Occupational profile

ชื่อ : คุณสา (นามสมมติ) 

เพศ : หญิง  อายุ : 49 ปี

วันเดือนปีเกิด : 7/7/2514

อาชีพ : ปัจจุบันทำงานเกี่ยวกับจิวเวลรี่ และ แม่บ้าน

General appearance : เพศหญิงวัยผู้ใหญ่ ผมดำยาว รูปร่างสมส่วน ผิวสองสี 

โรคประจำตัว : -

ยาที่ทานประจำ : ยารักษาโรควัณโรค

ประวัติการเจ็บป่วย : 

- เคยเป็นโรควัณโรคปอดเมื่อเดือนเมษายน ปี พ.ศ.2563 ปัจจุบันไม่มีเชื้อแล้วแต่ยังคงทานยาเพื่อป้องกันเชื้อต่อให้ครบกำหนด 

- ผู้รับบริการมีอาการปวดบริเวณหัวไหล่ด้านขวามาเป็นเวลานานติดกัน3ปี 

ประวัติครอบครัว : ผู้รับบริการแต่งงานแล้ว ปัจจุบันอาศัยอยู่กับสามีและลูกๆ มีลูก2คน ลูกชายคนโต1คนและลูกสาวคนเล็ก1คนประวัติการทำงาน : อาชีพหลักของผู้รับบริการคือ ทำงานด้านจิวเวลรี่ ในช่วงปี พ.ศ.2562ได้มีการทำอาชีพเสริม คือ เปิดร้านขายส้มตำ แต่เนื่องจากเวลาที่ตำส้มตำติดกันเป็นเวลานานทำให้มีอาการปวดที่ข้อไหล่และชาบริเวณมือเป็นอย่างมากจึงได้เลิกขายไป และมีการเปิดร้านข้าวขาหมูอีกครั้งในปี พ.ศ.2563 ซึ่งในช่วงนี้เป็นช่วงที่ผู้รับบริการบอกว่ามีอาการเจ็บไหล่ขึ้นมามากที่สุดเนื่องจากต้องออกแรงบริเวณหัวไหล่และมือท่าทางเดิมซ้ำๆในการสับขาหมู และหลังจากที่ได้รับควันหมูเข้าไปเป็นจำนวนมากทำให้ผู้รับบริการมีอาการไอและตรวจพบเชื้อวัณโรคที่ปอดจึงเลิกอาชีพขายขาหมูไป

ประวัติการล้ม : เคยล้มฟุตบาตเมื่อปี พ.ศ.2562 ทำให้มีอาการเจ็บเข่าตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

อาการเจ็บป่วย : 

- มีอาการปวดบริเวณหัวไหล่ขวา ยกแขนได้ไม่สุดช่วงการเคลื่อนไหว และมีอาการเจ็บบริเวณไหล่และต้นแขนขณะที่มีการยกเคลื่อนไหวแขน หรือเวลาที่ต้องมีการใช้งานไหล่ในท่าทางเดิมซ้ำๆ 

- นอกจากเจ็บไหล่แล้ว ในวันที่ใช้งานมากๆจะทำให้มีอาการชาลงมาที่บริเวณมือและนิ้วมือในเวลานอนและตื่นนอน

- มีอาการปวดที่ข้อเข่าและข้อสะโพกด้านขวาเวลาเดิน 

- มีอาการไอและหอบหลงเหลืออยู่จากการเป็นวัณโรค มักจะหอบเหนื่อยอย่างมากเวลาที่ต้องข้ามถนนและเดินขึ้นสะพานลอย

- ผู้รับบริการมีการตื่นกลางดึกบ่อยครั้งต่อคืน อย่างน้อย3ครั้งต่อคืน และเมื่อตื่นแล้วจะกลับไปนอนต่อยาก

Chief Complain : อาการเจ็บและปวดไหล่ข้างขวาเมื่อมีการเคลื่อนไหว ทำให้ทำกิจวัตรประจำวันไม่สะดวก

ความต้องการของผู้รับบริการ : ผู้รับบริการต้องการใช้ชีวิตปกติ มีอาการเจ็บลดลง ไปไหนมาไหนสะดวก สามารถทำกิจกรรมที่เคยทำได้อย่างเต็มที่

