" ไม่เคยรักต้นไม้ ก็สามารถให้ความใส่ใจสิ่งแวดล้อมได้ ไม่แน่เหมือนกัน อะไรก็เป็นจริงได้ทั้งนั้น เมื่อสกัดกั้นโควิดไว้ได้ เราอาจจะเห็นฟ้าสีทองผ่องอำไพ มีต้นไม้น้อยใหญ่เต็มแผ่นดิน.."

          เรื่องราวมากมายเกิดขึ้นมาอย่างไม่คาดคิด หลังจากชีวิตผู้คนทั่วโลกต้องผจญภัยอยู่ในสถานการณ์โควิด๑๙ ทุกนาทีที่ออกนอกบ้านต้องหวาดผวาไปตามๆกัน

  ไม่เว้นแม้ชาติมหาอำนาจ ที่สุดแสนจะศิวิไลซ์ มีวิทยาการและเทคโนโลยีล้ำสมัย พัฒนาก้าวไกลด้านเทคนิคทางการแพทย์ ก็ยังต้องปิดประเทศเพื่อป้องกันเชื้อโรคร้ายทุกรูปแบบ

      ไทยเราก็ไม่ประมาท ถึงแม้ยังขาดความรัดกุมไปบ้างก็ตาม หลายฝ่ายบ่นเรื่องโรงพยาบาลสนาม ความไม่พร้อมด้านประสบการณ์ รวมทั้งงบประมาณที่ต้องใช้มากมาย อาจต้องมีการลงขันหรือหั่นงบจากทุกภาคส่วน บางทีอาจถึงขั้นจัดผ้าป่าช่วยชาติต้านภัยโควิดก็เป็นได้

          ถามว่า..จะกระทบการศึกษาหรือไม่..ก็คงไม่นานเกินรอต้องรู้แน่ โรงเรียนปิดเป็นกรณีพิเศษมา ๒ รอบแล้ว รอบที่ ๓ นี้ จะได้เปิดเรียนตามปกติได้มากน้อยแค่ไหน?ไม่มีใครบอกได้...

          นอกจากรัฐมนตรีและผู้ว่าราชการจังหวัด..ถ้าเปิดไม่ได้ในกลางเดือนพฤษภาคม ๒๕๖๔ ก็แสดงว่า โควิดคือปัญหาที่กระทบการศึกษา ๒ ปีซ้อน...

          ก่อนหน้านี้ สถานการณ์บ้านเมืองกำลังจะดีแล้ว แต่ด้วยคนดีมีเกียรติและศักดิ๋ศรีไม่กี่คน ประเมินเลินเล่อ เผลอตัวเผลอใจไร้ขอบเขต เป็นบทเรียนระดับชาติให้คนทั่วไปได้คิดใคร่ครวญ เพื่อมิให้เกิดโควิดรอบใหม่หรือรอบใหญ่ไปกว่านี้

          ความอหังการ์ เย่อหยิ่งจองหอง หรือมั่นใจในตัวเอง ย่อมใช้ไม่ได้กับช่วงเวลาโควิด คนไทยไม่ควรยึดติดกับความเก่ง ความกล้า หรือติดหน้าตาว่าข้าคือคนไทย ก้าวไกลมากกว่าเพื่อนบ้าน

          ความจริง...ก็คือประเทศเพื่อนบ้านหลายประเทศ เขาเอาจริงและทำจริง ตลอดจนไม่พูดพล่ามจริงๆ ยกตัวอย่างประเทศเวียดนาม นาทีนี้เขาดูฟุตบอลในสนาม คนดูแน่นขนัดแทบจะเหยียบกันตาย สนามบอลไทย นับหัวได้..ไม่น่าเชื่อ..อะไรก็เป็นจริงได้ทั้งนั้น

          จงตระหนักให้มาก เมื่อเห็นสีแดงกับสีส้ม ถึงแม้ว่าจะหวานอมขมกลืนกับเรื่องสีสัน อย่าชะล่าใจก็แล้วกันถึงแม้ว่าสีแดงจะยังไม่เต็มแผ่นดิน มาคิดกันดีกว่าว่าทำอย่างไรจะเป็นแผ่นดินสีเขียว เพราะฝนจากฟ้าเริ่มโปรยปรายมาอย่างไม่ขาดสาย

          หลายคนทำงานที่บ้านและรอบบ้านมีที่ว่างมากพอ หลายคนกลับบ้านที่ต่างจังหวัดและไม่อยากกลับเข้าเมือง คงจะไม่เปลืองเวลาสักเท่าไหร่ ถ้าจะหันมาปลูกต้นไม้กันคนละต้นสองต้น

          ไม่เคยรักต้นไม้ ก็สามารถให้ความใส่ใจสิ่งแวดล้อมได้ ไม่แน่เหมือนกัน อะไรก็เป็นจริงได้ทั้งนั้น เมื่อสกัดกั้นโควิดไว้ได้ เราอาจจะเห็นฟ้าสีทองผ่องอำไพ มีต้นไม้น้อยใหญ่เต็มแผ่นดิน

          ผมลองทำดูแล้วที่โรงเรียน..แม้จะเป็นโรงเรียนขนาดเล็ก แต่ต้นไม้ไม่เล็กเลย ผมเชื่อว่า ต้นไม้จะเป็นเกราะป้องกันภัย ให้แผ่นดินมั่นคงและประชาชนมั่งคั่ง มากกว่าการพูดไปวันๆ

          ดังนั้น เลิกพูดเสียทีว่าจะยุบโรงเรียนขนาดเล็ก เพราะคนพูดอาจไม่มีเวลาเหลือให้ทำการ เพราะงานเรื่องโควิดอย่างเดียว ก็หายใจไม่ทั่วท้องแล้ว

          ต่อจากนี้..อีกนาน..นโยบายรายวันจะหายเข้ากลีบเมฆ โรงเรียนคุณภาพของชุมชนก็คงเก็บเข้าลิ้นชัก จะรีบเอาเด็กๆไปรวมกันเยอะๆในโรงเรียนเดียวมันจะดีได้ไง?

          เทียบเคียงบทเรียนจากผับบาร์แถวทองหล่อ..ก็น่าจะพอมองเห็นแล้วกระมัง..

ชยันต์  เพชรศรีจันทร์

๑๘  เมษายน  ๒๕๖๔