903. เรียนอิคิไกจากเรื่อง "Samurai Goumet"

บทความโดยดร.ภิญโญ รัตนาพันธ์ุ

เนื่องจากหยุดยาวเลยได้โอกาสลุยดู Netflix เรื่องหนึ่งที่อยากดูมานานเลยได้ดูคือ  Samurai Goumet ..  จริงๆ ก็ดูไปก็เป็นรายการ review อาหารธรรมดา แต่เมื่อเข้าไปดูได้มุมมองที่น่าสนใจที่ทำให้ผมเชื่อมโยงไปถึงเรื่องอิคิไกได้... รายการเป็นเรื่องของคุณลุงที่เพิ่งเกษียณอายุ ไม่มีอะไรทำ เลยเริ่มเดินออกจากบ้านไปสำรวจโลกภายนอกหลังเป็นพนักงานกินเงินเดือนมาหลายปี .. เพราะภรรยาบอกว่าเกษียณแล้วต้องหางานอดิเรกทำ ..

คุณลุงนั่งคิดคำนึงว่าตัวเขานี่เหมือนซามูไร นักรบโบราณที่ตอนนี้ไม่มีนายแล้ว เป็นซามูไรเร่ร่อน ใช้ชีวิตไม่มีกฏเกณฑ์ ...

คุณลุงอาศัยภาพจินตนาการนี้พาผู้ชมไปทานอาหาร ที่คนทั่วไปอาจนึกไม่ถึงเป็นร้านอาหารบ้านๆ ที่อาจไม่มีใครรู้จักแต่อร่อยมากๆ . 

ด้วยการใช้แนวคิดซามูไรเร่ร่อน ที่ค่อนข้างจะตามใจตัวเอง ไม่แคร์สังคม ทำให้คุณลุงเจอของดีเยอะ เช่น  เห็นร้านดังๆ คนเข้าคิวเยอะ ..ซามูไรไม่เข้าแน่ ทำไม่ต้องทำตามๆ กัน แนวคิดนี้ทำให้คุณลุงมีความสุขอย่างไม่เป็นมาก่อน.. 

คนดูก็มีความสุขด้วย ผมว่าการที่คุณลุงไปเจอร้านเล็กๆ นี้  ช่วยทำให้คนรุ่นใหม่ตื่นตัวตามไปกิน ทำให้ร้านนั้นไม่ตายไป.. หลายร้านฝีมือเทพมาก แต่ไม่มีคนกิน..

ทำให้ผมนึกถึงหนังสือเรื่อง ขายดีเพราะขึ้นราคา ที่บอกว่ในญี่ปุ่นตอนนี้ร้านดีๆ หายไปมาก..เพราะเจ้าของใส่ใจแค่พัฒนางานฝีมือของตนเอง ลืมที่จะทำให้คนรู้จัก คือเรื่องประชาสัมพันธ์ เพราะเชื่อว่าถ้าฝีมือดี คนจะตามหาเอง.. ..มายาคตินี้เองที่น่าจะเป็นสาเหตุให้ร้านดีๆ ล้มหายตายจากไป.. 

จะว่าไปจินตนาการคุณลุง Hobby ของลุงนี่ปังมากครับ นอกจากแกจะทำให้ตัวเองมีความสุขหลังเกษียณ แกยังช่วยร้านดีๆ ให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง  

ย้อนกลับมาดูเรื่องของอิคิไก.. ความหมายของการมีชีวิตอยู่ หรือเหตุผลที่ตื่นขึ้นมาแต่ละวัน..ดูแล้วนี่คืออิคิไกของลุงเลย ถ้าผมดูตามตำราอิคิไกที่เขียนทั้งคุณ Ken Kogi และคุณ Yukari  

คุณยูคาริบอกว่าถ้าเรามีอิคิไก เราจะรู้สึกอย่างนี้คือ..มีความสุข  รู้สึกเติมเต็ม  มีสภาวะจิตใจที่มั่นคง  สามารถควบคุมชีวิตในแต่ละวันได้ดีกว่าเดิม เติบโตและก้าวหน้าในชีวิต ค้นพบจุดประสงค์ในชีวิต (Purpose) มีแรงจูงใจ กระตือรือร้น ไม่ต้องให้ใครบังคับ ทำอะไรในเชิงรุก มีชีวิตชีวา และก้าวไปข้างหน้า

ผมมองเห็นองค์ประกอบทั้งหมดนี้ในตัวคุณลุงเลือดซามูไรนี้ครับ..

และหลายคนเมื่อชีวิตต้องเปลี่ยนเช่นเกษียณหรือตอนนี้มีโควิดมา งานที่ทำอยู่เริ่มไม่ใช่ หรือต้องการหางานใหม่...  คงอิจฉาคุณลุงกันครับ..เพราะ Hobby ของคุณลุงนี่ถึงขั้นกลายไปอยู่ใน Netflix ได้เลย..

และถ้าคุณลุงอยู่ตรงหน้า มาเมืองไทยหลายคนคงอยากถาม.. ตอนนี้กำลังเกษียณ ตอนนี้จำเป็นต้องมีการเปลี่ยนแปลงในชีวิตจะทำอย่างไรครับคุณลุง... ถ้าผมเจอลุงผมจะถามให้...แต่ถ้าไม่เจอหนังสือเรื่องอิคิไก ชื่อ Giving every day meaning and joy โดยอาจารย์ยูคาริ ให้แนวทางไว้ครับ...โดยลองตอบคำถามหลายๆ ข้อนี้ดู ..

1.ให้นึกย้อนไปสมัยเด็กๆ ท่านสนุกกับการทำอะไรมากที่สุด

2. เหตุการณ์อะไรที่ท่านจำได้ไม่ลืม?

3. อะไรที่นำความสุขมาให้กับชีวิตในทุกๆวัน

4. เมื่อไรที่ท่านรู้สึกมีความสุขมากที่สุด 

5. อะไรเป็นการใช้เวลาที่ทำให้เรารู้สึกเติมเต็มมากๆ

6. อะไรแค่คิดถึงเราก็ยิ้มแล้ว

7. เมื่อไรที่เรารู้สึกสะเทือนใจที่สุด (ทั้งลบและบวก)

8. อะไรที่ทำให้เราขยับไปทำอะไรบางอย่าง สิ่งนั้นคืออะไร

9. อะไรที่ท่านสนใจเป็นพิเศษ

10. อะไรที่ช่วยทำให้ท่านไม่เบื่อ

 11. ท่านกำลังแสวงหาการเปลี่ยนแปลงในแง่มุมใดของชีวิต

12. อะไรที่ท่านทำแม้ว่าไม่มีใครขอ

13. อะไรที่ท่านจะทำแม้ว่าทั้งโลกจะไม่เข้าใจท่านเลย

14. อะไรที่ท่านยังจะทำแม้ว่าจะไม่มีปัญหาเรื่องเงินทองอีกต่อไป

 15. เหตุการณ์ไหนในอนาคตที่ท่านกำลังรอให้เกิดขึ้น

16. ท่านสามารถทำอะไรได้บ้าง

17. อะไรที่ทำให้ท่านรู้สึกอยากมีชีวิตอยู่เพื่อจะได้เห็นสิ่งนั้นในอนาคต

เป็นชุดคำถามที่น่าสนใจ... 

ผมลองตอบด้วยตัวเองบ้าง เพราะตอนนี้โลกเปลี่ยนไปมาก ..มหาวิทยาลัยคนก็เรียนน้อย แถมอีก 10 ปีก็เกษียณ ลองตอบคำถามดูบ้าง...

1.ให้นึกย้อนไปสมัยเด็กๆ ท่านสนุกกับการทำอะไรมากที่สุด (ชอบประดิษฐ์ของเล่น เช่นเครื่องบิน เรือใบ จากเศษกระดาษ ขยะ เคยทำกล้องดูดาว กล้องเรือดำน้ำ ชอบมากๆ ครับ การประดิษฐ์ของเล่น)

2. เหตุการณ์อะไรที่ท่านจำได้ไม่ลืม?  (สมัยม. 2 ทำกล้องดูดาวไปดูดาวหางฮัลเล่ย์ แต่ขยาย 60 เท่าดูอะไรได้ไม่มากนัก แต่ก็เห็นกระจุกดาว ตอนนั้นสุดยอดมาก มองไปในพื้นที่ว่างเปล่าในท้องฟ้า คุณจะเห็นกระจุกดาว สวยมากๆ )

3. อะไรที่นำความสุขมาให้กับชีวิตในทุกๆวัน (การอ่านหนังสือ หนัง แล้วเชื่อมโยงความรู้ใหม่ๆ เพื่อประดิษฐ์หลักสูตรใหม่ๆ หรือได้เข้าใจอะไรมากขึ้น)

4. เมื่อไรที่ท่านรู้สึกมีความสุขมากที่สุด   (เมื่อเห็นเอาสิ่งที่เราดัดแปลงค้นคว้าแล้วไปช่วยคนได้สำเร็จ เช่นลองพัฒนาการโค้ชแบบ Solution-focused ผสม Appreciative Inquiry แล้วลูกศิษย์เอาไปช่วยคนที่ติดปัญหา One Night Stand ได้ ให้กลับตัวกลับใจได้ ...งงเลย นี่ที่เราสอนนี่เอาไปช่วยคนได้ขนาดนี้เลย)

5. อะไรเป็นการใช้เวลาที่ทำให้เรารู้สึกเติมเต็มมากๆ (การเขียน Blog แบบที่ทำตอนนี้)

6. อะไรแค่คิดถึงเราก็ยิ้มแล้ว (ไปเดินตามร้านหนังสือเช่นคิโนคูนิยะ)

7. เมื่อไรที่เรารู้สึกสะเทือนใจที่สุด (ทั้งลบและบวก)  (ตอนที่เราหลงทางกับชีวิตเลือกเรียนแล้วไม่อินตั้งแต่ป.ตรีวิศะและป.โทการเงิน...  ตอนบวกสุดคือ..ตอนเรียนและทำวิทยานิพนธ์ป.เอก ได้ทำเรื่องที่กลายเป็นอาชีพในทุกวันนี้ สุดยอดมากๆ)

8. อะไรที่ทำให้เราขยับไปทำอะไรบางอย่าง สิ่งนั้นคืออะไร   (ความอยากรู้อยากเห็น)

9. อะไรที่ท่านสนใจเป็นพิเศษ (จิตวิทยาเชิงบวก และ AppreciativeInquiry)

10. อะไรที่ช่วยทำให้ท่านไม่เบื่อ  (การได้คิดค้น เชื่อมโยง สิ่งที่ดูไม่เกี่ยวกันให้กลายเป็นแนวทางแก้ปัญหาใหม่ๆ เช่นเคยเชื่อมโยงทฤษฏี Entropy ของวิศวะ เข้าไปอธิบายปัญหาองค์กร)

 11. ท่านกำลังแสวงหาการเปลี่ยนแปลงในแง่มุมใดของชีวิต  (จิตใจที่เบิกบาน มีความสุข อิ่มในไทย เพราะอายุเริ่มมากๆ ไม่อยากแข่งขันกับใครอีก)

12. อะไรที่ท่านทำแม้ว่าไม่มีใครขอ  (ช่วยคนได้ค้นพบตัวเอง ค้นพบอิคิไก หรือ Purpose ถ้ายิ่งดี เอาไปทำธุรกิจได้ด้วยทำให้สังคมดีขึ้นเหมือนคุณลุงซามูไร)

13. อะไรที่ท่านจะทำแม้ว่าทั้งโลกจะไม่เข้าใจท่านเลย  (ทำให้คนไทยค้นพบอิคิไก หรือ Purpose และมีชีวิตที่มีความหมาย)

14. อะไรที่ท่านยังจะทำแม้ว่าจะไม่มีปัญหาเรื่องเงินทองอีกต่อไป (เป็นมหาวิทยาลัยที่เน้นให้คนค้นพบตัวเองจะด้วยเทคนิคแบบญี่ปุ่น หรือตะวันตก ไทย อินเดิยได้หมด)

 15. เหตุการณ์ไหนในอนาคตที่ท่านกำลังรอให้เกิดขึ้น (คนไทยสร้าง startup มีอาชีพที่รู้สึกมีความหมาย เห็นความสุขของผู้คน ที่ไม่ใช่ตืนมาทำงานที่ตัวเองเกลียด)