Analysis of occupation

1. ด้าน ADL ผู้รับบริการสามารถทำกิจวัตรประจำวันขั้นพื้นฐานได้ด้วยตัวเองในทุกหัวข้อ แต่มีความยากลำบากในการแต่งตัว (Dressing) ผู้รับบริการมักจะเจ็บไหล่เวลาที่ต้องยกแขนใส่-ถอดเสื้อ และมีความยากลำบากในการใส่ตะขอเสื้อชั้นใน นอกจากนี้ผู้รับบริการมีความเสี่ยงในการล้มขณะลุกขึ้นยืนจากเก้าอี้หรือจากที่นอน เนื่องจากมีอาการเจ็บเข่า (Functional Mobility)

2. ด้าน Rest & Sleep ผู้รับบริการมีปัญหาเรื่องการตื่นกลางดึกบ่อยครั้งและหลับต่อได้ยาก วันไหนที่ตื่นบ่อยในเวลากลางคืนจะตื่นมาแล้วปวดหัว มึนหัว และมีอาการเพลีย 

3. ด้าน IADL ผู้รับบริการมีความยากลำบากในการทำงานบ้าน เช่น การกวาดบ้าน ถูบ้าน ซักผ้า เนื่องจากอาการเจ็บบริเวณหัวไหล่และชาบริเวณข้อมือ

4. ด้าน Work เนื่องจากงานของผู้รับบริการนั้นจำเป็นต้องอยู่ในท่าเดิมติดต่อกันเป็นเวลานาน หรือใช้กลุ่มกล้ามเนื้อเดิมซ้ำๆ ทำให้ผู้รับบริการมีอาการเจ็บและปวดหัวไหล่เมื่อเคลื่อนไหวในการทำงาน และ ไม่สามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

Strength ผู้รับบริการให้ความร่วมมือในการสัมภาษณ์ดี สามารถให้ข้อมูลได้อย่างละเอียดครบถ้วน มีวินัยและมีความตั้งใจที่จะรับบริการทางกิจกรรมบำบัด สามารถปฏิบัติตนตามคำแนะนำของนักกิจกรรมบำบัดได้อย่างดี มีความต้องการที่ชัดเจน และผู้รับบริการเป็นคนที่ใส่ใจในการดูและสุขภาพของตนเอง

สิ่งที่ Support และ Barriers

Support : ผู้รับบริการมีสามีและลูกที่เข้าใจในอาการเจ็บป่วย และคอยช่วยแบ่งเบาภาระในการทำงานบ้าน ทำให้สามารถลดภาระงานที่ต้องรับผิดชอบได้ ผู้รับบริการประกอบอาชีพที่ทำงานอยู่ที่บ้านของตนเองทำให้ยืดหยุ่นตารางเวลาได้ จึงสามารถเพิ่มตารางเวลาในการออกกำลังกายเข้าไปได้ และลดความเสี่ยงจากการล้มหรืออาการเหนื่อยหอบจากการที่ต้องเดินทางออกไปข้างนอก
Barriers : เนื่องจากงานที่ทำประจำเป็นงานที่ต้องอยู่ในท่าทางเดิมเป็นเวลานานและใช้กลุ่มกล้ามเนื้อกลุ่มเดิมซ้ำๆ และเป็นงานที่ไม่สามารถปรับเปลี่ยนวิธีการทำได้ จึงทำให้อาการเจ็บปวดของผู้รับบริการเกิดขึ้นอย่างเรื้อรัง

การให้เหตุผลทางคลินิก

1. Scientific Reasoning

• Diagnostic Reasoning 

การวินิจฉัยทางการแพทย์ : ผู้รับบริการเคยได้รับการวินิจฉัยเป็นโรควัณโรค ถึงแม้จะรักษาหายแล้วแต่เนื่องจากเป็นวัณโรคที่ปอด ทำให้หลังจากการรักษาแล้วเกิดแผลขึ้นที่ปอด ซึ่งเป็นสาเหตุให้ผู้รับบริการยังมีอาการไอและอาการหอบจนถึงปัจจุบัน ในส่วนของอาการปวดไหล่ ผู้รับบริการยังไม่ได้รับการวินิจฉัยทางการแพทย์อย่างชัดเจน หลังจากที่ทางผู้บำบัดได้ทำการพูดคุยปรึกษากับอาจารย์จึงได้มีการตั้งข้อสันนิษฐาน โดยพิจารณาจากการสอบถามอาการของผู้รับบริการรวมถึงสัมภาษณ์ประวัติการทำงาน โดยตั้งสันนิษฐานว่าอาจเป็น Shoulder pain syndrome ที่มีสาเหตุมาจากการบาดเจ็บจากการทำงานซ้ำๆ (Repetitive Work ) ซึ่งมีอาการคือ มีอาการบาดเจ็บที่บริเวณใดบริเวณหนึ่งของร่างกายสะสมเป็นเวลานาน มีอาการปวดโดยเริ่มจากเล็กๆน้อยๆจนกระทั่งเจ็บจนไม่สามารถทำกิจกรรมได้เช่นเคย ซึ่งในการวินิจฉัยส่วนนี้หากต้องการการวินิจฉัยที่แน่นอนควรมีการพบแพทย์เฉพาะทางเพื่อระบุปัญหาที่แน่ชัดต่อไป

