยว่าใครเป็นคนเลว แล้วก็เลวจริง ๆ ด้วย แค่มองหน้าแป๊บเดียวก็รู้เลยว่าไอ้เจ้านี้มีภารกิจแฝงแน่นอน เป็นไปตามสูตรหนังแนวโจรกรรมชัด ๆ 

เดฟ บาทิสต้า พระเอกของเรา ดูเคร่งขรึมดี แต่ส่วนตัวแล้วผมรู้สึกว่านิ่งเกินไป การถ่ายทอดอารมณ์ผมว่าพอใช้ได้แต่ไม่ถึงกับดีมากนัก  เราจะเห็นถึงความพยายาม ต้องให้โอกาสเขาอีก

หนังเขาสร้างปมของตัวละคร สก๊อต วอร์ด ให้ความสัมพันธ์ที่แสดงถึงความเป็นพ่อกับลูกที่ไม่ลงรอย อันเป็นผลจากการตัดสินใจบางอย่าง แต่โดยส่วนตัวแล้วผมแทบไม่รู้สึกอารมณ์ที่เก็บกดอยู่ภายใน จะมารู้สึกจริงๆก็คืออยู่ในช่วงของท้ายเรื่องมากกว่า

แล้วก็เป็นไปตามสูตรของหนังฝรั่ง จะต้องมีตัวหนึ่งที่มีความงี่เง่าในระดับสร้างความรำคาญใรให้กับเราไม่น้อย ตัวละครนี้จะทำให้เห็นว่าการตัดสินใจทำอะไรบางอย่าง จะทำให้คนอื่นเดือดร้อนเสมอ และทำให้แผ่นบางๆมันผิดบิดเบี้ยวไปหมด เข้าใจว่ามันคือสีสัน เพราะถ้าใส่ความเป็นแอ็คชั่นอย่างเดียว  ไม่เพิ่มอุปสรรคทางด้านนี้เข้ามา มันก็จะดูแข็งที่ไปหน่อย แถมมันยังสะดวกต่อการเล่าเรื่องด้วย

ส่วนตัวแล้วผมรู้สึกว่าการปูพื้นหลังของตัวละครหลายตัว โดยเฉพาะทีมพิเศษที่เข้าไปขนเงิน เรายังไม่เห็นแรงจูงใจมากพอที่ทำให้ทุกคนไปเสี่ยงตายขนาดนั้น แม้ว่าหลายตัวละครจะมีปัญหาทางด้านเศรษฐกิจก็ตาม บางตัวละครก็รับงานแบบไม่มัปี่ไม่มีขลุยเลย ส่วนในด้านความสัมพันธ์ของตัวละคร ดูแล้วก็รู้สึกหลวม ๆ ไม่ได้มีความลึกซึ้งมากมายอะไรนะ แถมมันยังไม่มากพอที่จะทำให้ใครบางคนเสียสละตายแทนกันด้วยซ้ำ

#ความสนุกและการเล่าเรื่อง

ในเรื่องของความสนุกนั้นไม่ต้องพูดถึง คุ้มค่ากับ 2 ชม ครึ่งแน่นอน การแบ่งสัดส่วนระหว่างการเล่ารื่องกับฉากแอ็คชั่นค่อนข้างลงตัว ไม่เร่งไป ไม่ดึงช้าเกินไป การออกแบบคิวบู้ทำได้ดี ไม่ได้มีฉากที่ปะทะกันแบบยาว ๆ ไม่ได้มีฉากการต่อสู้แบบตัวต่อตัวยาว ส่วนใหญ่จะเป็นการตัดที่ค่อนข้างเร็ว เช่น ต่อยซอมบี้ทีนึงก็ตัดไปให้เห็นอีกคนยิงซอมบี้ ซึ่งยังไม่ทันจะล้มลงดีก็ตัดฉากไปเห็นอีกคนกำลังปล้ำกับซอมบี้อีกตัว เทคนิคการ cutting เร็วขนาดนี้ ทำให้เรารู้สึกว่า ฉากแอ็คชั่นมีความตื่นเต้นไม่น่าเบื่อ ด้วยเทคนิคแบบนี้ดูแล้วก็รู้สึกว่าเหมาะกับหนังแนวซอมบี้ดี

