รายงาน Global Talent 2021 ของ Oxford Economics บอกว่าในอนาคตสมรรถนะของคนทำงานเปลี่ยนไป ทำให้การบริหารงานบุคคลต้องเปลี่ยนโฉม และผมขอเพิ่มเติมว่า การผลิตบัณฑิตของมหาวิทยาลัยก็ต้องเปลี่ยนไปอย่างรุนแรงระดับ transformation
เอกสารชิ้นนี้ เขียนโดยสวมแว่นธุรกิจนะครับ เขาบอกว่าปัญหาในเรื่องคนทำงาน มีสภาพเป็นความย้อนแย้ง คือบริษัทต่างๆ มักบ่นว่า หาคนที่สเป็กตรงตามความต้องการไม่ได้ ในขณะที่ในตลาดแรงงานมีคนว่างงานจำนวนมากขึ้น เอกสารบอกว่าในโลกมีคนยังหางานไม่ได้ ๔๐ ล้านคน ซึ่งผมแปลกใจว่าตัวเลขมันน้อยไป ไปอ่านใหม่อีกทีจึงเห็นว่า เขาคิดเฉพาะในประเทศอุตสาหกรรม รายงานนี้เน้นผลประโยชน์ของประเทศอุตสาหกรรม
เขาบอกว่า มีแนวโน้มในปัจจุบันว่า ประเทศกำลังพัฒนาจะผลิตบัณฑิต ที่เขาเรียกว่า home-grown talent ภายในประเทศมากขึ้น มีผลให้ประเทศอุตสาหกรรมขาดกำลังคนระดับสูง และจะมีสภาพกำลังคนระดับสูงล้นในประเทศกำลังพัฒนา
อ่านระหว่างบรรทัดได้ว่า ที่ผ่านมา ประเทศพัฒนาแล้วสามารถ “จัดการลับๆ” ต่อ “talent” ในโลก คือเขามีกุศโลบายดึงให้คนสมองดีจากต่างประเทศไปเรียนต่อ แล้วเขาก็เลือกหาทางใช้ประโยชน์จากคนสมองดีมีความสามารถสูงเหล่านั้น อย่างเพื่อนร่วมรุ่นแพทย์ศิริราช ๗๑ ของผม ราวๆ สองในสามไปฝึกอบรมต่อในสหรัฐ และหนึ่งในสามยังคงประกอบอาชีพอยู่ที่นั่น เราสูญเสียคนดีมีความสามารถไปมาก โชคดีที่วงการวิชาชีพแพทย์ไทยไหวทัน จัดการฝึกอบรมแพทย์เฉพาะทางขึ้นเอง ประกอบกับสงครามเวียดนามยุติ ความต้องการแพทย์ในสหรัฐอเมริกาลดลง เขาจึงปิดกั้นแพทย์ต่างชาติมากขึ้น ช่วยยุติภาวะสมองไหลในวิชาชีพแพทย์ แต่ในประเทศยากจนแถบอัฟริกา แพทย์และผู้จบการศึกษาสูงกว่าครึ่ง ออกไปทำงานนอกประเทศ
กลับมาที่ความสามารถในอนาคตที่เป็นที่ต้องการ (ของประเทศรวย และในวงการธุรกิจ) เขาบอกว่าทักษะที่ต้องการอย่างยิ่งในอนาคตมี ๔ อย่างคือ (1) digital skills (2) agile thinking (3) interpersonal and communication skills (4) global operating skills โดยข้อมูลน่าสนใจคือ ความต้องการคนมีความสามารถสูง (talent) เพิ่มสูงสุดในเอเชีย โดยเฉพาะในประเทศเอเชียที่กำลังพัฒนา ในยุโรปและอเมริกาเหนือ บางสาขาอุตสาหกรรมความต้องการคนมีความสามารถสูงกลับลดลง เช่นสาขา พลังงาน การเดินทางและขนส่ง บริการการเงิน บริการธุรกิจ วิทยาศาสตร์ชีวภาพ
เขาศึกษา mismatch ระหว่าง demand กับ supply ด้านกำลังคนที่มีความสามารถสูงของ ๔๖ ประเทศ สำหรับปี 2021 ประเทศที่มีสัดส่วนกำลังคนที่มีความสามารถสูงเกินความต้องการสูงสุดคืออินเดีย รองลงมาคืออินโดนีเซีย ประเทศที่ขาดแคลนที่สุดคือไต้หวัน รองลงมาคือญี่ปุ่น ประเทศไทยขาดปานกลาง (รูปที่ ๘)
เอกสารนี้ เป้าหมายอยู่ที่วงการบริหารทรัพยากรบุคคล เขาเอาข้อมูลมาหาความหมาย และเสนอข้อสรุปสู่การเปลี่ยนบทบาทและยุทธศาสตร์การดำเนินการของวงการ HR ที่คนในวงการนี้ควรเข้าไปอ่าน โดยที่ประเด็นสำคัญของข้อสรุปอย่างหนึ่งคือ บริษัทต้องเอาใจใส่การ reskill & upskill ให้แก่พนักงาน
ผมไม่ได้อ่านรายละเอียด แต่ก็ไม่พบว่าเขาแนะนำเรื่องการจัดบรรยากาศการเรียนรู้จากการทำงาน เพื่อช่วยให้พนักงานมีทักษะ ฉันทะ และวัฒนธรรมเรียนรู้จากการทำงาน ความเชื่อของผมคือ ขีดความสามารถสำคัญที่สุดคือ การเรียนรู้
มองระดับประเทศไทย การวางรากฐานที่การศึกษาในระดับการศึกษาภาคบังคับ สำคัญยิ่ง แต่ระบบการศึกษาของไทยเราอ่อนแอมาก และยังไม่เห็นเค้าว่าจะกระเตื้อง รัฐบาลมีนโยบายปฏิรูปการศึกษา แต่ไม่ได้ทำ หรืออาจทำตามแนวเดิมๆ ด้วยซ้ำ
วิจารณ์ พานิช
๙ ม.ค. ๖๔