วิธีแก้ไขจิตใจของบุคคลที่มีความผิดอยู่ในใจ....


วิธีแก้ไขจิตใจของบุคคลที่มีความผิดอยู่ในใจ สิ่งที่ทำได้อย่างยืนยืนที่สุดก็คือ "การให้อภัย" โดยจะต้องเป็นการให้อภัยอย่างไม่มีที่สุด ไม่มีประมาณ...

ไม่มีที่สุด ไม่มีประมาณอย่างไร..?

คือให้อภัยแล้ว ให้อภัยอีก ให้โอกาสแล้ว ให้โอกาสอีก จนเราไม่สามารถคิดได้เลยว่าจะสิ้นสุดได้ประมาณไหน..

ไม่มีประมาณนี้ดีอย่างไร..?

ดีที่จิตใจของผู้ให้เอง...

เมื่อให้อภัยมาก ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ จิตใจของผู้ให้ก็จะเปี่ยมด้วยเมตตาอย่างมาก ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ 

ความเมตตาอย่างมากก็เปรียบเสมือนนำที่หยดลงไปบนหิน หยดไปเรื่อย ๆ ๆ ๆ 

แรก ๆ หินมันไม่ผุกร่อนหรอก แต่ทว่าน้ำนั้นจะค่อย ๆ ซึมผ่านอณูลงไปในหิน ซึมแล้ว ซึมเล่า เราจะไม่เห็นรอยผุจากภายนอก แต่น้ำแห่งความเมตตานั้นจะเข้าไปแทรกซึมทำให้มวบความหนาแน่นภายในของหินนั้นอ่อนลง อ่อนลง และอ่อนลง

เมื่อมวลอ่อนลงมาก ๆ หินนั้นก็จะย่อยสลายจากภายใน คือ ความแข็งกร้าวภายในจิตใจที่แข็งดั่งหิน ก็สามารถนิ่ม หรือ "ยุ่ย" ไปได้ด้วยน้ำแห่งเมตตาที่ซึมผ่านเข้าไป ผ่านเข้าไป และขังไว้อยู่ภายในจิตใจนั้นอย่างยาวนาน...

-------------------

ถ้าจะใช้ของแข็งทุบหิน ก็ทุบได้ เราจะเห็นความแตก รอยกะเทาะจากพื้นผิวภายนอก ซึ่งเห็นผลง่าย เห็นผลไว แต่ภายในนั้นไม่มีความหวั่นไหวหรือเปลี่ยนแปลงเลย

เช่นเดียวกับผู้ที่ออกแรงทุบหินนั้น เมื่อยก็เมื่อย เหนื่อยก็เหนื่อย ขวานก็ปิ่น ฆ้อนด้ามก็แทบหัก เมื่อนำของแข็งทุบลงบนของแข็ง ไม่เราหรือเขาก็ต้องแตกไปข้างหนึ่ง หรือเรียกว่าบอบช้ำกันทั้งคู่...

--------------------

ดังนั้น การใช้น้ำหยดลงไปด้วยความเมตตาจึงสามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างดีและยั่งยืน

ผู้ที่นำน้ำหยดลงไปก็ไม่เจ็บตัวเจ็บใจ เพราะน้ำนั้นให้ความชุ่มเย็นแก่จิตใจ เริ่มตั้งแต่ผู้ที่คิดจะให้อภัย คือ ผู้ที่จะรดน้ำแห่งความเมตตาลงไปนั้น

ผู้ที่ได้รับการยกโทษ โอษฐภัย จิตใจของเราก็จะชุ่มเย็น และมีดวงตาที่แลเห็นแนวทางที่จะแก้ไข ปรับตัวปรับใจ จากภายในจิตใจของเขาเอง...