การวินิจฉัยทางกิจกรรมบำบัด : ผู้รับบริการมีอาการปวดบริเวณข้อไหล่ และเจ็บเมื่อมีการเคลื่อนไหว ไม่สามารถยกไหล่ได้สุดช่วงการเคลื่อนไหว และมีอาการชาบริเวณมือ โดยอาการมักจะเกิดเมื่อทำงานอยู่ในท่าทางเดิมเป็นเวลานานหรือทำงานโดยใช้การเคลื่อนไหวที่กลุ่มกล้ามเนื้อเดิมซ้ำๆ ทำให้กระทบต่อการทำกิจวัตรประจำวัน อย่างการแต่งตัว การทำงานบ้าน การทำงาน และ มีอาการปวดเข่าทำให้เสี่ยงต่อการล้มเวลาที่ลุกขึ้นจากเตียง เก้าอี้ และเวลาที่เดินขึ้นบันได

• Procedural Reasoning

การประเมินผู้รับบริการเพื่อรวบรวมข้อมูลและระบุปัญหาทางกิจกรรมบำบัด

1. สัมภาษณ์ข้อมูลผู้รับบริการ เนื่องจากในตอนแรกผู้บำบัดยังไม่ทราบถึงอาการเจ็บปวดของผู้รับบริการที่ชัดเจน อีกทั้งผู้รับบริการไม่มีวินิจฉัยทางการแพทย์ จึงเริ่มจากการสัมภาษณ์ข้อมูลทั่วไป อาการเจ็บป่วย ประวัติการรักษา การทำงาน ในตอนแรกที่สัมภาษณ์การทำงานเบื้องต้นนั้นยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด จึงได้สัมภาษณ์เรื่องประวัติการทำงานโดยละเอียด เนื่องจากอาการเจ็บปวดข้อไหล่ของผู้รับบริการนั้นเป็นมาเป็นระยะเวลานานถึง3 ปี ผู้บำบัดมีความสงสัยว่าอาการเจ็บป่วยนั้นอาจะสะสมมาเรื่อยๆจากการทำงาน

2. หลังจากที่สัมภาษณ์ได้อาการหลักที่ผู้รับบริการมีความต้องการจะแก้ไขมากที่สุด จึงได้ทำการประเมินสอบถามระดับความเจ็บปวดโดยใช้ Pain scales ผลคือ ผู้รับบริการมี Pain scale ขณะที่เคลื่อนไหว = 8-10

3. มีการประเมิน ROMของข้อไหล่ และ ข้อเข่า 

ผลการประเมิน คือผู้รับบริการมี AROM of Shoulder flexion 0-160 degree

Full PROM of Shoulder flexion 

AROM of Shoulder Abduction 0-170 degree 

Full PROM of shoulder abduction

ในข้อเข่า No limit knee joint ROM ทุก Action

4. สังเกตขณะทำกิจกรรม ใส่เสื้อ กวาดบ้าน และถูบ้าน ผลการประเมิน ผู้รับบริการสามารถทำกิจกรรมกวาดบ้านและถูบ้านได้จนจบกิจกรรมแต่จะมีการเหนื่อยเล็กน้อยหลังจากทำกิจกรรม และ ผู้รับบริการมีความยากลำบากขณะยกแขนถอดเสื้อที่เป็นเสื้อสวมหัว ส่วนเสื้อผ่าหน้าสามารถทำได้ปกติ

5. เนื่องจากผู้รับบริการบอกว่ามีอาการปวดเข่า รู้สึกเหมือนจะล้มเวลาที่ลุกจากเก้าอี้ และมีความลำบากเวลาที่ลุกจากที่นอน จึงได้เลือกประเมิน Standing Balance ผลการประเมินคือ ผู้รับบริการมี Normal Static & dynamic standing balanceและ สังเกตท่าทางขณะที่ผู้รับบริการลุกจากเก้าอี้และเดิน ผลการประเมิน ผู้รับบริการต้องมีการใช้มือยันตัวเองเพื่อลุกจากเก้าอี้ และไม่สามารถออกตัวเดินได้ทันทีเมื่อมีการลุกยืน ต้องยืนให้เข่าคลายจากอาการปวดสักพักแล้วจึงเดิน และผู้รับบริการมี normal gait pattern

2. Interactive Reasoning 

เนื่องจากผู้รับบริการมีสถานะเป็นแม่ของผู้บำบัด ก่อนที่จะเลือกคุณแม่เป็นกรณีศึกษาจึงได้มีการพูดคุยเพื่อข้อความร่วมมือ รวมถึงความสมัครใจของคุณแม่ที่จะเป็นผู้รับบริการ ซึ่งผู้รับบริการได้บอกว่า เต็มใจและยินดีอย่างยิ่งที่จะได้เป็นกรณีศึกษา หลังจากนั้นก็จะเป็นการสัมภาษณ์ข้อมูล ซึ่งผู้บำบัดได้ใช้น้ำเสียงที่มีความจริงจังมากขึ้นเพื่อที่ให้ผู้รับบริการมีความไว้วางใจในบทบาทของผู้บำบัด ไม่ใช่บทบาทของลูกสาว และทำให้ได้ข้อมูลที่มีรายละเอียด สามารถนำมาวิเคราะห์ได้ แต่ในขณะที่มีความจริงจังในน้ำเสียงนั้น ก็จะไม่สร้างบรรยากาศที่กดดันผู้รับบริการ และทำให้เกิดการอึดอัดต่อการประเมิน ซึ่งผู้รับบริการก็ได้ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี

3. Narrative Reasoning 

ผู้รับบริการบอกว่า “มีอาการปวดไหล่มานานแล้ว เป็นมาหลายปี แต่มาเป็นหนักช่วง3ปีที่ผ่านมา แล้วก็มาหนักมากที่สุดช่วงปีที่แล้วที่มีการขายข้าวขาหมู เพราะว่าตอนนั้นต้องออกแรงสับหมูทุกๆวัน พอขายเสร็จมันก็จะเริ่มปวดมากขึ้นเรื่อยๆ จริงๆเริ่มมาจากตอนที่ขายส้มตำเมื่อสามปีที่แล้ว ตอนนั้นก็ใช้ไหล่ใช้มือใช้แขนเยอะ ต้องตำทุกวัน พอตำเสร็จก็ปวดไหล่ปวดมือจนชา ตอนเลิกขายส้มตำก็เหมือนจะดีขึ้นแต่ก็ยังมีปวดบ้าง แต่พอมาขายขาหมูนี่แหละที่ปวดเยอะๆ แต่พอดีตรวจเจอว่าเป็นวัณโรคตอนนั้นก็เลยได้เลิกขายไป แต่อาการปวดก็ยังไม่หายอยู่ดี ”

 ผู้บำบัดจึงได้ถามต่อว่าหลังจากที่ไม่ได้ขายแล้ว อาการปวดมักจะเกิดขึ้นในตอนไหน ผู้รับบริการบอกว่า “ก็เวลาทำงานอยู่บ้าน ทำเกี่ยวกับจิวเวลรี่มันต้องนั่งอยู่หน้าโต๊ะทำงานนานๆ แล้วก็ยังต้องใช้แขนและไหล่อยู่ดี และเดี๋ยวนี้แค่ขยับเยอะๆหน่อยมันก็เจ็บแล้ว” และผู้รับบริการยังได้เล่นปัญหาอื่นนอกจากการปวดไหล่ให้ฟังอีกว่า

เวลาลุกเดิน หรือลุกจากที่นอนก็ปวดเข่า ลุกลำบากมากๆ โดยเฉพาะเวลาลุกจากเตียงไปเข้าห้องน้ำ และยิ่งตอนกลางคืนมักจะตื่นบ่อย ตื่นมาเข้าห้องน้ำบ้างตื่นเฉยๆบ้างวันละ2-3รอบ เวลากลับไปนอนต่อก็นอนไม่ค่อยหลับ” หลังจากที่ผู้รับบริการได้เล่าถึงอาการเจ็บป่วยให้ฟังแล้วนั้น

