สำหรับช่วงที่โควิท-19 กำลังระบาดอย่างหนักหน่วงไปทั่วทุกมุมโลกโดยไม่มีทีท่าว่าจะทุเลานี้ Telehealth หรือ Teletherapy ก็เป็นอีกทางเลือกที่ทำให้ผู้รับบริการและบุคลากรทางแพทย์ยังติดต่อเชื่อมถึงกันได้แม้จะไม่ได้มาพบกันในคลินิกหรือโรงพยาบาลก็ตาม
Telehealth เป็นสื่อที่ไม่ได้พึ่งจะมีในเร็ว ๆ นี้ หากถือกำเนิดมาประมาณปี 1844 ซึ่งเป็นการติดต่อกันผ่านโทรเลข หลังจากนั้นก็ได้มีการพัฒนารูปแบบของTelehealthให้สะดวกและทันสมัยมากขึ้นจนมาถึงปัจจุบันและเป็นที่นิยมใช้ในขณะนี้
อย่างไรก็ตาม Telehealth ก็ยังมีทั้งข้อดีและข้อเสียให้พิจารณาอยู่ โดยข้อดีนั้นคือปลอดภัยจากโควิด สามารถทำได้ทุกที่ สามารถยืดหยุ่นตารางเวลาได้ตามความเหมาะสมและความสะดวก สามารถประยุกต์การให้บริการให้เข้ากับบริบทและสิ่งแวดล้อมของผู้รับบริการ รวมถึงประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ในทางตรงกันข้าม ข้อเสียของTelehealth คือมีข้อจำกัดในการประเมินทางกายภาพ ต้องขอความช่วยเหลือจากผู้รับบริการและผู้ดูแลเป็นอย่างมากในการฝึกกิจกรรมบำบัด อุปกรณ์และเทคโนโลยีบางอย่างถูกจำกัด ไม่อาจใช้ได้เต็มประสิทธิภาพ และขาดการมีปฏิสัมพันธ์แบบface to face ซึ่งข้อเสียข้อสุดท้ายนี้ ในมุมมองของดิฉันนั้นรู้สึกว่าเป็นเรื่องสาหัสมาก เพราะขนาดที่มีโอกาสได้พูดคุยกันหรือสังเกตภาษาท่าทางของผู้รับบริการ ดิฉันยังรู้สึกว่าตนเองเริ่มต้นสร้างปฏิสัมพันธ์ได้ไม่ดีพอสักเท่าไร ฉะนั้นเมื่อต้องทำผ่านออนไลน์ก็ดูจะเป็นสิ่งที่ยากและท้าทายกันมากทีเดียว แต่โชคดีที่การเรียนในครั้งนี้อาจารย์ทั้งสามท่านได้นำเสนอแลกเปลี่ยนความรู้ที่น่าสนใจเอาไว้มากและในนั้นก็ได้กล่าวถึงการสร้างความสัมพันธ์กับผู้รับบริการว่าต้องทำอย่างไร เช่น การสร้างบรรยากาศให้เป็นกันเอง การแสดงออกทางคำพูดและภาษากาย การแจ้งวัตถุประสงค์ให้ครบถ้วน เป็นต้น
ซึ่งเนื้อหาที่ดิฉันชอบและรู้สึกสนใจมาจากเนื้อหาของอ.กีรติ ที่ว่าด้วยเรื่องคำแนะนำในการสัมภาษณ์และให้คำปรึกษาแก่ผู้รับบริการ โดยขั้นตอนการสัมภาษณ์มี4ขั้นตอนใหญ่ ๆ คือการวางแผนเตรียมสัมภาษณ์ การเริ่มต้นสัมภาษณ์ การรวบรวมข้อมูล และการสรุปการสัมภาษณ์ และเทคนิคการให้คำปรึกษาแก่ผู้รับบริการที่ประกอบด้วย 6 เทคนิค คือ เทคนิคการนำเข้าสู่บทสนทนา เทคนิคการตั้งคำถาม เทคนิคการทบทวนประโยค เทคนิคการสะท้อนความรู้สึก เทคนิคการสรุป และเทคนิคการฟัง ซึ่งในแต่ละเทคนิคนั้นอาจารย์จะสอดแทรกคำแนะนำและคำเตือนที่อาจจะลืมไว้ เพื่อที่มาอ่านอีกทีจะได้จำได้และนำไปใช้ได้ถูกต้อง
จากการอ่านบทความข้างต้น ดิฉันสนใจที่ผู้เขียนหยิบยกประเด็นการขาดการมีปฏิสัมพันธ์แบบ face to face มาเขียนผ่านมุมมองของผู้เขียน โดยผู้เขียนมองว่าเป็นสิ่งที่ยาก และท้าทาย แต่จากการเรียนรู้ก็ทำให้ผู้เขียนเข้าใจ และทราบเทคนิคต่าง ๆ มากขึ้น รวมทั้งมีการอภิปรายขั้นตอนการสัมภาษณ์ และเทคนิคการให้คำปรึกษา เพืื่อเป็นแนวทางในการให้บริการทางสุขภาพแก่ผู้รับบริการ ผู้เขียนมีการเขียนบทความผ่านมุมมองของตนเองและประยุกต์กับความรู้ได้ดี