" ในแต่ละวัน จึงเป็นทุกวันที่มีคุณค่า..นับตั้งแต่ดวงอาทิตย์ขึ้นจนคล้อยต่ำลง เหมือนใกล้จุดหมายเข้าไปทุกที..ไม่มีอะไรต้องห่วงใย ก็แค่หัวใจไม่ต้องรีบร้อน ไม่รู้สึกเบื่อหน่ายที่ต้องทบทวนหรือทำซ้ำแล้วซ้ำเล่า..ก้าวทีละก้าว แค่หัวใจไม่หยุดก้าว..ก็เพียงพอ..."

          ผมไปโรงเรียนทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดเสาร์อาทิตย์ ทั้งที่โรงเรียนก็ไม่มีอะไรใหม่ อาคารหลังเก่า ยิ่งเก่ามากขึ้น แต่ผมก็พยายามจะทำให้อาคารสะอาดทุกวัน บำรุงรักษาต้นไม้หน้าอาคารให้เติบโตและร่มรื่นให้ได้มากที่สุด

      ที่สำคัญเหนืออื่นใด..ผมใช้โรงเรียนเป็นเครื่องมือไปสู่จุดหมาย ใช้แหล่งเรียนรู้และสิ่งแวดล้อมในโรงเรียนเป็น “ครู” ที่จะช่วยอบรมสั่งสอนผม ในทุกๆด้าน โดยเฉพาะทักษะอาชีพและทักษะชีวิต

          แต่ผมจะต้องเรียนรู้คู่การปฏิบัติ อย่างต่อเนื่องและจริงจัง ทุ่มพลังกายและพลังใจเข้าไป เพื่อสักวัน..จะได้รู้จริง นำไปใช้ในชีวิตได้จริงๆ หลังจากเกษียณอายุราชการแล้ว

          ที่โคกหนองนา สวนป่าในฝัน ที่ยืนยันว่า..มิใช่แค่ฝัน ถ้าสุขภาพยังแข็งแรง จะต้องมีกิจกรรมมากมายให้ทำ นำภูมิปัญญาในสถานศึกษาแห่งนี้..ไปพัฒนาและต่อยอด....

          “เล้าไก่”น่าสนใจเป็นที่สุด เลี้ยงง่ายนิสัยดี มีไข่ให้กินทุกวัน เวลาผมเอาฟางไปรองพื้น เพื่อสร้างบรรยากาศให้ไก่อบอุ่นจากการออกกำลัง ผมสังเกตหน้าตาของน้องไก่ ต่างมองผมด้วยดวงตาแห่งความเป็นมิตรไมตรี

          ผมเทอาหารใส่ถาด น้องไก่วิ่งมารุมล้อมผมอย่างคุ้นเคย พอผมเทผักตบชวาและต้นหญ้ากองใหญ่ไว้ใกล้ๆด้วย  ไก่ทุกตัวผละจากอาหารเม็ดมาจิกกินผักอย่างเอร็ดอร่อยและมีความสุข ผมจึงได้คำตอบว่าไก่พันธุ์ไข่ก็ชอบกินผักและผลไม้เหมือนกัน

          มิน่าล่ะ..เวลาจิกกินผัก น้องไก่ชอบมาจิกเสื้อผม เหมือนจะขอบคุณที่ผมรู้ใจ เอาไว้สักวันจะเลี้ยงให้มากกว่านี้..เพราะน้องไก่เลี้ยงง่ายไม่สร้างความเดือดร้อน ก็ถือว่าเข้าถึงซึ่งความพอเพียงแล้ว

          “บ่อปลา” น่าจะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป ผมชอบและลงมือทำมาหลายปี ทุกวันนี้มีปลามากมายให้เลี้ยงอย่างรื่นรมย์ เดินชมเล่นเพลินๆ ทำให้นึกภาพฝูงปลาหลากหลายสายพันธ์มารุมกินอาหารพร้อมกันในสระใหญ่ใกล้บ้าน คงสุขสำราญบานใจมิใช่น้อย

