• เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ

“บ้าน”...ฉันไม่อยากอยู่ (4) : วัยรุ่น ลมร้อน และการเปลี่ยนแปลงชีวิต

โดยส่วนใหญ่แล้วปัญหาจะมุ่งไปทางด้านจิตใจของเด็กโดยเฉพาะ เพราะเหตุที่เกิดไปกระทบหรือบั่นทอนจิตใจจึงทำให้เกิดการไม่ยอมด้วยคนทุกคนมีเกียรติมีศักดิ์ศรีไม่มีใครน้อยไปกว่าใคร

ต่อจากความเดิมตอนที่แล้ว ...
“บ้าน”...ฉันไม่อยากอยู่ (1)
"บ้าน"...ฉันไม่อยากอยู่ (2)
“บ้าน”...ฉันไม่อยากอยู่ (3) : วัยรุ่น ลมร้อน

          เช้าวันนี้...คงไม่มีเหตุการณ์ตื่นเต้นเกิดขึ้นกับชีวิตฉันอีกหลังจากจัดการกับความวุ่นวายเมื่อวานลงได้  และเช้านี้ในขณะที่ดิฉันจัดการเรียนการสอนอยู่ก็มีอาจารย์ท่านหนึ่งมาตามให้ไปรับโทรศัพท์  “อาจารย์วิจิตราเหรอครับ ผม......ครับ อาจารย์ว่างหรือเปล่าครับ เรียนเชิญอาจารย์ที่ห้องนะครับ” ดิฉันรีบถามถึงเหตุผลในการนัดเจอครั้งนี้ ปลายสายบอกถึงเหตุผล... “อะไรนะคะ!! หูดิฉันคงไม่ได้ฝาดไปนะ...ค่ะ!! ค่ะ!! ดิฉันจะรีบไปเดี๋ยวนี้ค่ะ แต่ขอดิฉันมอบหมายงานให้เด็กก่อนนะคะ”.... “ครับ...อาจารย์ ผมจะรออาจารย์ครับ” พูดจบดิฉันใจเต้นตูมตาม โถ!! ชีวิตคุณครู “วิจิตรา”

          เปิดประตูห้อง...เอี๊ยด!!!... “สวัสดีครับอาจารย์....สวัสดีค่ะอาจารย์” เสียงทักทายประสานกันจนฉันไม่ทราบจะรับไหว้และทักทายใครก่อนหลังดี...ทั้งครู ทั้งผู้ปกครอง และเหล่าเด็กนักเรียนชายตัวดีของดิฉันนั่งล้อมวงกันที่โต๊ะ นักเรียนของดิฉันนั่งหน้าเขียว ๆ แดง ๆ เหมือนไฟจราจร บางคนหน้าผากบวมเป่งเท่าลูกมะนาว... “ใช่ค่ะ...เมื่อวานเกิดการชกต่อยกันในชั่วโมงเรียนของดิฉัน” ดิฉันรีบเล่าเหตุการณ์ให้ฟัง  และต่อมาฉันได้รับทราบเรื่องราวว่ามีการนัดเจอกันที่หน้าโรงเรียนในตอนเย็นเลิกเรียน...ก่อนหน้านี้ทั้งสองคนเป็นเพื่อนในกลุ่มเดียวกัน แต่คนหนึ่งแยกตัวออกจากกลุ่มเนื่องจากเป็นเด็กที่ตั้งใจเรียน หลังจากนั้นจึงถูกลอยเพแต่เขาจะมีเพื่อนต่างสถาบันเยอะมาก คู่กรณีอีกฝ่ายเป็นลูกคนมีอันจะกินและภายในกลุ่มจะเป็นเครือญาติกันจึงเป็นกลุ่มที่เหนียวแน่น  และทราบว่าหลังจากหมดชั่วโมงเรียนของดิฉันเด็กนักเรียนทุกคนก็เข้าเรียนในรายวิชาอื่น ๆ กันตามปกติ แต่นักเรียนที่แยกตัวออกจากกลุ่มด้วยความโกรธแค้นที่ถูกลุมแบบสุนัขหมู่ในชั้นเรียนจึงโทรไปหาเพื่อนต่างสถาบันให้รวมรวมสมัครพักพวกพร้อมอาวุธครบมือ ทั้งท่อแป๊บ ไม้ มีด ปืน ให้มานั่งซุ่มรออยู่แล้วหน้าโรงเรียนส่วนนักเรียนอีกฝ่ายก็รวบรวมพักพวกเช่นกันแต่เป็นในชั้นเรียน เมื่อคู่กรณีเดินตรงดิ่งไปหน้าโรงเรียนตามเวลานัดหมายคือ เลิกเรียน ในขณะที่เดินข้ามถนนตรงเกาะกลางของถนนซึ่งก็ไม่ทันได้ระวังว่าจะมีเพื่อนมาซุ่มรออยู่แล้ว อีกฝ่ายวิ่งมาตะลุมบอนดูแทบไม่ทันว่าใครเป็นใคร แต่งานนี้รู้ว่าท่อแป๊บถูกใช้ประโยชน์มากที่สุดโดยการทุบตีไปตามร่างกายของคู่กรณีซึ่งได้แต่ปัดป้อง เสียงเอะอะโวยวายทำให้ยามหน้าประตูรีบวิ่งออกไปดูเห็นเหตุการณ์จึงรีบแจ้งไปยังฝ่ายปกครอง และรีบเป่านกหวีด กลุ่มนักเรียนตกใจนึกว่าตำรวจจึงรีบสลายตัวภายในพริบตา เหลือไว้แต่พวกที่โดนทำร้ายนอนสะบักสะบอมเป็นแถวอยู่ที่เกาะกลางของถนน...