16. ท่านสามารถทำอะไรได้บ้าง  (สอน ค้นคว้า เผยแพร่ เรื่องอิคิไก ความหมายของชีวิต ตกออก Purpose ร่วมมือกับใครก็ได้ เผื่อให้มีคนทำด้านนี้เป็นในทุกที่)

17. อะไรที่ทำให้ท่านรู้สึกอยากมีชีวิตอยู่เพื่อจะได้เห็นสิ่งนั้นในอนาคต (พัฒนาเทคนิคการหาตนเองให้เจอ แล้วทำให้คนจำนวนมากเข้าถึงเรื่องนี้ให้มากที่สุด)

Wowwwwwwwww

ที่คือการตอบคำถามของยูคาริ..

วิจารณ์

ความรู้สึกของผมหลังตอบคำถามของยูคาริ ...มันปนกันครับ ดีใจ ดูเหมือนเราเอาส่ิงที่ชอบตอนเด็ก คือการประดิษฐ์ของเล่น มาพัฒนาการสอนอิคิไก หรือ Purpose  เลย รู้สึกว่าเรากำลังพยายามแก้ปัญหาบางเรื่องที่เราเคยมีปัญหาสมัยวัยรุ่นคือเราหาตัวเองไม่เจอ..แล้วทุกข์มากๆ   เมื่อเกษียณสิ่งที่ผมเห็น ก็คือผมยังคงค้นคว้าประดิษฐ์วิธีการการค้นหาตัวเอง ไม่ว่าคุณจะเรียกว่าอะไรอิคิไก calling purpose จิตวิญญาณ แล้วช่วยให้คนรุ่นใหม่ๆ ทำเรื่องนี้ได้ง่ายขึ้น ไม่เหมือนคนในรุ่นผม ที่ไม่รู้จะเรียนอะไรก็วิศวะกับหมอไว้ก่อน  ผมฝันเห็นว่าด้วยเทคนิคของผม..ไม่ว่าคุณจะอยู่ในช่วงใด สถานการณ์ใดของชีวิต คุณจะมีเครื่องมือง่ายๆ ที่เราสามารถมานั่งคนเดียวแล้วค้นพบช่องทาง เส้นทางชีวิตได้ไม่ยาก และเป็นไปได้ ..

ข้อเสนอแนะทางเทคนิค

1.เทคนิคนี้ต้องทำหลายๆ รอบแล้วลองเชื่อมโยงกันไปมา  อาจตอบแล้วทิ้งๆ ไว้หลายๆ วัน แล้วกลับมาตอบอีกครั้ง มันจะลุ่มลึก แล้วเกิดการผสมผสานขึ้นมาเอง

2. แล้วถ้าใช่ก็เริ่มเป็นHobby ไปก่อน หากอยากให้สิ่งที่คุณทำแล้วปัง..อย่าลืม ความรู้  Connection  3.บุญ… ศึกษาลงลึกความรู้นั้น เน้นปฏิบัติมากๆ เรียนแล้วเอามาประยุกต์ใช้  Connection คุณต้องอย่าทำอะไรคนเดียวไปไม่ไกลครับ เล่าเรื่องที่คุณทำให้เพื่อนเก่งๆ ฟัง หรือไปร่วมมือกับคนอื่น..สิ่งที่คุณรู้มักมีประโยชน์ เป็นที่ต้องการของบางแวดวงเสมอ  หลายครั้งเขาก็ช่วยต่อยอด แนะนำธุรกิจให้คุณ.. สุดท้าย บุญ ให้มากกว่ารับ .. ให้ไปมากๆ ฝึกฝีมือไปด้วย สนุกไปด้วย 

3. เต็มที่กับชีวิตแล้วชีวิตจะเต็มที่กับคุณเอง..

และสุดท้ายนี้ ขอให้ทุกท่านสนุกกับการเปลี่ยนแปลงในชีวิตครับ

ขอบคุณคุณลุงซามูไร สำหรับแรงบันดาลใจให้เกิดบทความนี้ครับ..

และก่อนจบ... คำตอบสำหรับคำถาม 17 ข้อของยูคาริข้างบนของท่านคืออะไรครับ.. 

บทความโดยดร.ภิญโญ รัตนาพันธ์ IKIGAI School

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน Appreciative Inquiry



ความเห็น (0)