Occupational Profile
ชื่อ : โอม (นามสมมุติ) เพศ : ชาย อายุ : 21 ปี
ศาสนา : พุทธ
การศึกษา : นักศึกษา ระดับปริญญาตรี
โรคประจำตัว : โรคหอบหืด
ลักษณะทั่วไป : วัยรุ่นชายรูปร่างสมส่วน ผิวสองสี ผมสั้นดำ สวมแว่นตา
Interest : ชอบอ่านนิยายและฟังเพลง
Need : ผู้รับบริการมีความต้องการคลายความเครียดและความกดดันจากการเรียน
Clinical reasoning
Diagnostic reasoning
การวินิจฉัยทางการแพทย์ Dx. Asthma มีอาการไอ มีเสมหะ แน่นหน้าอก หายใจไม่อิ่มและเหนื่อยหอบ มีการพ่นยาร่วมด้วย
การวินิจฉัยทางกิจกรรมบำบัด จากการสัมภาษณ์ สังเกต แลประเมินผู้รับบริการมีความเครียดสูงจากการเรียน มีความล้าทางด้านร่างกายและอารมณ์ มีความเบื่อ ท้อแท้ ขาดแรงจูงใจในการทำสิ่งต่างๆ และมีความเสี่ยงที่จะมีปัญหาการนอนหลับ
Interactive reasoning
สร้างสัมพันธภาพกับผู้รับบริการโดยใช้ Therapeutic Relationship และ Therapeutic use of self เพื่อให้ผับริการรู้สึกไว้วางใจและให้ความร่วมมือในการประเมินรักษา ผู้บำบัดมีการแนะนำด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล เป็นมิตร สัมภาษณ์ผู้รับบริการด้วยคำถามปลายเปิดและตั้งใจรับฟังผู้รับบริการไม่พูดแทรกหรือโต้แย้งผู้รับบริการ มีการมองหน้าสบตาและสังเกตสีหน้าท่าทางของผู้รับบริการขณะสนทนา รวมถึงมีการใช้เทคนิค Rapport เป็นการสัมพันธภาพเพื่อให้ผู้บริการเปิดใจในการให้ข้อมูล ด้วยการเรียกชื่อผู้รบบริการ ยิ้มแย้มด้วยความมิตร มีการสบตาผู้รับบริการ การพูดคุยในเรื่องที่คล้ายกันและใช้ภาษาที่คล้ายกันให้เกิดความเป็นกันเอง
Narrative reasoning
จากการสัมภาษณ์ถึงปัญหาและสิ่งที่ผู้รับบริการต้องการมาปรึกษา ผู้รับบริการเล่าว่า “เหนื่อย เบื่อ ไม่อยากขึ้นวอร์ดฝึกงาน ไม่ชอบฝึกงานฝ่ายนี้ ไม่ชอบอาจารย์วิชานี้ด้วย” “อาจารย์ประจำวอร์ดเคร่งเรื่องเนื้อหามาก ชอบถามคำถามที่นอกเหนือขอบเขตที่นักศึกษาควรรู้ พอตอบไม่ได้ก็จะหยิก ด่า เหวี่ยงใส่ ส่วนเรื่องฝ่ายฝึกงาน ไม่ชอบเพราะเคสมีความซับซ้อน ต้องคิดหนึ่งวิธีเพื่อรักษาให้ได้หลายอย่าง” “มีเรื่องทำวิจัยด้วย ไม่อยากทำวิจัยกับคู่ คู่ชอบสั่งให้ทำนั่นทำนี่ แล้วก็ชอบเหวี่ยงใส่” สอบถามถึงกิจวัตรประจำวัน ผู้รับบริการเล่าว่า “ปกติก็ลงจากวอร์ดหรือเลิกเรียน ก็จะกลับมาหอเลย แล้วมาเขียนเคสของแต่ละวัน เตรียมความรู้สำหรับขึ้นวอร์ดวันถัดไป” “เวลาว่างก็มีอ่านนิยาย ไม่ค่อยชอบทำกิจกรรมที่คณะ ส่วนใหญ่อยู่หอไม่ค่อยออกไปไหน”
Procedural reasoning
สอบถามข้อมูลอ้างอิง PEOP Model
Person :
1. สร้างสัมพันธภาพและสัมภาษณ์ผู้รับบริการเกี่ยวกับข้อมูลทั่วไปของผู้รับบริการ และสอบถามถึงปัญหาหรือสิ่งที่ผู้รับบริการต้องการปรึกษาผู้บำบัด รวมถึงถามถึงความต้องการของผู้รับบริการ
2. ประเมินความเครียด ด้วยแบบประเมินความเครียด SPST-20 พบว่า ผู้รับบริการมีความเครียดในระดับรุนแรง, ประเมินภาวะหมดไฟ ด้วยแบบประเมินภาวะหมดไฟจากการทำงานด้วยตนเอง พบว่า ผู้รับบริการมีความเสี่ยงที่จะมีภาวะหมดไฟ, ประเมินโรคซึมเศร้า ด้วยแบบประเมินโรคซึมเศร้า 9Q พบว่า ผู้รับบริการไม่มีอาการของโรคซึมเศร้า, ประเมินคุณภาพการนอนหลับ ด้วยแบบประเมินคุณภาพการนอนหลับพิตส์เบิร์ก พบว่า ผู้รับบริการมีความเสี่ยงที่มีปัญหาการนอนหลับ
3. ประเมิน State Examination พบว่า ผู้รับบริการมีความตึงบริเวณห่างตาทั้งสองข้างมาก เกิดจากความเครียดและความวิตกกังวล
4. Emotional Freedom Trapping พบว่า ผู้รับบริการมีความผ่อนคลายมากขึ้น และมีความตึงบริเวณหางตาทั้งสองข้างลดลง
Environment :
จากการสัมภาษณ์และสังเกตจากภาพถ่ายที่ผู้รับบริการส่งมา ผู้รับบริการพักอาศัยอยู่หอพักชาย ภายในมหาวิทยาลัย พักอาศัยอยู่กับเพื่อนต่างคณะ 1 คน พื้นที่ห้องพักค่อนข้างแคบ มีเตียงเดี่ยว ตู้เสื้อผ้า และโต๊ะอ่านหนังสือแยกเป็นส่วนตัว
Occupation :
จากการสัมภาษณ์ พบว่า ผู้รับบริการสามารถทำกิจกรรมการดำเนินชีวิตได้ด้วยตนเอง
ด้าน Rest and sleep : นอนหลับง่าย ตื่นกลางดึกมีนานๆครั้ง นอนหลับวันละ 5-6 ชม.
ด้าน Education : ผู้รับบริการเข้าเรียนตามปกติ ไม่ขาดเรียน ผลการเรียนตกลงทุกปี
ด้าน leisure : กิจกรรมยามว่าง คือ อ่านนิยายและฟังเพลง
Performance :
ผู้รับบริการมีโรคประจำตัวเป็นโรคหอบหืด มักเป็นหวัดบ่อย ทำให้เกิดความล้าทางด้านร่างกาย
สอบถามข้อมูลอ้างอิง MOHO Model
ด้าน Volition :ผู้รับบริการ low motivation และ low self steem
ด้าน Interest :ผู้รับบริการมีความสนใจในการอ่านนิยาย และฟังเพลง
ด้าน Habit :ผู้รับบริการพูดเก่ง ยิ้มแย้ม
ด้าน Role :ผู้รับบริการมีบทบาทเป็นบุตรชายคนเล็ก และบทบาทเป็นนักศึกษา
Conditioning reasoning
จากการสัมภาษณ์และการทำแบบประเมิน พบว่า ผู้รับบริการมีภาวะความเครียดจากการเรียนในระดับรุนแรง
- Goal : ผู้รับบริการมีภาวะความเครียดจากการเรียนลดลง ภายในระยะเวลา 4 สัปดาห์
- Intervention implement FoR : Psychosocial Rehabilitation, Cognitive Rehabilitation
- - EFT เพื่อผ่อนคลายอารมณ์
- - Stress Management ด้วยท่า Butterfly Hugging
- - Relaxation ด้วยท่า Square Breathing 4-4-4
- - ปรับเปลี่ยนความคิดลบด้วย CBT
จากการประเมินคุณภาพการนอนหลับ พบว่า ผู้รับบริการมีความเสี่ยงที่จะมีปัญหาการนอนหลับ
- Goal : ผู้รับบริการมีเวลาในการนอนอย่างมีประสิทธิภาพวันละ 7 ชั่วโมง ภายในระยะเวลา 2 สัปดาห์
- Intervention implement FoR/Model : PEOP Model
- - การจัดการเวลาในแต่ละวันของผู้รับบริการ โดยลดการเล่นอินเตอร์เน็ตและการอ่านนิยาย เพิ่มเวลาในการทำการบ้าน รวมถึงปรับความรวดเร็วในการทำการบ้าน เพื่อให้มีเวลาว่างทำกิจกรรมการผ่อนคลายอื่นๆเพิ่มมากขึ้น
- - การจัดสิ่งแวดล้อมภายในห้องนอนให้มีความสงบไม่มีสิ่งรบกวน
- - ทำการผ่อนคลายตนเองก่อนเข้านอนเป็นเวลา 20 นาที เช่น การทำ Relaxation technique ฝึกการหายใจเพื่อให้เกิดความผ่อนคลาย
- - ลดการเล่นอุปกรณ์ไอทีก่อนเข้านอนเป็นเวลา 30 นาที
- - ออกกำลังกายช่วงเย็นหลังเลิกเรียน วันละ 30-40 นาที เป็นประจำทุกวัน
Pragmatic reasoning
จากการสัมภาษณ์และประเมินผู้รับบริการในครั้งแรก ได้ทราบปัญหาและนำมาวางแผนตั้ง goal การบำบัดรักษาในครั้งต่อไป พร้อมทั้งได้มีการนำข้อมูลมาทำ conference case กับอาจารย์และเพื่อนๆ ซึ่งอาจารย์ได้มีการแนะนำการประเมินการนอนเพิ่มเติม การสอบถามเกี่ยวกับการติดอินเตอร์เน็ต เนื่องจากมีผลต่อสภาวะอารมณ์และจิตใจ การประเมิน State Examination และ EFT เพื่อจัดการอารมณ์ของผู้รับบริการในเบื้องต้น
หลังได้พบผู้รับบริการเป็นครั้งที่ 2 ได้มีการวางแผนการรักษา ดังนี้
- ให้การบำบัดรักษาด้วยการปรับความคิดลบ โดยใช้ CBT
- วางแผนการจัดการเวลาการทำกิจกรรมการดำเนินชีวิตของผู้รับบริการ เพื่อให้มีเวลาในการผ่อนคลายและไม่เครียดกับการเรียนมากจนเกินไป
- การปรับการนอนหลับเพื่อให้การนอนหลับมีประสิทธิภาพมากขึ้น (sleep hygiene) 15 ข้อ เช่น การออกกำลังกายเป็นประจำทุกวัน, ควรจัดเวลาก่อนเข้านอนประมาณ 20 นาทีเพื่อให้จิตใจสงบและผ่อนคลาย, งดเล่นอุปกรณ์ไอทีก่อนเข้านอนอย่างน้อย 30 นาที
หากมีโอกาสการวางแผนการรักษาในครั้งถัดไป
- สัมภาษณ์เพิ่มเติมด้าน Social participation ความสัมพันธ์ของผู้รับบริการกับเพื่อนหรือครูคนอื่นๆในคณะ
- ประเมินเพิ่มเติมเกี่ยวกับโรคหอบหืดว่าส่งผลกระทบต่อการทำกิจกรรมมากน้อยแค่ไหน ส่งผลให้เกิดความล้าทางร่างกายและเป็นอุปสรรคต่อการเรียนหรือไม่ เพื่อปรับรูปแบบการเรียนให้มีความเหมาะสมและลดความล้าทางด้านร่างกายจากโรคหอบหืด
- แนะนำความรู้และให้การรักษาโรคหอบหืดเพิ่มเติม โดยใช้หลัก 4E ของ ศ.พญ.อรพรรณ ได้แก่ 1. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ 2.ปรับการรับประทานอาหารควรรับประทานที่มีแอนตีออกซิแดนท์ เช่น ผักผลไม้ ลดแป้งและทานไขมันดี 3.หลีกเลี่ยงสิ่งแวดล้อมที่ทำให้เกิดอาการกำเริบ เช่น ฝุ่น ควันบุหรี่ 4. การปรับอารมณ์ลดความเครียด นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอจะช่วยควบคุมอาการของโรคได้ดีขึ้น
อ้างอิง
พญ.ทานตะวัน อวิรุทธ์วรกุล อาจารย์ประจำสถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล.(2563).15 วิธีที่ทำให้การนอนหลับของคุณดีขึ้น.24/02/64, https://www.newtv.co.th/news/55003
ผู้จัดการออนไลน์.(2562).เปลี่ยนไลฟ์สไตล์ ด้วยเทคนิค “4E” รักษา “หอบหืด” แบบไม่ต้องใช้ยา.24/02/64, https://mgronline.com/qol/detail/9620000110874
SOAP NOTE ครั้งที่ 1
ประเมินวันที่ 24 มกราคม พ.ศ.2564
S : pt. 21 y. M. Dx. Asthma สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ ผู้รับบริการบอกว่า “เหนื่อย เบื่อ ไม่อยากขึ้นวอร์ดฝึกงาน” “อาจารย์ประจำวอร์ดเคร่งเรื่องเนื้อหามาก ชอบถามคำถามที่นอกเหนือขอบเขตที่นักศึกษาควรรู้ พอตอบไม่ได้ก็จะหยิก ด่า เหวี่ยงใส่” “ไม่อยากทำวิจัยกับคู่ คู่ชอบสั่งให้ทำนั่นทำนี่ แล้วก็ชอบเหวี่ยงใส่”
O : ประเมินโดยการส่งแบบประเมินให้ผู้รับบริการทางข้อความแชท และให้ผู้รับบริการส่งไฟล์แบบประเมินกลับมายังผู้บำบัด จากการประเมินซึมเศร้า 2Q พบว่า มีความเสี่ยงจะเป็นโรคซึมเศร้า, ประเมินซึมเศร้า 9Q พบว่าได้คะแนนรวม 5 คะแนน ไม่มีอาการของโรคซึมเศร้า, ประเมินภาวะหมดไฟในการทำงานด้วยตนเอง พบว่าได้ 44 คะแนน มีความเสี่ยงที่มีภาวะหมดไฟ ; ข้อที่ได้ 5 คะแนน ได้แก่ รู้สึกเหมือนไม่มีใครพูดคุยด้วย, ประเมินความเครียด SPST-20 พบว่าได้ 65 คะแนน มีความเครียดในระดับรุนแรง ; ข้อที่ได้ 5 คะแนน ได้แก่ กลัวทำงานผิดพลาด, รู้สีกว่าต้องแข่งขันหรือเปรียบเทียบ, รู้สึกเหนื่อยง่าย, เป็นหวัดอยู่บ่อยๆ
A : ผู้รับบริการมีความเครียดสูงจากการเรียนและการฝึกงาน ไม่สามารถจัดการความเครียดได้ด้วยตนเอง, ผู้รับบริการมีความกดดันจากการเรียน การแข่งขัน การเปรียบเทียบ, ผู้รับบริการมีโรคประจำตัวซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการเรียนและมีผลให้เกิดความเมื่อยล้าทางด้านร่างกาย
P : ประเมินคุณภาพการนอนหลับพิตส์เบิร์ก, ประเมิน State Examination, EFT เพื่อผ่อนคลายอารมณ์, Stress Management ด้วยท่า Butterfly Hugging ช่วยลดอาการเครียดสะสม และลดกดดันจากการเรียน, Relaxation ด้วยท่า Square Breathing 4-4-4 ช่วยลดความวิตกกังวล three time a day ระหว่างวัน หลังเลิกเรียน และก่อนนอน และประเมินความก้าวหน้าจากการประเมิน State Examination อีกครั้ง
SOAP NOTE ครั้งที่ 2
ประเมินวันที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2564
S : สัมภาษณ์ทางวิดีโอคลอ ผู้รับบริการสีหน้าเรียบเฉย พูดสื่อสารได้ปกติ ผู้รับบริการบอกว่า “นอนตี 1 ทุกวันบางวันก็ตี 2 เพราะต้องเขียนเคสหลังจากฝึกงานแต่ละวัน” “มีเวลาไม่มาก จะรีบไปทำงานต่อ”
O : ประเมินโดยการส่งแบบประเมินให้ผู้รับบริการทางข้อความแชท ด้วยแบบประเมินคุณภาพการนอนหลับพิตส์เบิร์ก พบว่าได้ 14 คะแนน เสี่ยงมีปัญหาในการนอนหลับ, การประเมินผ่านวิดีโอคลอ ประเมิน State Examination b/4 มีความตึงบริเวณหางทั้งสองข้าง 5/10 คะแนน ใต้ตาทั้งสองข้าง 4/10 คะแนน และระหว่างคิ้ว 1/10 คะแนน , EFT (Emotional Freedom Tapping), after มีความตึงบริเวณหางตาทั้งสองข้าง 3/10 คะแนน ใต้ตาทั้งสองข้าง 4/10 คะแนน และระหว่างคิ้ว 1/10 คะแนน สังเกตจากสีหน้า ท่าทาง ผู้รับบริการมีความผ่อนคลายมากขึ้น และค่อนข้างให้ความสนใจกับการทำ EFT
A : ผู้รับบริการมีการนอนหลับพักผ่อนวันละ 5-6 ชม. ซึ่งมีความเสี่ยงที่จะมีปัญหาการนอนหลับ ผู้รับบริการมีทัศนคติต่อตัวอาจารย์และการเรียนเช่นเดิม ผู้รับบริการสามารถความผ่อนคลายจากความเครียดจากการเรียนเพียงระยะเวลาสั้นๆ ซึ่งยังไม่สามารถจัดการอารมณ์ในระยะยาวได้
P : ปรับเวลาในการนอนให้นอนเร็วขึ้น 1 ชม.เพื่อให้ผู้รับบริการมีเวลาในการนอนเป็น 7 ชม. และเพิ่มเวลาการนอนหลับพักผ่อนในวันเสาร์อาทิตย์มากขึ้น ปรับโดยเวลาในการทำการบ้านให้น้อยลงเพื่อให้ให้มีเวลาว่างในการผ่อนคลายมากขึ้น,ปรับการนอนให้มีประสิทธิภาพด้วยการงดเล่นอุปกรณ์ไอที 30 นาที hs การผ่อนคลายตนเองก่อนนอนด้วยการนั่งสมาธิ 20 นาที hs q.d. และการออกกำลังกายหลังเลิกเรียน 30-40 นาที q.d. , Tx CBT 1x/wk-once a week within 4 wks. โดยการนัดวันเวลาและวิดีโอคลอกับผู้บำบัด
Story Telling
จากกรณีศึกษาผู้รับบริการที่มีภาวะเครียดจากการเรียน เป็นเคสวัยรุ่นที่เป็นบุคคลใกล้ตัวและเป็นเคสใหม่ที่ยังไม่ได้รับการตรวจประเมินมาก่อน ทำให้ได้มาเริ่มเก็บข้อมูลผู้รับบริการด้วยตัวเองใหม่ทั้งหมด ตั้งแต่ข้อมูลทั่วไป ความชอบความสนใจ ความต้องการทางการบำบัดรักษา และได้มีการสัมภาษณ์ผู้รับบริการถึงปัญหาต่างๆ จากการสัมภาษณ์ผู้รับบริการในครั้งแรกเป็นการสัมภาษณ์ผ่านทางโทรศัพท์ เนื่องจากสถานการณ์โควิดและไม่มีเวลาว่างเพื่อมาเจอกันได้ ซึ่งค่อนข้างมีความท้าทายเนื่องจากไม่สามารถมองเห็นสีหน้าท่าทางของผู้รับบริการขณะบอกเล่าข้อมูลได้ และนอกจากนี้ยังได้ทำการประเมิน โดยการส่งไฟล์แบบประเมินให้ผู้รับบริการทางข้อความแชท ผู้รับบริการให้ความร่วมมือดีมาก หลังจากได้ผลการประเมินก็ได้มีการสะท้อนผลกลับไปยังผู้รับบริการ และได้มีการนัดหมายผู้รับบริการเป็นครั้งที่สอง เป็นการนัดเพื่อประเมินคุณภาพการนอนหลับและ State Examination เพิ่มเติม จึงได้มีการติดต่อผู้รับบริการผ่านวิดีโอคลอ เพื่อให้สามารถมองเห็นสีหน้าท่าทางของผู้รับบริการได้ชัดเจน ในครั้งนี้ผู้รับบริการให้ความร่วมมือในการทำกิจกรรม สามารถจดจ่อกับผู้บำบัดได้ ซึ่งหลังจากทำการประเมินได้มีการทำ EFT, Stress Management และ Relaxation พบว่า ผู้รับบริการมีความผ่อนคลายมากขึ้น
หากมีโอกาสอยากจะให้การบำบัดรักษาผู้รับบริการให้ลงลึกถึงอาการของผู้รับริการและภาวะของโรคหอบหืดที่เป็นอุปสรรคต่อการทำกิจกรรมต่างๆ ซึ่งจะเป็นการมองทั้งสภาพร่างกาย จิตใจ และจิตวิญญาณร่วมกันด้วย