ลิงจ้างคน           

            อยู่ข้างล่างขว้างได้ขว้างเอา  เป็นหนึ่งในผลงานรวมเล่ม คืนปีเสือ ของ จเด็จ กำจรเดช ที่เต็มไปด้วยการเสียดสีของคนในสังคม สะท้อนให้เห็นลักษณะนิสัย ความคิด ตลอดจนการกระทำ ผ่านตัวละครในเรื่อง เป็นการนำเสนอด้านมืดของสังคมที่ยากจะปฏิเสธว่าไม่ใช่เรื่องจริง

      เรื่อง อยู่ข้างล่างขว้างได้ขว้างเอา ผู้เขียนเล่าเรื่องราวของตัวละครแต่ละตัวตัดสลับกัน โดยที่ตัวละครแต่ละตัวมีความเชื่องโยงกัน ซึ่งในตอนแรกเป็นเรื่องราวของ จูเลีย ที่กำลังป่วย เธอมีสามีเป็นลิง จูเลียมีหน้าตาอัปลักษณ์ มีขนยาวรุงรังเหมือนลิง จูเลียมีลูกสาวสองคน คนแรกชื่อ โปรยมาลี มีขนยาวรุงรังเหมือนจูเลีย คนที่สองชื่อ วิลาสินี  วิลาสินีเป็นที่ชื่นชอบของคนในหมู่บ้านเป็นอย่างมาก พอล ก็เป็นหนึ่งในนั้น พอลเป็นนักศึกษาปริญญาโทที่กำลังหางานควบคู่ไปพร้อมกัน และเขาต้องไปสัมภาษณ์งานกับลิง และเป็นลูกจ้างลิงในที่สุด  ผู้เขียนเล่าเหตุการณ์แต่ละเหตุการณ์ โดยใช้ลิงเป็นตัวละครเชื่อมโยงเหตุการณ์เหล่านั้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการทะเลาะกันระหว่างเจ้าอาวาสวัดไทยกับเจ้าอาวาสวัดเทวดาที่ต่างก็มีลิงเป็นของตัวเอง

          อยู่ข้างล่างขว้างได้ขว้างเอา มีการเปิดเรื่องโดยนำเสนอความสัมพันธ์ของคนกับลิง เพื่อสร้างความสนใจแก่ผู้อ่าน จากนั้นจึงตัดสลับไปเล่าเรื่องราวของ พอล ที่เรียกได้ว่าเป็นตัวละครเอกของเรื่อง ผู้เขียนดำเนินเรื่องราวโดยจะมีลิงอยู่ในเหตุการณ์ต่าง ๆ ของเรื่องอยู่เสมอ ซึ่งในการใช้ลิงเป็นตัวเชื่อมเรื่องราวหรือเหตุการณ์เหล่านั้น ผู้เขียนอาจจงใจใช้ลิงเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่ง กล่าวคือ มนุษย์เรามีความเชื่อว่าต้นกำเนิดของมนุษย์มาจากลิง หากมองในอีกมุมหนึ่งลิงนับเป็นสัตว์เดรัจฉาน ซึ่งสัตว์เดรัจฉานนั้นจะหมายความว่าไม่มีสติสัมปชัญญะ และปัญญาในการใคร่ครวญหาเหตุผล ความรู้สึกนึกคิด ผิดชอบชั่วดี และปัญญาในการตัดสินใจว่าสิ่งนี้ดี สิ่งนี้ชั่ว และหากนับเช่นนั้นมนุษย์จะต่างจากลิงหรือไม่ ผู้เขียนนำเอานิสัยของมนุษย์มาแสดงให้เห็นถึงข้อเปรียบเทียบนี้อย่างชัดเจน อย่างเช่นในตอนที่เจ้าอาวาสวัดไทยโดยก่อนที่จะเป็นเจ้าอาวาส ก็ได้ไปทำร้ายแม่ลิง โดยมิได้คำนึงถึงว่าลิงก็มีชีวิตเช่นเดียวกัน อีกทั้งยังจับลูกลิงมาสร้างผลประโยชน์ในตัวเอง และอีกตอนหนึ่งที่พอลและช่างปั้นต่างรุมกั่นแกล้งลิงตัวหนึ่งที่ถูกผูกไว้กับต้นไม้ จนท้ายที่สุดลิงตัวนั้นก็ตาย และทั้งก็มิได้รู้สึกผิดแต่อย่างใด

