วันนี้ลาพักงาน 1 วันเพื่อไปร่วมช่วยงานวันปีใหม่และงานคริสต์มาสที่โรงเรียนพี่วั้น เนื่องจากเป็นงานแรกที่พี่วั้นได้รับมอบหมายจากคุณครูให้เป็นพิธีกรชายของงาน คุณแม่ทึ่งคุณครูที่สามารถเกลี้ยกล่อมพระเอกคนนี้ได้ และงานก็ไม่ใช่สั้นๆ (คุณแม่รู้ธรรมชาติพี่วั้นจึงแปลกใจค่ะ)

ดีใจที่ไปร่วมงานค่ะ เพราะรู้สึกได้ว่าการที่ลูกเห็นเราแม้เพียงไกลๆ ก็เป็นกำลังใจที่ดี และได้บอกไว้ว่าจะไปช่วยดูและวิจารณ์แบบไม่ใช่แม่วั้น เมื่อเย็นเขาก็ดูอยากฟังความเห็นคุณแม่ค่ะ นอกจากได้ไปเป็นกำลังใจให้ลูก ได้ไปช่วยงานเครือข่ายผู้ปกครองจัดการแจกจ่ายบริการอาหาร ขนมและน้ำดื่ม แล้ว ยังได้เห็นว่าเด็กๆมัธยมสมัยนี้โดยทั่วไปเป็นอย่างไร (แม้โรงเรียนลูกจะถือว่าเป็นโรงเรียนเอกชน มาตรฐานค่อนข้างสูง)

ได้พบว่าเด็กๆกล้าแสดงออก มีความคิดสร้างสรรค์ มีพลังกันเหลือเฟือ สมควรจะมีเวทีให้พวกเขาได้ปลดปล่อยศักยภาพเช่นนี้ตั้งแต่ระดับประถม เห็นแล้วยิ่งคิดว่า โรงเรียนบ้านเราไม่สอนให้เด็กใช้ชีวิตอย่างสมดุล เรียนวิชาการกันหนักหนาสาหัส  แต่เรียนรู้การหาความสุขให้ชีวิตน้อย ควรจะทำให้มีสม่ำเสมอมาตั้งแต่ระดับประถม ดีกว่าให้เด็กๆเก็บกดกันไว้ ใช้เวลาแต่อ่านตำราวิชาการอัดเข้าไปในสมอง

ดีใจที่ได้เห็นว่าเด็กๆยังมีความอ่อนน้อมน่ารัก แม้จะเฮฮากล้าแสดงออก มีสำนึกในการรักษาความสะอาดสถานที่ ไม่มีการทิ้งภาชนะเรี่ยราด แต่มีสิ่งหนึ่งซึ่งติดใจว่า ดูเหมือนเราลืมที่จะสอนให้เด็กๆรู้จักการใช้งบประมาณให้เหมาะสมกับงาน มีการทุ่มเทเงินเช่าชุดเพื่อการแสดงเพียงไม่นานด้วยราคาแพงจนน่าตกใจ เด็กๆได้แต่งตัวสวยงามและทุ่มทุนกันสุดๆ โดยที่เราสนับสนุนกัน ไม่รู้ว่าจะมีพ่อแม่สักกี่คนสอนให้เด็กๆคิดว่า เงินที่ทุ่มเทลงไปนั้นสมควรกับผลลัพธ์ที่ได้หรือไม่ เรายังคงสอนและสื่อสารให้เด็กๆรักษาหน้าตามากกว่ารักษาหลักการและเหตุผลกันอยู่มากทีเดียว น่าเสียดาย...