ผู้บำบัดจึงได้ถามความต้องการของผู้รับบริการต่อ ผู้รับบริการบอกว่า “อยากใช้ชีวิตปกติ ไม่เจ็บไม่ป่วย เดินเหินไปไหนสะดวก เพราะตอนนี้จะนอนจะตื่นก็เจ็บ ลุกไม่ค่อยสะดวก ใช้เวลานานกว่าจะลุกจากที่นอนได้ อยากหายเจ็บไหล่เพราะจะได้ไปทำนู่นทำนี่ได้


4. Conditional reasoning

จากการพูดคุยสัมภาษณ์และประเมินผู้รับบริการแล้ว จึงสรุปปัญหาทางกิจกรรมบำบัดได้ ดังนี้

  1. ผู้รับบริการมีอาการปวดและเจ็บไหล่ขณะเคลื่อนไหว ทำให้กระทบต่อการทำกิจกรรมในชีวิตประจำวัน เช่น การแต่งตัว การทำงานบ้าน และการทำงาน
  2. ผู้รับบริการมีปัญหาในการนอน มักตื่นบ่อยในเวลากลางคืนและนอนหลับต่อได้ยาก
  3. ผู้รับบริการมีอาการปวดเข่า ทำให้มีความลำบากในการลุกจากเก้าอี้และลุกจากที่นอน
  4. ผู้รับบริการมีอาการไอและเหนื่อยหอบเวลาที่ต้องเดินขึ้นบันไดหรือสะพานลอย

หลังจากที่ได้ปัญหาแล้ว ผู้บำบัดได้มีการนำกรณีศึกษามาปรึกษากับอาจารย์แล้ว จึงได้มีการเลือกประเด็นสำคัญอันดับแรกขึ้นมาตั้งเป้าประสงค์ นั่นก็คือเรื่องของอาการปวดไหล่

เป้าประสงค์ที่1 ผู้รับบริการมีอาการปวดไหล่ขณะทำกิจวัตรประจำวันและทำงานลดลงจากระดับ 10 เหลือระดับ 6 ภายในระยะเวลา 4สัปดาห์ วิธีการให้การรักษา เนื่องจากหลังจากการสัมภาษณ์ปละการปรึกษาอาจารย์ ผู้บำบัดจึงได้สนใจประเด็น Shoulder pain syndrome management และด้วยอาการปวดเรื้อรังนี้มีสาเหตุมาจากการทำงานอยู่ในท่าทางเดิมเป็นเวลานานและใช้กลุ่มกล้ามเนื้อกลุ่มเดิมซ้ำๆ จึงได้เลือกนำ Biomechanics FoR มาเป็นหลักในการเลือกวิธีการรักษา นั่นก็คือ การปรับท่าทางในการทำงาน และปรับ Postural alignments ขณะทำงาน เพราะผู้รับบริการมีการนั่งหลังค่อมก้มคอมติดกันเป็นเวลานานในขณะทำงาน วิธีการปรับนั่นก็คือ การออกกำลังกาย (Cervical & Lumbar exercise) โดยท่าสำหรับปรับ Posture ของ Cervical spine คือ ให้ผู้รับบริการทำท่า Chintuck exercise ในท่ายืน ส่วนท่าสำหรับปรับ Posture ของ Lumbar spine คือ ให้ผู้รับบริการ ยืนแล้วขมิบก้น เพื่อให้สะโพกมีการ tilt ไปในด้าน anterior ซึ่งในการปรับ Posture ขณะทำงานนั้นจะทำให้ผู้รับบริการมีท่าทางที่ดีในขณะทำงาน และลดอาการปวดตึงของข้อไหล่ที่เกิดจากท่าทางที่ไม่เหมาะสมและในส่วนของ การลด pain ที่ไหล่ จะใช้ Physical Rehabilitation FoR โดยใช้การกดที่ trigger point บริเวณ Joint ที่มีอาการตึง โดยกดที่ Acromioclavicular joint ที่เป็นบริเวณที่มักจะตึงเมื่อมีการเคลื่อนไหวไหล่ และนอกจากนี้ยังใช้ Physical agent modality โดยการประคบร้อนบริเวณที่กล้ามเนื้อมีอาการปวดเป้าประสงค์ที่2 ผู้รับบริการสามารถนอนหลับติดต่อกันในเวลากลางคืนได้ โดยไม่ตื่นกลางดึก ภายในระยะเวลา 2 สัปดาห์ วิธีการให้การรักษา เนื่องด้วยวัยของผู้รับบริการที่เริ่มมีอายุมากขึ้น ประกอบกับการทานยาโรควัณโรคอยู่ทำให้มีผลต่อการนอนในเวลากลางคืนได้ และผู้รับบริการยังมีอาการปวดกล้ามเนื้อเรื้อรังทำให้รบกวนการนอน ผู้บำบัดจึงเลือกให้ท่าในการบริหารร่างกายก่อนนอน โดยมีทั้งหมด 4 ท่า ท่าที่1 ท่านิ้วชี้ลงดิน พร้อมกับหายใจเข้า-ออก จำนวน7ครั้ง เมื่อหายใจออกให้ออกเสียงดังๆท่าที่2 ท่าหัวใจ ให้ประสานมือเป็นท่าหัวใจไว้ที่กลางอก เคลื่อนมือเข้าหาตัวและยืดแขนออกไปด้านหน้า พร้อมหายใจเข้า-ออก ทำซ้ำ 10รอบท่าที่3 ท่านอนคู้ ให้เคลื่อนศอกและเข่าเข้าออก พร้อมๆกับจังหวะการหายใจเข้าและออก ทำซ้ำ10รอบท่าที่4 ท่าท่านอนหงาย ให้นอนหงาย พร้อมดึงเข่าเข้าหาตัวนำมือไปประสานไว้ใต้เข่า พร้อมดูลมหายใจ 10รอบและนอกจากท่าบริหารก่อนนอนแล้ว ยังใช้การปรับ posture ท่าทางในการนอนด้วย โดยให้จัดท่านอนหงายหรือนอนตะแคง และนำผ้าสอดไว้ที่ช่องว่างระหว่างตัว เช่น สอดไว้ใต้เข่าและคอส่วน

ในปัญหาของการปวดเข่าและอาการเหนื่อยหอบนั้น ยังไม่มีการให้การรักษา แต่มีการแนะนำหลักการ Energy conservation เช่น การแบ่งเวลาในการทำงาน การเดิน และได้แนะนำวิธีการตรวจสอบ Self management ในเรื่องของอาการเจ็บเข่า และความเสี่ยงต่อการล้มหากลุกขึ้นเดิน โดยหากมีอาการเจ็บให้ผู้รับบริการหยุดพักการทำกิจกรรม หาพื้นที่นั่งพักเพื่อให้หายเหนื่อยหรือหายปวด ไม่ฝืนทำกิจกรรมต่อไป

5. Pragmatic reasoning

ผู้บำบัดได้มีการนำข้อมูลของกรณีศึกษาไปขอคำปรึกษาและร่วมเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหากับอาจารย์ผู้ที่มีความเชี่ยวชาญและมีประสบการณ์มากกว่าเพื่อที่จะให้ได้วิธีการรักษาที่ดีและเหมาะสมกับอาการของผู้รับบริการมากที่สุด โดยอาจารย์ได้มีการแนะนำเพิ่มเติมถึงเรื่อง การปรับ Posture alignment โดยใช้หลักการ Ergonomic ซึ่งต้องมีการประเมินเพิ่มเติม ทั้งวัดสัดส่วนร่างกายของผู้รับบริการ วัดขนาดเก้าอี้ที่นั่งทำงานในปัจจุบันเพื่อดูว่าควรปรับอย่างไรให้เหมาะสมต่อ ergonomic ในการทำงาน และนอกจากการศึกษาเพิ่มเติมแล้วยังมีการติดตามผลต่อ โดยหลังจากที่ได้มีการนำวิธีการรักษาไปทำกับผู้รับบริการแล้วได้มีการประเมินผลซ้ำเพื่อดูประสิทธิภาพของวิธีที่เลือก และเพื่อดูว่าเกิดปัญหาหรือติดขัดตรงไหนจะได้นำมาปรับแก้

6. Ethical reasoning

ผู้บำบัดคำนึงถึงถึงวิธีการรักษาโดยมุ่งเน้นไปที่จะทำอย่างไรให้ผู้รับบริการสามารถกลับมาใช้ชีวิตปกติได้ ลดอาการเจ็บปวดลง ซึงเป็นไปตามความต้องการของผู้รับบริการ โดยที่วิธีนั้นไม่กระทบต่อการทำงานของผู้รับบริการ เลือกใช้วิธีที่ช่วยให้อาการเจ็บปวดลดลงโดยที่ผู้รับบริการนั้นไม่ต้องปรับเปลี่ยนกิจกรรมการทำงานไปเลย เช่น การปรับที่ Posture alignmentของตัวผู้รับบริการแทน ใช้หลักการ energy conservation ในการพักจากการทำงาน

SOAP Note ครั้งที่ 1

S : pt. Female 49 years old 

H/X TB : Lung ปัจจุบันหายแล้วแต่ยังมีอาการไอและเหนื่อยหอบอยู่บ้าง 

C/O Rt. Shoulder pain syndrome from repetitive work

Pt. ตื่นบ่อยเวลากลางคืน และหลับต่อยาก 

Pt. บอกว่า “อยากใช้ชีวิตปกติ ไม่เจ็บไม่ป่วย เดินเหินไปไหนสะดวก เพราะตอนนี้จะนอนจะตื่นก็เจ็บ ลุกไม่ค่อยสะดวก ใช้เวลานานกว่าจะลุกจากที่นอนได้ อยากหายเจ็บไหล่เพราะจะได้ไปทำนู่นทำนี่ได้”

O : - pain scale : 8-10

- ROM : ผู้รับบริการมี AROM of Shoulder flexion 0-160 degree

Full PROM of Shoulder flexion

AROM of Shoulder Abduction 0-170 degree

Full PROM of shoulder abduction

ในข้อเข่า No limit knee joint ROM ทุก Action

- Normal Static & dynamic standing balance

- Normal gait patterns

A :1.Shoulder Pain syndrome affect to occupation ex. Dressing , house management , work 

2. Sleep problem; wake up often at night 

3. Cough and tired when walk or go up the stairs 

4. Knee pain while sitting to standing and walk

P : 1. Decrease shoulder pain : กดบริเวณ trigger point และ ประคบร้อน 2. ปรับ posture alignment ขณะทำงาน 3. Exercise and Breathing control before sleep 4. ปรับ sleep posture 5. แนะนำ energy conservation ในระหว่างทำกิจกรรม

SOAP note ครั้งที่ 2

S: pt. Female 49 years old 

C/O Rt. Shoulder pain syndrome from repetitive work 

pt. บอกว่าหลังจากที่มีการกด trigger point บริเวณไหล่ไปแล้วรู้สึกว่าอาการปวดไหล่เริ่มลดลงขยับแขนได้มากขึ้นแต่ก็ยังไม่สุดแขน ยังเจ็บอยู่บ้างถ้ายกแขนสูงๆ

pt. ยังมีการตื่นบ่อยเวลากลางคืนอยู่

O: วัด Pain scale ครั้งแรกได้ 8-10/10 ประเมินซ้ำได้ 6/10 

ROM : AROM of shoulder flexion จากครั้งแรก0-160 degree เป็น 0-170 degree

AROM of shoulder abduction จากครั้งแรก0-170 degree ยังเป็นเป็น 0-170 degree อยู่แต่เจ็บลดลง

A: 1. Pain ลดลงทำให้ทำงานได้ดีขึ้น แต่ยังมี Postural Alignment ไม่ดี

2. ยังมีการตื่นบ่อยเวลากลางคืนอยู่

P: 1. ปรับ Postural Alignment ด้วย Chin tuck exercise ในท่ายืน และท่าขมิบก้น ให้ lumbar spine เป็น anterior tilt 

2. ทำExercise and Breathing control before sleep และ ปรับ sleep posture ต่อไปอีกแล้วค่อยประเมินซ้ำอีกครั้ง