          “แปลงผัก” สิ่งอันเป็นที่รักและไม่เคยเป็นสองรองใคร ไม่เคยมีสารพิษเจือปน..มั่นใจเหลือเกิน..ไม่ว่าจะวันนี้หรือวันไหน?ปลูกผักกินเองดีที่สุด อาจจะไม่งดงามมากนัก แต่ก็ดีต่อใจและกาย แค่เตรียมดินและเอาใจใส่มากๆหน่อยก็พอ


          ดินที่ปลูกผัก ควรเป็นดินร่วนซุยและใช้ปุ๋ยน้ำชีวภาพ ผักกาดหรือผักกวางตุ้งก่อนโรยเมล็ดในแปลงใหญ่ ควรได้เพาะเมล็ดในแปลงเพาะก่อน..จากนั้นจึงค่อยแยกลูกผักไปลงแปลงที่เตรียมไว้ ขณะที่เพาะเมล็ดนั้น ขาดน้ำไม่ได้เลย ต้องคอยรดน้ำเช้าเย็น

          ที่ผ่านมา..ผมได้บทเรียนในแปลงผักมากมาย จนหัวใจพองโตทุกครั้ง เมื่อหลับตาฝันถึงผักใบเขียวในโคกหนองนา คงได้เห็นความก้าวหน้าอย่างเป็นรูปธรรม แต่ขอทำวันนี้ให้ดีที่สุดก่อน..

          “บ่อแก๊ส”จะเป็นไปได้แค่ไหนก็ยังมิอาจรู้ได้ จากครัวโรงเรียนสู่ครัวเรือน ยังเป็นเรื่องที่น่าศึกษากระบวนการและขั้นตอนการติดตั้ง แต่มันช่างคุ้มค่าจริงๆ ประหยัดและก่อประโยชน์สารพัด ที่ผมรู้ก็เพราะผมใกล้ชิดสนิทสนมอยู่ทุกวัน คุ้นเคยกันไว้จะได้ใช้เป็นพลังงานทดแทน

          ดังนั้น..ถ้าเราแค่ศึกษา ท่องจำแต่ทฤษฏีและมีความพึงพอใจในความงดงามของคำว่า “พอดีและพอเพียง”เท่านั้น..เราจะไม่รู้คุณค่าที่แท้จริง หรือเข้าไม่ถึงแก่นแท้ของแก่นธรรม..

          อย่างบ่อแก๊ส..ที่ไม่ใช่ธรรมชาติ เพราะเราสร้างขึ้น แต่มันก็คือการทำงานที่บันดาลสุขได้ ให้เรารู้จักตัวตน และฝึกให้เราพึ่งตนเอง รู้จักอดทนอดกลั้น บางครั้งก็สร้างความอดออมได้ด้วย

          เพราะน้ำที่กลั่นออกมาจากบ่อแก๊ส..ย่อมมีกลิ่นไม่สู้ดีอยู่บ้าง แต่มันดีต่อสุขภาพ ถ้าเราได้นำน้ำไปรดผัก อาทิ พริก มะเขือ กระเพรา โหระพาและผักแพว...รับรองงอกงามดีแน่นอน

          ในแต่ละวัน จึงเป็นทุกวันที่มีคุณค่า..นับตั้งแต่ดวงอาทิตย์ขึ้นจนคล้อยต่ำลง เหมือนใกล้จุดหมายเข้าไปทุกที..ไม่มีอะไรต้องห่วงใย ก็แค่หัวใจไม่ต้องรีบร้อน ไม่รู้สึกเบื่อหน่ายที่ต้องทบทวนหรือทำซ้ำแล้วซ้ำเล่า..ก้าวทีละก้าว แค่หัวใจไม่หยุดก้าว..ก็เพียงพอ

ชยันต์  เพชรศรีจันทร์

๑๘  มกราคม  ๒๕๖๔