906. เรียนอิคิไกจากหนังดัง "We Are X"


ผมมีหนังเรื่องหนึ่งที่อยากวิจารณ์มานาน คือเรื่อง We Are X หนังที่พูดถึงวงโปรดวงหนึ่งของผม และอีกนับล้านทั่วโลก นั่นคือ คือวง X-Japan หนังเรื่องนี้ไปดูถึงสองรอบ ตอนนี้ผมจำไม่ได้หมด แต่ก็พอวิจารณ์ได้ ถ้าคุณดู Trailer หนังจะเริ่มจากการที่โยชิกิ

ผู้ก่อตั้งวง พูดเปรยๆออกมาว่า

Why I am here? ทำไมผมถึงมาอยู่ตรงนี้

Why am I in this world? ทำไมถึงเกิด

มาในโลกนี้


หนังตอบคำถามสองคำถามนี้ของชายผู้สับสนกับความว่างเปล่าในชีวิตของโยชิกิ ที่ตั้งแต่เด็กๆ อยู่ดีๆ คุณพ่อก็ฆ่าตัวตาย ทิ้งครอบครัวไป โดยไม่มีเหตุผล นั่นเองที่เป็นความสับสน โยชิกิตอบคำถามนี้ไม่ได้ ก็เลยเกิดความสับสน ผิดหวังอย่างรุนแรง เป็นความขัดแย้งในใจ

เมื่อรู้ตัวอีกทีแม่ก็ซื้อกลองชุดให้ เขาก็ตีมันอย่างบ้าคลั่ง เขาพบความอัจริยะของตัวเองในเรื่องดนตรี ใช้ดนตรี เป็นเพื่อน จนมาก่อตั้งวง X-Japan ที่สร้างปรากฏการณ์ไปทั่วโลก เชื่อกันว่าวง X-Japan คือการปฏิวัติทางดนตรี ที่สวนกระแสหลักของญี่ปุ่นในยุคนั้น และมีอิทธิพลต่อนักดนตรีในยุคหลัง

โยชิกิมองแฟน และวงดนตรีคือครอบครัวของเขา เขาบอกว่าแฟนๆทำให้เขามีชีวิต โยชิกิบอกว่าเมื่อยู่บนเวที รู้สึกเหมือนกลับบ้าน.. แนะนำให้ดูครับ ถ้ามีเวลามากกว่าผมคงกลับไปดูอีก เป็นหนังไม่กี่เรื่องที่ดูแล้วไม่มีใครลุกจากโรงเลย เหมือนหลายคนตะลึง และพยามซึมซับกับประสบการณ์บางอย่าง

สำหรับผม X-Japan คืออะไร มันคือหนังที่พยายามตอบเหตุผลของการมีชีวิตอยู่ของโยชิกิ ครับ ..นั่นคือเป็นเรื่องของอิคิไกตรงๆ เลย และก็ตอบได้จริงๆ ในที่สุด อันนี้ตอบอย่างไร ลองไปหาดูในเรื่องครับ เดวจะ spoil หมด

เรื่อง We are x ทำให้ผมนึกถึงตำนานการค้นหาอิคิไก ของญี่ปุ่นคือคุณหมอคามิย่า ในหนังสือเรื่อง Ikigai Demystified: Ikigai Is Not A Venn Diagram โดย Nicholas Kemp เล่มนี้ เล่มนี้บอกว่า Venn Diagram ที่พูดถึงทั่วโลกอินเตอร์เน๊ต กันคืออิคิไก คือการหาจุดลงตัวระหว่างสิ่งที่คุณรัก คนเก่ง โลกต้องการ และรายได้ นี่ไม่ใช่อิคิไก อิคิไก ต้องไม่จำเป็นต้องเป็นงาน และไม่จำเป็นที่โลกต้องการด้วย

แล้วคุณนิโคลาสก็ลงลึกศึกษาอิคิไกว่าเป็นอย่างไร ก็พูดถึงประวัติศาสตร์มาเลย หนึ่งในคนสำคัญของวงการอิคิไกญีปุ่นคือหมอคามิย่า ที่เขียนตำราชื่อ kigai wa katto kara umareru : Sotokushu : Seitan hyakunen eikyu hozonban

หนังสือเล่มนี้มีอิทธิพลต่อคนศึกษาเรื่องอิคิไกในยุคหลังๆ เป็นจำนวนมาก ผมไม่มีโอกาสอ่านเล่มนี้เพราะไม่รู้ภาษาญี่ปุ่น (ใครแปลทีครับ) เนื่องจากไม่ได้อ่านงานโดยตรงเลยพยายามศึกษาประวัติหมอคนนี้ เลยได้ความว่าท่านได้อิทธิพลจากปรัชญา Extentialism ที่ผมจะมาวิเคราะห์ในภาย
หลัง