          ดิฉันถูกเชิญตัวมาเนื่องจากถูกพาดพิงจากเหตุการณ์ต่อเนื่อง และเพื่อเป็นการยืนยันว่าเด็กไม่ได้โกหก ดิฉันคุยกับผู้ปกครองและนักเรียนอยู่ครู่ใหญ่ ๆ ทุกอย่างคลี่คลายลงไปในทางที่ดี คือ ทั้งสองฝ่ายไม่ติดใจเอาความกันเนื่องจากทุกคนเป็นเพื่อนกินเพื่อนนอนคลุกคลีตีโมงกันมาก่อนและพ่อแม่ทั้งสองฝ่ายก็รู้จักเพื่อนของลูกทุกคนเป็นอย่างดี พ่อแม่ของทั้งสองฝ่ายก็ไม่คาดคิดเช่นกันว่าเหตุการณ์เหล่านี้จะเกิดขึ้นกับลูกหลานของตน เพราะก่อนหน้านี้ทุกคนรักกันมากแต่ก็ไม่ทราบว่ามีเรื่องบาดหมางอะไรกันจึงทำให้ต้องแยกกลุ่ม ผู้ปกครองคนหนึ่งบอกดิฉันว่าสิ้นเทอมนี้จะส่งลูกชายไปเรียนกรุงเทพฯ เพราะไม่อยากให้เจอหน้ากันเกรงจะมีเรื่องตามมาอีก และนักเรียนส่วนที่เหลือก็ถูกแยกห้อง บางคนย้ายแผนก บางคนพักการเรียน แต่ทุกคนโดนภาคฑัณ...

          ฉันนั่งทบทวนถึงเหตุการณ์ดังกล่าว การก่อพฤติกรรมก้าวร้าวรุนแรงในแต่ละครั้งของเด็กนั้น มาจากหลายสาเหตุปัจจัยที่เข้ามาเกี่ยวข้อง และเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนมากเพราะโดยส่วนใหญ่แล้วปัญหาจะมุ่งไปทางด้านจิตใจของเด็กโดยเฉพาะ เพราะเหตุที่เกิดไปกระทบหรือบั่นทอนจิตใจจึงทำให้เกิดการไม่ยอมด้วยคนทุกคนมีเกียรติมีศักดิ์ศรีไม่มีใครน้อยไปกว่าใคร แต่นั่นก็ไม่ใช่คำตอบของการเกิดเหตุเสียทั้งหมดยังมีเหตุปัจจัยอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นครอบครัว วัด โรงเรียน ชุมชน สิ่งแวดล้อมที่รายล้อมรอบตัวเด็กล้วนมีผลต่อพฤติกรรมดังกล่าวทั้งสิ้น

          บันทึกฉบับต่อไป...ดิฉันขอสะท้อนความคิดของตัวเองซึ่งเป็นครูผู้สอนคนหนึ่งที่มองเด็กและเยาวชนกับความเป็นไปของการก่อเกิดพฤติกรรมก้าวร้าวรุนแรง และแนวทางในการจัดการแก้ไขพฤติกรรมดังกล่าวให้ลดน้อยลงไปจากสังคมค่ะ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 69066
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 6
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (6)