                นอกจากนั้นผู้เขียนใช้ลิงเพื่อสะท้อนให้เห็นถึงสังคมไทย กล่าวคือ ในเรื่องนี้ฝ่ายชายจะต้องเป็นผู้ที่ไปทำงานและฝ่ายหญิงทำงานบ้าน ซึ่งตรงกับสังคมไทยในอดีต และยังสะท้อนสังคมในอีกนัยหนึ่งคือ การมองคนแต่ภายนอก เห็นได้จากตอนที่จูเลียคลอดลูกออกมา คนแรกมีขนยาวรุงรังตั้งแต่เกิด ผู้คนต่างรังเกียจเดียดฉันท์ แม้แต่ศรีราชาที่เป็นสามีของจูเลียและเป็นพ่อของโปรยมาลีก็ไม่สนใจลูกของตนเช่นกัน ส่วนลูกคนที่สองชื่อ วิลาสินี มีผิวขาวสีชมพู ปากนิด จมูกหน่อย ต่างก็มีคนมาชื่นชอบศรีราชาก็ภูมิใจกับลูกคนนี้มาก ทะนุถนอมเลี้ยงดูอย่างดี

          สัญลักษณ์อีกอย่างหนึ่งที่ผู้เขียนต้องการจะสื่อคือ วัดไทยและวัดเทวดา ในสังคมไทยวัดเป็นศูนย์รวมจิตใจของทุกคน เมื่อเกิดปัญหา วัดจะเป็นสถานที่ที่หนึ่งที่มนุษย์จะเดินทางไป ผู้เขียนสร้างวัดทั้งสองแห่งที่มีความแตกต่างกัน โดยวัดเทวดาเกิดจากการที่มีเศรษฐีถูกพายุซัดเรือมาบนเกาะ เขาจึงสร้างบ้านพักตรงนั้นเพื่อรอให้เรือซ่อมเสร็จ จึงทำให้เกิดวัดเทวดานี้ขึ้น ส่วนวัดไทยเกิดจากมีคนตายที่เป็นชาวพุทธจำนวนมาก ไม่มีที่ให้จัดการกับศพเหล่านั้น จึงทำให้เกิดวัดไทยขึ้นที่นั่น  ผู้เขียนอาจต้องการเปรียบเทียบให้เห็นถึงความเสื่อมโทรมของวัด ความเสื่อมโทรมในที่มิได้หมายถึงวัดเก่าหรือขาดคนดูแลวัดแต่อย่างใด แต่หมายถึงการมีอยู่ของวัดมีความหมายที่แตกต่างจากเดิมอย่างสิ้นเชิง วัดไทยอาจหมายถึง ชุมชนสมัยโบราณที่สร้างวัดขึ้นมาเพื่อประกอบพิธีกรรมทางศาสนาและเผยแพร่ศาสนา เรียกได้ว่าเป็นศูนย์รวมของชุมชน แต่ในปัจจุบันจะพบเห็นได้ว่าวัดแต่ละแห่งใช้ความศรัทธาของผู้คนในทางมิชอบ และสร้างผลประโยชน์ให้กับที่ของตนเอง ดังจะพบเห็นได้จากข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์

          ตอนท้ายมีการเฉลยว่าเจ้าอาวาสวัดเทวดาเป็นลิงผู้เขียนอาจต้องการเปรียบเทียบผู้ที่บวชเป็นพระสงฆ์ในปัจจุบันที่มิได้ทำการเผยแพร่ศาสนาดังที่ควรจะเป็น แต่กลับกอบโกยผลประโยชน์เข้าตัวเอง ผู้เขียนใช้ลิงเพื่อสื่อว่า แท้จริงแล้วลิงกับมนุษย์ก็ไม่ต่างกัน

                ในส่วนของการตั้งชื่อเรื่อง อยู่ข้างล่างขว้างได้ขว้างเอา เนื่องจากผู้เขียนใช้ลิงเป็นตัวเชื่อมทุกเหตุการณ์จึงอาจตีความได้ว่า คำว่า อยู่ข้างล่าง หมายถึง ลิง ที่มนุษย์มองว่าลิงเป็นแค่สัตว์เดรัจฉาน เป็นสัตว์ก็ย่อมต่ำต้อยกว่าคน ดังนั้นจึงมิได้ให้ความสำคัญกับลิง มนุษย์มีการนำลิงมาใช้แรงงาน จนลิงสามารถพัฒนาการเรียนรู้งาน เรียนรู้ที่จะสื่อสารโดยใช้ภาษามือ เรียนรู้ที่จะอยู่รอด และทำงานทุกอย่างได้ ต่างกันตรงที่มนุษย์เอาแต่เลือกงาน คำว่าขว้างได้ขว้างเอา จึงอาจหมายถึง ลิงที่ถูกมองว่าต่ำต้อยขณะนี้ก็สามารถกอบโกยผลประโยชน์ได้เทียบเท่าหรือมากกว่ามนุษย์