สำหรับในเล่มนี้ นิโคลาสบอกว่าคุณหมอคามิย่าจะใช้คำถามชุดต่อไปนี้ ช่วยคนไข้ค้นหาเหตุผลการมีชีวิตอยู่ หรืออิคิไก

1. ฉันมีชีวิตอยู่เพื่ออะไร .ใครต้องการฉัน 2. เป้าหมายชีวิตของฉันคืออะไร แล้วฉันทำดีที่สุดหรือยัง 3. จากคำตอบสองข้อแรก ฉันสมควรมีชีวิตอยู่ต่อไปไหม 4. โดยทั่วไปชีวิตฉันมีค่าไหม

ผมไม่รู้ว่าโยชิกิ ได้อ่านหนังสือคุณหมอไหม ไม่ว่าจะอ่านหรือไม่ แต่ดูโยชิกิ ที่ตอนแรกบอกว่า...คำตอบของเขาช่วงแรกๆ ความสับสนและความว่างเปล่าในชีวิตของเขาคือ “ความตาย” แต่เมื่อเล่นดนตรีจนสร้าง X-Japan และเท่าที่ดูทุกวันนี้ เหมือนเขาจะต้อบคำถามคุณหมอได้ครบทุกข้อคือ

1. ฉันมีชีวิตอยู่เพื่ออะไร ใครต้องการฉัน (ดนตรี คนที่ต้องการโยชิกิคือแฟนๆ ทั่วโลก ขนาดจักรพรรดิยังได้ฟังเพลงเขา)
2. เป้าหมายชีวิตของฉันคืออะไร แล้วฉันทำดีที่สุดหรือยัง (เขามีเป้าหมายคือชีวิตในขณะนี้ คือทำดีที่สุด ทุ่มเทที่สุด)
3. จากคำตอบของคำถามสองข้อข้างบน ฉันสมควรมีชีวิตอยู่ต่อไปไหม (โยชิกิมีชีวิตต่อไป)
4. โดยทั่วไปชีวิตฉันมีค่าไหม (ผมว่าโยชิกิ รู้สึกตัวเองมีค่า)


จริงๆ ถ้าวิเคราะห์ตาม Existentialism ซึ่งคือปรัชญาสาขาหนึ่ง คนที่ทำด้านนี้จะบอกว่า ตอนที่พ่อโยชิกิฆ่าตัวตาย โยชิกิน่าจะเกิดภาวะ Existential Crisis คือเกิดวิกฤติ ชีวิตว่างเปล่า คืออยู่ดีๆ ก็รู้สึกว่าเรามีชีวิตอยู่ไปทำไม แล้วก็เกิดทุกข์ ถ้าหนักมากอาจถึงขั้นไม่อยากมีชีวิตอยู่ หรืออาจเผาผลาญตัวเองด้วยยาเสพติด..หรือถ้าเบาขึ้นมาอีก ก็อยู่ต่อไปอย่างไร้จุดหมาย ... ถ้าใครจะลงลึกด้านนี้ก็ต้องไปอ่านงานของโซเร็น เคี๊ยกการ์ด ณอง ปอลซาร์ด หลุย คามูร์ และอีกคนถ้าสายหมอ ที่มาแนวๆนี้ก็วิคเตอร์ แฟงเคิล ที่เขียนเรื่อง Man’s Searh for Meaning แต่เอาเป็นว่าถ้าคุณรู้สึกว่าชีวิตคุณว่างเปล่า ติดหล่ม จทำลายตัวเอง อาจหาทางออกได้ด้วยการหาความหมายชีวิตด้วยการตอบคำถาม ว่าคุณจะอยู่ไปเพื่ออะไร

ดังที่ผมเคยไปสัมภาษณ์น้องผู้หญิงคนหนึ่ง ตอนที่ผมไปทำเรื่องยาเสพติดที่ภาคใต้ น้องเล่าว่า เคยไปช่วยผู้ชายคนหนึ่งที่ติดกระท่อม กินกระท่อมวันละหกลิตรมาสิบปี เธอถามว่าพี่รักใครที่สุด ลูกครับ ตอนนี้ลูกพี่กี่ขวบ สองขวบ กำลังน่ารักเลย พี่คะ ถ้าพี่กินกระท่อมอย่างนี้ไปอีก 5 ปี คิดว่าชีวิตลูกสาวพี่จะเป็นยังไง