และหากใครคาดหวังว่าการต่อสู้ระหว่างกับซอมบี้นั้นจะมีความสนุกมากไหม ก็บอกได้เลยว่ามาก เพราะหนังเขาไม่ยั้งมือเลยครับ ความโหด  ความดิบ ความเลือดสาด ตัวขาด หัวระเบิด มาครบ ยิงซอมบี้ร่างระนาวราวกับเล่นเกมยิงซอมบี้ ไม่รู้ว่าหมดของเหลวในการทำเลือดไปกี่ลิตร

ไอ้ความโหดดิบและเละเทะขนาดนี้ มันทำให้เราหวนนึกถึงอารมณ์ของหนังแนวเลือดสาดยุคเก่า ๆ ได้ไม่น้อยเลยครับ

หนังสอดแทรกอารมณ์ขันเล็ก ๆ น้อย ๆ ได้ดี แอบจิกกันสังคมได้ดี ส่วนจังหวะการใส่เพลงประกอบก็ทำได้ดี โดยเฉพาะฉากไล่ฆ่าซอมบี้ เมื่อเขาใส่เพลงประกอบเข้าไปแล้ว ก็สามารถแสดงถึงความรื่นรมย์ในการฆ่าซอมบี้ได้เลย

ในเรื่องการใส่เพลงประกอบนั้นขอแนะนำเลยว่าฉากเครดิตของต้นเรื่อง ที่เขาเล่าเรื่องราวที่ผู้คนในเมืองลาสเวกัสเริ่มเป็นซอมบี้แล้วก็ไล่กัดผู้คนในเมืองอย่างบ้าคลั่ง จนไปถึงการทำให้เห็นกลุ่มคนหนีเอาชีวิตรอดและฆ่าซอมบี้ ภาพที่ถ่ายภาพออกมานั้นทำได้ดีมาก มันเล่าเรื่องราวความเลวร้ายที่เกิดขึ้นในเมืองได้ภายในไม่กี่นาทีอย่างสมบูรณ์

ที่สุดของความประทับใจคือ เพลงประกอบในช่วงใกล้จบเรื่องได้ดีมาก เนื้อหาของเพลงรวมถึงความหมายแฝงและอารมณ์ของเพลงมันเข้าบรรยากาศของหนังดีมาก  ๆ ตั้งแต่ดูหนังซอมบี้มาก็หลายเรื่อง ยังไม่มีเรื่องไหนใช้เพลงนี้มาประกอบหนังเลย ทั้ง ๆ ที่ชื่อเพลงมันชัดเจนมาก  เชื่อว่าเป็นเพลงที่ถูกใจคนไทย ส่วนจะเป็นเพลงอะไรให้ไปฟังในหนังเอาเองครับ

อีกจุดหนึ่งที่ชอบคือ หนังเขาเน้นไปที่การเปิดตู้นิรภัย โดยการใช้เวลาพอสมควร มันมากพอที่ผู้กำกับสามารถใส่ลูกเล่นเข้าไป ได้อารมณ์แบบหนังแนวล่าสมบัติ อย่างหนังการ์ตูนอินเดียน่าโจนส์ เช่นกับดักที่วางไว้ตามทางเดินเป็นต้น จุดนี้ก็ทำให้เห็นว่า Zack Snyder น่าจะทำขึ้นมาเพื่อเป็นการคารวะด้วย

ส่วนความเป็นเหตุเป็นผลของเนื้อเรื่องทั้งหมดนั้น ก็คงไม่ต้องไปสนใจอะไรมากนะ ดูเอาเพื่อเป็นความบันเทิงก็พอ เพราะนี่คือหนังแนวเหนือจริง หนังแนวซอมบี้ หนังแอ็คชั่นที่ต้องการสร้างขึ้นมาให้เราเสพความบันเทิงอย่างแท้จริง ดังนั้นเรื่องตรรกต่าง ๆ สามารถมองข้ามไปได้เลย