          สำหรับแก่นเรื่องหรือจุดประสงค์ของเรื่อง อยู่ข้างล่างขว้างได้ขว้างเอา ผู้เขียนต้องการจะสะท้อนความเป็นมนุษย์ในหลายแง่มุม ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของความสัมพันธ์ที่ผิดแผกที่มนุษย์ไปสมสู่กับลิง ซึ่งเกิดขึ้นจริงในสังคม เรียกได้ว่าเป็นการทรมานสัตว์อย่างหนึ่ง  เรื่องของการศึกษาที่ปรากฏในเรื่อง ตอนที่พอลทำวิทยานิพนธ์ส่งอาจารย์ แล้วอาจารย์กลับบอกว่าให้ทำวิจัยแค่พอให้ตัวเองจบมหาวิทยาลัย ไม่ต้องทำให้มันดี เลิศ แน่นอนว่างานวิจัยเป็นงานที่ต้องค้นคว้าหาความรู้ ความจริงอย่างเป็นระบบแบบแผน จึงต้องอาศัยความรู้ ความเข้าใจ และความพยายามของผู้วิจัย จึงจะทำให้งานวิจัยสำเร็จแล้วสามารถนำไปพัฒนาต่อยอดได้ ผู้เขียนต้องการใช้ให้เห็นว่าสังคมยังไม่ได้ให้ความสำคัญกับความรู้ของผู้ศึกษามากพอเท่าที่ควร

                ในส่วนของช่างปั้นเทวดาที่ปั้นทุกอย่างเป็นไก่ สัตว์หิมพานต์เขาก็ปั้นเป็นไก่ ในเรื่องช่างปั้นนั้นกล่าวว่า ไม่เคยมีผู้ใดที่เคยเห็นสัตว์หิมพานต์ สมัยโบราณก็ใช้เพียงการสังเกตและวาดตามที่ตนนึกคิด หากจะบอกว่าช่างปั้นเทวดาปั้นพญานาคที่มีหัวเป็นไก่นั้นผิด ก็มิใช่สักทีเดียว สัตว์หิมพานต์ก็เป็นสัตว์ที่มนุษย์สร้างขึ้นแล้วเกิดการสืบทอดต่อกันมา จึงมิใช่เรื่องผิดหากจะปั้นพญานาคมีหัวเป็นไก่

          นอกจากนั้นผู้ยังสะท้อนสังคมในเรื่องของการทำงาน จะเห็นได้ว่ามนุษย์จะค่อนข้างเลือกงาน จะเลือกทำงานที่ไม่หนักมาก แต่ได้ค่าแรงจำนวนมาก หรือเรียกว่าหนักไม่เอาเบาสู้ ผู้เขียนสะท้อนอย่างชัดเจนผ่านทางบทสนทนาของช่างปั้นกับพอล และสะท้อนแฝงไปกับเนื้อเรื่องที่ผู้เขียนเล่าเหตุการณ์ที่ลิงทำงานได้เทียบเท่ามนุษย์ หรือบางทีอาจจะมากกว่ามนุษย์เสียอีก

                การสร้างตัวละครของเรื่องอยู่ข้างล่างขว้างได้ขว้างเอา ผู้เขียนให้ พอล เป็นตัวละครเอก ที่จะมีความสัมพันธ์ในเหตุการณ์ต่าง ๆ ลักษณะนิสัยของตัวละครพอลก็เหมือนมนุษย์ทั่วไป ผู้เขียนสร้างพอลโดยมิได้เจาะจงว่าแท้แล้วพอลเป็นมนุษย์หรือลิง แต่ให้ผู้อ่านได้ใช้วิจารณญาณขบคิดต่อเอง นัยหนึ่งพอลอาจเป็นลิง ที่มีพฤติกรรมเหมือนมนุษย์ เพราะมีความชอบพอกับวิลาสินี ลูกสาวของจูเลีย และมีความอยากที่จะมีความสัมพันธ์กับวิลาสินี  อีกนัยหนึ่งพอลอาจเป็นมนุษย์ เพราะพอลถูกจ้างให้เป็นเจ้าของโรงงานมะพร้าวที่มีลิงเป็นนายจ้าง เพราะในเรื่องมีการกล่าวถึงกฎหมายที่ห้ามลิงเป็นเจ้าของกิจการ เพื่อความอยู่รอดของโรงงานลิงที่เป็นเจ้าของจึงได้จ้างมนุษย์มาทำทีว่าเป้นเจ้าของโรงงานแทนและทำหน้าที่ในส่วนที่ลิงทำไม่ได้นั่นเอง ดังนั้น เมื่อลิงเจ้าของโรงงานจ้างพอลก็แสดงว่าพอลเป็นคน  เหตุผลทั้งหมดนี้แล้วแต่ว่าผู้อ่านจะพิจารณาไปแบบไหน