ชายผู้นี้ตาสว่างเลิกกระท่อมได้ในสองวัน เชื่อว่าเขาค้นพบว่าตัวเองจะอยู่ไปเพื่ออะไร เพื่อลูกสาวเขานั่นเอง เลยหันมากลับตัวกลับใจ

Existentialism มาแนวนี้

ถ้าในทางทฤษฎีจะบอกว่าคุณอย่าไปเป็นทาสของระบบ คุณต้องมีความคิด มีปรัชญาของตัวเอง ถ้าคุณหาตัวเองเจอคุณจะอยู่ในโลกที่ดูไร้ความหมาย (Meaningless) นี้ได้อย่างมีความสุข ประมาณนี้ ลองไปหาเรียนดูนะครับ ผมไม่เชี่ยวชาญมากนัก

สำหรับผมจะลองเอาคำถามคามิย่ามาหาอิคิไกของตัวเองบ้าง
เอาเป็นเรื่องงาน

1. ฉันมีชีวิตอยู่เพื่ออะไร ใครต้องการฉัน (เห็นผู้นำธุรกิจที่มีอิทธิพลในไทยค้นพบ Purpose คือเอาความเก่งของตนเองไปเกื้อกูลกับคนมากๆ แล้วใครต้องการ มีผู้นำหลายคนเข้ามาคุยกับผมเรื่องนี้มากทั้ง อิคิไกและ Purpose แสดงว่ามีคนต้องการเรื่องนี้

2. เป้าหมายชีวิตของฉันคืออะไร แล้วฉันทำดีที่สุดหรือยัง อยากเห็นองค์กรที่มี Purpose เกิดขึ้นในสิบปีข้างหน้านี้สัก 10,000 องค์กร ถามว่าทำได้ดีที่สุดหรือยัง ยังครับ เลยพยายามเขียนบทความเพื่อให้รู้เรื่องเรื่องนี้มากที่สุด และจะไม่หยุดครับ จะสร้างคนที่ทำเรื่อง Purpose/IKIGAI เป็นให้มากที่สุด เป็น Change Agent เลย ขอสัก 1,000 คน มีในทุกจังหวัด แล้วให้ทั้งหมดนี้ไปสร้าง Purpose/IKIGAI Coach ในทุกโรงเรียน ทุกที่ทำงาน

3. จากคำตอบของคำถามสองข้อข้างบน ฉันสมควรมีชีวิตอยู่ต่อไปไหม (ควรมากๆ ในไทยไม่กี่คนเจาะลึกไม่กี่คน เช่นอาจารย์วรภัทร์ เลยควรมีชีวิตต่อไปจะได้มีคนสอนเรื่องนี้ได้แทนตัวเราในอนาคต)

4. โดยทั่วไปชีวิตฉันมีค่าไหม (พอจับเรื่องอิคิไก และ Purpose ทีไร หัวใจมันพอโต รู้สึกไม่เหนื่อย และไม่เคยอยากหยุดค้นคว้าเลย แสดงว่าเรามีค่า)

ตอบเสร็จแล้วว๊าวววววววววว

เห็นอิคิไก บวกแผนงานออกมาเลย

วิจารณ์

น่าสนใจครับ ชุดคำถามนี้ แต่ไม่ง่ายที่จะตอบต้องๆ ค่อยๆ ตอบ ไม่ง่ายนัก ถ้าคุณตอบไล่เป็นข้อๆ ไม่ได้ อาจใช้เทคนิคการถามแบบ Appreciative Inquiry ให้เริ่มจากการเล่าเรื่องที่คุณภูมิใจที่สุดในแต่ละด้าน ไม่ว่าจะเป็นงาน ความสัมพันธ์ ครอบครัว ..แต่ต้องเล่าเป็น Story ออกมาแล้วค่อยไปตอบคำถามข้อ 1-4 มาทีละข้อ ลองดูครับ

ส่วนผมตอบชุดคำถามของคามิย่าแล้ว รู้สึกได้พลัง เห็นเป้าหมาย เห็นแนวทางว่าจะทำอะไรต่อไปได้เลย ...

แล้วคุณล่ะ อิคิไกของคุณคืออะไร อะไรที่จะทำให้ดีกว่าเดิม

ขอบคุณสำหรับ X-japan และอาจารย์คามิย่า ที่ทำให้ผมได้แง่คิดดีๆ มาแบ่งปันทุกทันวันน้ีนะครับ


ด้วยรักและปราถนาดี
ดร.ภิญโญ รัตนาพันธุ์

IKIGAI School

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน Appreciative Inquiry



ความเห็น (0)