วิถีคน"ราชการ"

ปัจจุบันคนทำงานราชการแบบนักการเมืองเยอะขึ้น ไม่สนใจเนื้องาน สนแค่หน้าตาชื่อเสียงหรือประโยชน์ งานที่เน้นแค่เปลือกจึงสำเร็จเพียงเปลือก

ประสบการณ์ยาวนานที่ผ่านมา ทำให้เข้าใจวิถีการทำงานราชการชัดเจนขึ้น มองผิวเผินอาจมีความหลากหลาย แต่ถ้าพิจารณาให้ดีและพยายามแบ่ง น่าจะมีอยู่สองพวก

พวกมุ่งเนื้อหาสาระหรือวัตถุประสงค์ของงานอย่างแท้จริง พวกนี้ไม่สนอย่างอื่น นอกจากความสำเร็จในเนื้องานที่จะเกิด ประโยชน์ตัวเองจะได้หรือไม่ได้ไม่มีความหมาย พิธีกรรมหรือรูปแบบซึ่งเป็นเปลือก จับต้องง่าย โชว์ให้เห็นเพื่อสร้างชื่อเสียงได้ไม่ใช่ประเด็น

พวกนี้มักอยู่กับความเรียบง่าย เต็มไปด้วยความอ่อนน้อมถ่อมตน ไม่ยิ่งใหญ่ ไม่ต้องโดดเด่น อยากเรียกวิถีการทำงานแบบนี้ว่า“นักวิชาการ” ผู้สนใจแต่ปัญญาความรู้ ไม่สนอำนาจบาตรใหญ่ กินอยู่แค่ให้มีชีวิตอยู่ มุ่งพัฒนาชาติบ้านเมือง

ตรงข้ามกับอีกพวก สวมเสื้อผ้าอาภรณ์ราคาแพง กินอยู่ใช้ชีวิตหรูหรา ไปไหนมาไหนระดมผู้ติดตามเป็นโขยง พูดจาไม่มีหางเสียง ต่อหน้าสื่อหรือในที่สาธารณะดูอ่อนน้อมถ่อมตน ลับหลังความยโสโอหังอาจถึงขีดสุด ชอบประกาศศักดาให้โลกรู้ว่าไม่ใช่คนธรรมดา

เล่ห์เหลี่ยมลูกล่อลูกชนที่แพรวพราว ความจริงจังจริงใจหรือความตรงไปตรงมาจึงไม่ต้องค้นหา พบเห็นคนพวกนี้ได้ทั่วไปโดยไม่ต้องพยายามสังเกต อยากเรียกวิถีการทำงานแบบนี้ว่า“นักการเมือง” ผู้หวังเพียงหน้าตาและคะแนนนิยมจากผู้ให้คุณให้โทษที่อาจมอบความยิ่งใหญ่หรืออำนาจวาสนาในการแสวงประโยชน์

เหตุหนึ่งของบ้านเมืองที่เป็นปัญหา หลายเรื่องที่ล้าหลัง น่าจะมาจากพฤติกรรมการทำงานลักษณะนี้ด้วย

ปัจจุบันคนทำงานราชการแบบนักการเมืองเยอะขึ้น ไม่สนใจเนื้องาน สนแค่หน้าตาชื่อเสียงหรือประโยชน์ งานที่เน้นแค่เปลือกจึงสำเร็จเพียงเปลือก ครั้นเกิดปัญหาเดิม สังคมวิพากษ์เรื่องเดิมซ้ำ เข้าทางผู้ฉ้อฉลคนเดิมอีก ขอใช้งบประมาณใหม่ทำใหม่ในเรื่องเก่า ปีแล้วปีเล่า!

คนทำงานราชการควรมีวิถีแบบนักวิชาการ รวมทั้งต้องไม่ยอมรับบุคคลที่ชัดเจนว่ามีวิถีการทำงานแบบนักการเมืองทั้งหลาย

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ครูธนิตย์



ความเห็น (0)