           ตัวละครอีกตัวหนึ่งสำคัญคือ ลิง ลิงที่ว่านี้ได้แก่ จูเลีย ศรีราชา โปรยมาลี วิลาสินี ยาโกบ จอร์จ ร็อคเก็ต และลิงตัวอื่น ๆ ลิงทุกตัวในเรื่องนี้มีบทบาทสำคัญที่ช่วยส่งเสริมให้เรื่องมีเนื้อหาที่สมบูรณ์ โดยลิงแต่ละตัวอาจเปรียบเทียบกับมนุษย์แต่ละมนุษย์ไปเลยก็ว่าได้ โดยผู้เขียนนำเอาลักษณะนิสัยของมนุษย์ไปใส่ในตัวละครลิงแต่ละตัว ทำให้ผู้อ่านเข้าใจตัวละครได้ง่าย

          ฉากและบรรยากาศ ผู้เขียนใช้ฉากเป็นภาคใต้ของประเทศไทย มีการกล่าวสถานที่จริงอย่างถึงจังหวัดภูเก็ต และวัดเทวดารามที่อยู่ในจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นการสร้างความน่าเชื่อถือให้กับเนื้อหา เพราะที่นั่นมีต้นมะพร้าวอยู่มากและชาวใต้ก็เป็นผู้ที่ใช้ลิงเก็บมะพร้าวจริง

          ในส่วนของบรรยากาศผู้เขียนมีการใช้บรรยากาศของพายุเชื่อมโยงกับเรื่องราวที่จะเกิดขึ้น โดยแบ่งเป็นสี่ช่วง เริ่มจาก มีการประกาศเตือนพายุเป็นสีเหลือง เนื้อเรื่องในตอนนี้จะเป็นตอนที่พอลได้รู้จักกับวิลาสินีเพิ่มมากขึ้น และได้เริ่มทำงานเป็นเจ้าของโรงงานที่มีลิงเป็นนายจ้าง ส่วนจูเลียอาการป่วยทรงตัว จึงกลับบ้านได้  ช่วงที่สองประกาศพายุเพิ่มระดับขึ้นเป็นสีส้ม พอลทำงานอย่างหนักจนแทบไม่มีเวลาพักผ่อน และคิดฝันว่าวิลาสินีแอบมาหาแล้วมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับตน  ส่วนจูเลียอาการป่วยเริ่มกลับมาอีกครั้ง  ช่วงที่สามประกาศพายุรุนแรงเป็นสีแดง พอลได้มีเพศสัมพันธ์กับลิงนางหนึ่งแต่ผู้เขียนมิได้เจาะจงว่าเป็นวิลาสินีหรือไม่ เพียงแต่พอลคิดเอาเองว่าเป็นวิลาสินีที่แอบมาหาเขา  ส่วนจูเลียป่วยอย่างหนัก  ช่วงสุดท้ายประกาศพายุบอกว่าทุกอย่างผ่านไปแล้ว พอลไม่ได้หัวข้อวิทยานิพนธ์ และคิดจะลาออกจากโรงงาน  ส่วนจูเลียนั้นเสียชีวิต 

          จากความสัมพันธ์ของบรรยากาศกับเนื้อเรื่องจะเห็นได้ว่ามีความเชื่อมโยงไปในทิศทางเดียวกัน การสร้างบรรยากาศเช่นนนี้ เป็นการทำให้ผู้อ่านเข้าถึงเนื้อเรื่องได้ดียิ่งขึ้น

เรื่อง อยู่ข้างล่างขว้างได้ขว้างเอา เป็นเรื่องสั้นอีกเรื่องหนึ่งที่ผู้อ่านไม่ควรพลาด นอกจากเนื้อหาจะมีความสนุกสนานแล้ว ยังทำให้ผู้อ่านได้ขบคิดตามเนื้อเรื่อง มีการตีแผ่ความเป็นมนุษย์หลาย ๆ เรื่อง ที่จะทำให้ผู้อ่านเข้าใจมนุษย์ และเข้าใจสังคมมากขึ้น ทั้งยังแฝงทัศนคติที่ช่วยทำให้ผู้อ่านนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตได้อีกด้วย