     เมื่อคืนเพิ่งจะได้ถามไปในบันทึกก่อนหน้าว่า เรื่องจะสงบเลย หรือลุกลามต่อ เช้านี้ก็ได้อ่านในทันที
     การที่ผมทายจากบันทึกก่อนหน้าได้ว่าจะมีเรื่องกันต่อ น่าจะมีนัยยะบางอย่างที่สังคมก็พอจะทายได้นะครับ หากเด็กวันรุ่นเริ่มก่อหวอดขึ้นในครั้งที่ 1 แล้ว ก็มักจะลุกลามมีครั้งที่ 2 และ 3 หรือ ... ต่อไปอีก ที่ผมทายก็ทายโดยอาศัยประสบการณ์ที่ผ่านมาเอานะครับ
     ลปรร.มา เพื่อต่อยอดกันไว้ ไม่ทราบพอจะมีประโยชน์ไหมครับ

ตอนเย็นจะมา ลปรร. ค่ะ เช้านี้ต้องไปร่วมฟังการสอบป้องกันของรุ่นพี่ที่มหาลัยฯ ค่ะ

ขอบคุณนะคะที่เข้ามา ลปรร.

ขอให้กำลังอาจารย์วิจิตรานะคะ การที่ต้องรับมือเด็กหนุ่มในวัยคึกคะนองอย่างนี้เป็นงานที่หนักหนาสาหัสทีเดียวค่ะ ส่วนหว้าก็หนักไปทางรับมือกับเด็กสาวๆมากกว่า ล่าสุดนักศึกษาสาวก็เพิ่งจะหายตัวไปกับผู้ชายในผับ พวกเราเป็นอาจารย์ก็ต้องช่วยกันประคับประคองพวกเขาให้ถึงฝั่งให้ได้นะคะ ขอชื่นชมพี่ค่ะ

คุณพี่ ชายขอบ ขอบคุณมากค่ะที่เข้ามา ลปรร.มีประโยชน์มากค่ะ ตอนนั้นที่เกิดเรื่องในห้องเรียนตัวเองไม่คิดไปไกลขนาดนั้นว่าจะมีการนัดพบเจอเพื่อสะสางเรื่องกันต่อ...มานั่งย้อนคิดก็จริงอย่างที่คุณพี่"ชายขอบ" กล่าวไว้ บางทีก็มองไปถึงศักดิ์ศรีของตัวเองในขณะที่ในห้องอีกฝ่ายมีพักพวกหลายคนลุมทำร้ายคน ๆ เดียว แล้วเพื่อน ๆ ที่ดูเหตุการณ์ก็เยอะ จึงทำให้มีการนัดชำระแค้น และแรงยิ่งกว่าเดิม ตอนนั้นเขาคงไม่ได้คิดถึงผลเสียที่จะตามมาเพราะความโกรธและศักดิ์ศรีมันมากกว่าอย่างอื่น จึงเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น

ของคุณ อ.ลูกหว้า ค่ะ ปัญหาของเด็กวัยรุ่นมากมายเหลือเกินค่ะ เพราะอยู่ในช่วงการปรับเปลี่ยนจากวัยเด็กไปสู่วัยผู้ใหญ่จึงเกิดความสับสนในหลาย ๆ เรื่อง ทั้งเด็กผู้หญิงและเด็กผู้ชายจะมีปัญหาร้อยแปดพันประการ ส่วนใหญ่มักจะเอาแต่ใจตัวเองเป็นหลักให้ถูกใจตัวเองตอบสนองตัวเองได้ก็เป็นอันลงมือทำ ทำอย่างไม่คิดยึดติดกับอารมณ์ ปัญหาทั้งเด็กผู้หญิงและผู้ชายน่าเป็นห่วงไปคนละอย่าง แต่เมื่อเป็นปัญหาแล้วก็รุนแรงพอ ๆ กันค่ะ

ขอบคุณที่เข้ามา ลปรร.กันค่ะ เป็นกำลังใจในการทำงานเกี่ยวกับเด็กและเยาวชนด้วยเช่นกันค่ะ

  • ยังไม่ได้อ่านบันทึกค่ะ  มีเวลานิดเดียวค่ะ
  • รักษาสุขภาพนะคะ

ขอบคุณพี่สาวแสนสวย คุณ Bright Lily ค่ะ รักษาสุขภาพเช่นกันค่ะ

ระลึกถึงเสมอค่ะ