หากใครดู Army of the dead จบแล้ว ทาง netflix เขาก็ใจดี ได้นำเบื้องหลังการสร้าง Army of the dead ความยาวเกือบครึ่งชั่วโมงเอามาฉายเอาไว้ด้วย คุณจะได้เห็นว่าเขาทุ่มเทและตั้งใจกับการสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้ขนาดไหน ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบซอมบี้ที่มีความซับซ้อน การสร้างเมืองลาสเวกัสจำลอง การสร้างอุปกรณ์ประกอบฉาก การทุ่มเทสรรพกำลังไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยี หรือกำลังคน เรียกได้ว่า Army of the Dead คือภาพยนตร์ที่ใช้เรี่ยวแรงกำลังใจของทีมงาน และทุ่มเทเม็ดเงินในการสร้างมหาศาล และผลที่ออกมาก็ถือว่าเข้าขั้นดีคุ้มค่ากับการลงทุนมาก ๆ ครับ ดังนั้นอย่าลืมไปชมเบื้องหลังของหนังเรื่องนี้ด้วยนะครับ แต่ อย่าไปดูเบื้องหลังก่อนดูหนังนะครับ เพราะมีหลายจุดที่บอกเนื้อหาสำคัญของหนัง

#ความหมายแฝงปรัชญาและบทสรุป

หนังมีการแอบใส่ประเด็นการเมืองเอาไว้ด้วย การตัดสินใจของผู้นำประเทศที่แก้ปัญหาด้วยความรุนแรง โดยไม่สนใจผลกระทบรอบด้าน การใส่ประเด็นความหลากหลายทางด้านเชื้อชาติและความหลากหลากทางเพศเอาไว้อย่างแนบเนียน ผ่านตัวละครหลายตัวในทีมจรกรรม และรวมถึงตัวละครซอมบี้หลายตัวในตอนเปิดเรื่อง และยังแอบพูดถึงปัญหาของค่ายผู้อพยพไว้ด้วย ดังนั้นหนัง Army of the Dead จึงพูดถึง การเมือง สังคม และเศรษฐกิจเอาไว้อย่างครบครัน และมันก็ไม่ได้มีน้ำหนักจนทำให้เราเสียอรรถรสในการรับชมเลย

ส่วนปรัชญาของเรื่องล่าวถึง ซอมบี้หิวเลือดหิวเนื้อ คนหิวเงิน คนหิวอำนาจ ซอมบี้กินเลือดกินเนื้อมนุษย์เพื่อความอยู่รอด ส่วนคนก็ต้องใช้เงินเพื่อความอยู่รอด ผู้คนจำนวนมากยอมแม้กระทั่งเสียงตายเพิ่อให้ได้เงิน ทั้ง ๆ ที่รู้เงินมันอยู่ในที่ที่ไม่ต่างกับขุมนรก ไม่ว่าจะหนักหนาสาหัสและหนักหน่วงในการทำงานมากแค่ไหน ก็เพื่อหวังว่าจะนำเงินมาเปลี่ยนชีวิต โดยเฉพาะอำนาจ ถ้าใครมีมากกว่าคนอื่น ถ้าสามารถแสวงหาผลประโยชน์ได้มากด้วยเช่นกัน ดูแล้วทั้งหมดก็แสดงถึความกระหาย และเลือดเย็นของมนุษย์ได้ดี ไม่ต่างกับซอมบี้เลย เงินหรืออำนาจมันก็อาจเป็นจุดเริ่มต้นใหม่ของชีวิตได้ หรือเป็นจุดจบของชีวิตได้ด้วยเช่นกัน

7.5/10
@วาทิน ศานติ์ สันติ

#ArmyOfTheDead2021
#แผนปล้นซอมบี้เดือด
#หนังซอมบี้Netflix

หมายเลขบันทึก: 690762เขียนเมื่อ 23 พฤษภาคม 2021 13:57 น. ()แก้ไขเมื่อ 23 พฤษภาคม 2021 13:57 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

สงวนลิขสิทธิ์ © 2005-2021 บจก. ปิยะวัฒนา และผู้เขียนเนื้อหาทุกท่าน
ขอแนะนำ ClassStart ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี