วันนี้ขออนุญาตเล่าความในใจ เรื่องการยึดมั่นคุณธรรม
- ไม่ใช้ตำแหน่งหน้าที่ราชการแสวงประโยชน์ตน ผมทำงานราชการเติบโตในตำแหน่งบริหารรวดเร็ว เพราะในมหาวิทยาลัยตำแหน่งบริหารได้รับแบบก้าวกระโดดได้ ไปทำงานในมหาวิทยาลัยใหม่คนน้อย เขาหาใครไม่ได้ก็มาจับผมเป็นรองอธิการบดี ในที่สุดต้องดูแลการก่อสร้างรวมเป็นเงินหลายร้อยล้านบาท เมื่อกว่า ๔๐ ปีมาแล้ว มีการลองใจจากฝ่ายผู้รับเหมามากมายหลายกลอุบาย เอาตัวรอดมาได้แบบคนซื่อบื้อ
- เคารพผู้อื่นแบบไม่เลือกปฏิบัติ ผมใช้ถ้อยคำและท่าทีต่อผู้น้อยหรือผู้อ่อนอาวุโสกว่า ในลักษณะที่ให้ความเคารพ หรือถือว่าเป็นคนที่เท่าเทียมกัน ไม่แสดงท่าทีหรือใช้ถ้อยคำที่สะท้อนว่าผมเหนือกว่า คือใช้ถ้อยคำหรือท่าทีเหมือนที่ใช้กับคนที่เป็นผู้ใหญ่กว่าผม
- รับฟังความเห็น ความเชื่อที่แตกต่าง ด้วยความเคารพ เมื่อก่อนผมทำไม่ค่อยเป็น เมื่อหมั่นฝึกฝนก็กลายเป็นท่าทีประจำตัว และผมพบว่า ช่วยให้ผมเข้าใจความซับซ้อนได้ดียิ่งขึ้น ช่วยเปิดกะโหลกตนเอง
- ให้มากกว่าเอา นี่คือปณิธานที่เกิดขึ้นตั้งแต่เป็นวัยรุ่น ว่าอยากให้ตัวเองสามารถทำตัวเป็นคนไม่รกโลก เกิดมาทั้งทีอยากให้ตัวเองมีส่วนทำให้โลกหรือสังคมดีขึ้น นิดๆ หน่อยๆ ก็ยังดี ขออย่าให้ตนเองเป็นตัวถ่วง
- หมั่นฝึกฝนตนเองให้รับรู้สุนทรียะ หรือความงาม ในสิ่งต่างๆ ได้อย่างลึก โดยที่ตระหนักในความอ่อนด้อยด้านชาติกำเนิดและการเลี้ยงดูในวัยเด็ก ที่ไม่ช่วยพัฒนาทักษะด้านศิลปะและดนตรี ทำให้เป็นคนไม่รับรู้ภาษาด้านความงามของศิลปะ เมื่อมีโอกาสยามอายุเลยครึ่งศตวรรษแล้ว จึงได้ค่อยๆ เรียนรู้ และคิดว่ามีคุณต่อชีววิตมาก ยังดีที่ได้สัมผัสบ้างในบั้นปลายของชีวิต
- ความซื่อสัตย์สุจริตระดับสูง ในระดับที่ไม่แสวงประโยชน์แอบแฝง ไม่ว่าเรื่องใดๆ ไม่เล่นพวก ซึ่งทำให้ญาติพี่น้องรังเกียจในช่วงต้นๆ ของการทำงาน แต่ในระยะยาวเขาก็เข้าใจ
วิจารณ์ พานิช
๑๓ ธ.ค. ๖๓ เพิ่มเติม ๘ ม.ค. ๖๔