---------------------

ทิฏฐิมานะ อัตตาตัวตนของคนนั้นมีมาก

ถ้าหากเราไปด่าให้เขาแก้ เขาก็แก้ได้ไม่นาน เพราะเขารู้สึกเสียเกียรติ เสียหน้า ต้องมาแก้ไขเพราะคำพูดคำจาของบุคคล

แต่การให้อภัย ทำให้ทุกคนลุกขึ้นมาแก้ไขได้ด้วยตัวของตัวเอง

--------------------

ต้องใช้เวลานะ... 

ใช้เวลานานขนาดไหนล่ะ..?

ใช้เวลาอย่างไม่มีที่สุด ไม่มีประมาณ...

นานไหม..? ไม่นานหรอก ถ้าเราไม่หวัง และไม่รอ...

เราทำเพื่อให้ เพื่อเสียสละ ตัดซึ่งความอยาก ความหวังออกไป ถ้าเขาแก้ไขได้ก็ดี ถ้าแก้ไขไม่ได้ก็ต้องปล่อยให้เป็นไปตามโลก ตามธรรม ตามยถากรรม คือผลให้กรรมที่เขาเคยทำมา เราก็นำสิ่งทั้งหลายมาปลงอนิจจา ว่าสัตว์โลกทั้งหลายย่อมเป็นไปตามกรรม

---------------------

ผู้ให้ย่อมมีความสุขทันทีที่ได้ให้

ผู้ที่หวัง ต้องรอคอยวันที่สมหวัง ซึ่งนั่นอาจจะใช้เวลาหลายวัน หลายเดือน หลายปี หลายภพ หลายชาติ หรืออาจจะไม่เกิดขึ้นเลยก็ได้

ผู้ที่หวังย่อมทุกข์กับความหวังในทุกวัน ทุกเวลา...

การให้อภัย คือ อภัยทาน จึงมีค่า มีราคา มีคุณอันสูงยิ่งกว่าการให้ทานทั้งหลายทั้งปวง

---------------------

ให้อภัย กันเถิด เพื่อนมนุษย์

ทานสูงสุด อภัยทาน ล้ำเลิศหนอ

อภัยทาน ประเสริฐได้ ต้องให้พอ

พอทั้งเรา พอทั้งเขา บรรเทามาร

***

มารที่แท้ คือความโกรธ ความคาดหวัง

เป็นพลัง คอยผลักดัน แสวงหา

เมื่อไหร่หนอ เราจะได้ กลับคืนมา

ยิ่งตั้งแต่ ยิ่งรอคอย ยิ่งทุกข์ใจ

***

การให้แท้ คือการให้ มิหวังกลับ

แม้ผลลัพธ์ จะเกิดมี ขึ้นหรือไม่

การให้แท้ นั้นคือการ ให้อภัย

ให้ที่ใจ ลงสู่ใจ กันและกัน

***

โปรดให้เถิด อภัยนี้ มิเสียทรัพย์

คณานับ คุณอนันต์ กว่าทานไหน

ให้อภัย ด้วยเมตตา จากดวงใจ

โปรดให้ไป ไม่ประมาณ จักรู้จริง...

**********



คำสำคัญ (Tags): #อภ้ยทาน
หมายเลขบันทึก: 690231เขียนเมื่อ 25 เมษายน 2021 10:24 น. ()แก้ไขเมื่อ 25 เมษายน 2021 10:24 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลงจำนวนที่อ่านจำนวนที่อ่าน:


ความเห็น (1)

เราทำเพื่อให้ เพื่อเสียสละ ตัดซึ่งความอยาก ความหวังออกไป ถ้าเขาแก้ไขได้ก็ดี ถ้าแก้ไขไม่ได้ก็ต้องปล่อยให้เป็นไปตามโลก ตามธรรม ตามยถากรรม คือผลให้กรรมที่เขาเคยทำมา เราก็นำสิ่งทั้งหลายมาปลงอนิจจา ว่าสัตว์โลกทั้งหลายย่อมเป็นไปตามกรรม

เราต้องอุเบกขาและปล่อยวางนะคะ

ชอบหลายตอน แต่ตอนนี้ชอบที่สุดค่ะ

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี