มูลนิธิสยามกัมมาจลใช้ EE (Empowerment Evaluation) ในการทำงานมาหลายปี โดยศึกษาจากทีมของ รศ. ดร. เนาวรัตน์ พลายน้อย แห่งคณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ถึงขนาดส่งเจ้าหน้าที่สองคนไปเรียนระดับปริญญาเอกโดยทำวิทยานิพนธ์เรื่องนี้ จากงานของมูลนิธิสยามกัมมาจล โดยทางมูลนิธิได้ใช้ EE ในการทำงานร่วมกับภาคีที่มูลนิธิสนับสนุนด้านการพัฒนาเด็กและเยาวชน ทำให้เกิดการเรียนรู้เป็นอันมาก ผมถึงกับคิดว่า การสนับสนุนของมูลนิธิสยามกัมมาจลนั้น ส่วนสนับสนุนการเรียนรู้และพัฒนาผ่านกระบวนการ EE มีค่ามากกว่าเงินสนับสนุน
เมื่อมีการนำเอา DE เข้ามาในประเทศไทยโดย สสส. ทีมงานของมูลนิธิสยามกัมมาจลจึงสามารถดูดซับหลักการและวิธีการมาใช้โดยง่าย เพราะปรับจาก EE ไม่มาก รวมทั้งทีมงานของมูลนิธิฯ ก็มีความชำนาญกระบวนการ facilitation ให้ภาคีเครือข่ายร่วมกันสะท้อนคิดจากข้อมูลการพัฒนาอยู่แล้ว
กสศ. จึงขอให้ทีมงานของมูลนิธิสยามกัมมาจล ดำเนินการนำ DE เข้าไปใช้สนับสนุนโครงการโรงเรียนพัฒนาตนเอง ฝึกให้ทีมพี่เลี้ยงใช้ DE เพื่อการเรียนรู้และพัฒนาต่อเนื่องของทีมงานในโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการ และฝึกให้ทีมงานของโรงเรียนในโครงการนำไปใช้หนุนการดำเนินการพัฒนา whole school development ตามเป้าหมายของโครงการด้วย เมื่อมีการจัด workshop ก็เป็นที่ชื่นชอบของทุกฝ่าย
รวมทั้งท่านที่ปรึกษาคณะกรรมการกำกับทิศทางของโครงการโรงเรียนพัฒนาตนเองคือ ดร. กษมา วรวรรณ ณ อยุธยา ได้ร่วมรับรู้และชื่นชอบ เนื่องจากท่านเป็นกรรมการสภาพัฒน์ฯ ด้วย จึงไปแนะนำให้กรรมการสภาพัฒน์ฯ รู้จักเครื่องมือนี้ และเชิญคุณปิยาภรณ์ มัณฑะจิตร ผู้อำนวยการมูลนิธิสยามกัมมาจล ไปบรรยายเรื่อง DE ให้คณะกรรมการสภาพัฒน์ฟัง ก็เป็นที่ชื่นชอบ และคาดว่า จะมีการนำ DE ไปเป็นเครื่องมือขับเคลื่อนการบรรลุผลของแผนพัฒนาประเทศด้านต่างๆ แทนการประเมินแบบที่ใช้อยู่ในปัจจุบันซึ่งเน้น summative evaluation
วิจารณ์ พานิช
๒ ม.ค. ๖๔