Story telling 

หลังจากที่ได้รับมอบหมายงานให้หากรณีศึกษาเดี่ยวเพื่อศึกษาการให้เหตุผลทางคลินิก ตัวผู้บำบัดก็ได้มาคิดว่าจะหากรณีศึกษาจากที่ไหนดี ได้มีการลังเลว่าจะหากรณีศึกษาใหม่จากคนใกล้ตัวหรือว่าจะนำกรณีศึกษาเก่าที่ได้ทำไปแล้วกลับมาศึกษาอีกครั้ง และนึกขึ้นมาได้ว่าในช่วงที่ผ่านมาตั้งแต่ปีที่แล้วมักได้ยินคุณแม่พูดบ่อยว่าปวดไหล่ เจ็บไหล่มากเวลาที่เคลื่อนไหว หรือทำกิจกรรมต่างๆ ก็ได้ลองสอบถามคุณแม่ว่าสนใจมาเป็นกรณีศึกษาหรือไม่ คุณแม่นั้นให้ความสนใจเป็นอย่างยิ่ง ทั้งยังบอกว่าไม่ต้องไปหาคนไข้ที่ไหนไกล ให้รักษาตัวท่านก่อนเป็นคนแรกเลย ตัวผู้บำบัดเองจึงได้ตัดสินใจเลือกคุณแม่เป็นกรณีศึกษาในครั้งนี้ ด้วยเหตุผลนอกเหนือจากหากรณีศึกษาไม่ได้ แต่เป็นความตั้งใจที่อยากจะช่วยให้คุณแม่มีอาการเจ็บลดลงและทำกิจกรรมต่างๆได้สะดวกมากขึ้น หลังจากที่ตกลงแล้วเรียบร้อย ก็ได้เริ่มมีการสัมภาษณ์เพื่อเก็บข้อมูลมาวิเคราะห์ปัญหา ในตอนแรกมีความกังวลใจอย่างมากเนื่องจากเป็นคนใกล้ตัว กังวลว่าจะต้องใช้คำพูดในระดับใดที่จะทำให้เหมาะสมในบทบาทของผู้บำบัด แต่ก็ได้ความร่วมมือของคุณแม่ผู้เป็นผู้รับบริการทำให้การสัมภาษณ์และการประเมินนั้นได้ข้อมูลออกมาอย่างชัดเจน หลังจากที่ได้ข้อมูลมาแล้วได้มีการนำไปปรึกษากับทางอาจารย์ที่ปรึกษา ในตอนแรกนั้นยังไม่มั่นใจเท่าไหร่ว่าจะเป็นปัญหาที่เกิดมาจากการทำงานซ้ำๆหรือไม่ แต่จากการสัมภาษณ์ประวัติและอาการที่เจ็บมาอย่างเรื้อรังก็ทำให้ตั้งข้อสันนิษฐานเอาไว้ แล้วพอได้มาพูดคุยกับอาจารย์ อาจารย์ก็ได้ไขข้อสงสัยว่าเป็นอาการเจ็บที่มีสาเหตุมาจารกการทำงานจริงๆ และได้แนะนำว่าปัญหาเด่นชัดที่ควรจัดการเป็นอันดับแรกคือ Shoulder pain syndrome และแนะนำว่าควรไปศึกษากรอบอ้างอิงไหนเพิ่มเติม ผู้บำบัดจึงได้เลือกนำ Biomechanics FoR เข้ามาเนื่องด้วยอาการบาดเจ็บนั้นมาจากท่าทางในการทำงานที่ทำอย่างซ้ำๆ และวิธีที่ใช้คือ การปรับ posture alignment และ exercise และในระหว่างนั้นก็มีการใช้ Physical Rehabilitation FoR เข้ามาโดยใช้วิธีการกดที่ trigger point และการประคบร้อน เพื่อลดอาการปวดไหล่ลงควบคู่ไปกับการปรับ postural alignment ไม่เพียงแต่ปัญหาการปวดไหล่เท่านั้นที่เป็นปัญหาของผู้รับบริการ แต่ปัญหาอื่นๆอย่างการนอน อาการหอบระหว่างเดิน และอาการปวดเข่า ถึงแม้จะไม่ปัญหาหลักแต่ตัวผู้บำบัดเองก็ได้มีการศึกษารวมถึงปรึกษากับอาจารย์เพื่อหาวิธีการแก้ไขปัญหาที่เป็นประโยชน์ต่อผู้รับบริการมากที่สุด เนื่องด้วยเป็นกรณีศึกษาที่ต้องเริ่มทำด้วยตัวเองตั้งแต่แรก ทั้งเริ่มจากการหากรณีศึกษา การสัมภาษณ์ การเลือกวิธีการประเมิน การค้นคว้าหาข้อมูลเพื่อวางแผนการรักษา ทำให้มีความเป็นกังวลเป็นอย่างมาก แต่ก็ได้ความช่วยเหลือจากทั้งอาจารย์และความร่วมมือเป็นอย่างดีของผู้รับบริการ ในตอนที่ผู้รับบริการบอกว่าอาการเจ็บเริ่มรู้สึกน้อยลง ผู้บำบัดจึงมีความดีใจเป็นอย่างมาก และในครั้งนี้ก็ได้เรียนรู้ถึงการให้เหตุผลทางคลินิกในการทำงาน เป็นประสบการณ์ก้าวแรกที่จะสามารถนำไปใช้กับการฝึกงานและการทำงานในอนาคต

ผู้เขียน : นางสาวอมรรัตน์  จำรูญ 6123036