สรรพสิ่งในอนันตจักรวาลล้วนมีสถานะเป็นพลังงานที่สั่นสะเทือน เราเห็นพลังงานที่หนาแน่นเพียงพอในรูปของวัตถุและสิ่งที่ปรากฏ ในขณะเดียวกันกับที่มันก็เป็นพลังงาน

เราคิดอะไร มั่นก็จะก่อกำเนิดรูปเป็นสิ่งนั้น ๆ จากคลื่นความคิดสู่ประสบการณ์จริง

บรรดาศาสดา และนักปราชญ์ จึงมักตักเตือนสาวกเสมอในมุมมองของการคิดในย่านบวก คิดดี 

เมื่อบางศาสนาเชื่อว่าจิตเรามันกวัดแกว่งให้คิดดีตลอดไม่ได้ การสวดภาวนาจึงถูกสร้างขึ้นเป็นอุบาย ไม่ให้จิดใจซัดส่าย 

เพราะพลังความคิดกำหนดการสร้างประสบการณ์ในอนาคต 

ผมเอง คิดลบ คิดร้าย อิจฉา ริษ๋ยา คิดเอารัดเอาเปรียบ คิดอยากโด่งดัง คิดเคียดคิดแค้นมานานแสนนาน 

ผลของมันก็เกิดที่ผิวพรรณ ใบหน้า รูปร่าง ที่ไม่สบายตาแม้ตนเองและผู้พบเห็น 

ถึงเวลาที่เราต้องเปลี่ยนความคิดกันจริงจัง เพื่อเปลี่ยนประสบการณ์