898. วิถีแห่งอิกิไก

บทความ "วิถีแห่งอิกิไก"โดยดร.ภิญโญ รัตนาพันธุ์

Appreciative IKIGAI © เป็นบทสรุปที่ผมภูมิใจ ตลอดหลายปีที่พยายามเอาเรื่องนี้มาต่อยอดแก้ปัญหาให้ลูกศิษย์ เริ่มจากการอ่านแล้วพยายามตอบคำถามตาม แล้วค้นพบว่า ไม่ง่ายที่จะตอบคำถาม หรือได้คำตอบอะไรง่ายๆ เลยเริ่มเอาศาสตร์ Appreciative Inquiry ที่เป็นศิลปะการถามคำถาม ที่ถ้าถามเป็นแล้วจะทำให้ผู้นั้นค้นพบสิ่งที่ดีที่สุดในตัวเอง และสิ่งแวดล้อม แล้วเกิดพลังการคิดขยายผล เพราะหนังสือ IKIGAI ทุกเล่มเท่าที่เห็นตอนนี้จะมองว่าอะไรคือ IKIGAI แล้วใครมี IKIGAI บ้าง จากนั้นจบลงด้วย Model และการตั้งคำถาม แต่ไม่มีเล่มไหนที่พยายามเริ่มหา IKIGAI จากคนที่ไม่รู้สึกว่าตัวเองสนุกกับการใช้ชีวิต แล้วเริ่มค้นหา จากนั้นมีความสุข ชีวิตมีค่าขึ้นมาจริงๆ หนังสือทั้งโลก 


ถ้าจะเปรียบเหมือนการเขียนวิทยานิพนธ์ ส่วนใหญ่เขียนจะเขียนถึงบทที่สองเท่านั้น คือทำการทบทวนวรรณกรรม แล้วจบที่เสนอ Model เท่านั้น ที่ดีกว่าก็เป็นงานวิจัยที่ลงพื้นที่จริง แต่พอจะทำตาม งงอีก ไม่เห็น case ตัวอย่างจะเริ่มจาก 0 อย่างไร แล้วเมื่อเจอจะไปต่อยังไง ..แล้วอะไรคือเรื่องจริง พูดง่ายๆ ถ้ามีลูกศิษย์มาถามแล้วผมยื่นหนังสือ IKIGAI ทั้งโลกให้ เขาจะค้นพบ IKIGAI ในสามวันไหมหลังอ่านจบ จะพบชีวิตที่ใช่ไหม จะอายุยืนไปเลยไหม .. ไม่ครับ เป็นอะไรที่เป็นปรัชญาจริงๆ เหลียวหลังมองหน้าไม่เจอใครศึกษา 


ผมก็เริ่มเลยครับ เอา Appreciative Inquiry ผสมผสานเข้าไปเลย เริ่มหาให้ตัวเอง และลูกศิษย์ ที่เริ่มมีผลตอบรับมาว่า Aha จากจะลาออกจากงาน กลับมาหลงรักงานตัวเองอีกครั้ง จากผลที่เกิดในกลุ่มเล็กๆ ...ผมอยากติดตามผลมากขึ้น เพื่อพัฒนาต่อไป เพราะไม่ชอบอะไรเป็นระดับ Model ที่ไม่มีใครพิสูจน์ พูดง่ายๆ คุณให้สูตรสอนรวย จากการไปถามคนที่รวยแล้ว ผมจะลองทำตามว่าผมจะรวยขึ้นไหม ลูกศิษย์ผมรวยขึ้นไหม ถ้าไม่ผมจะปรับสูตร จนผมรวยให้ได้ นี่เป็นความคิดผมเลยตั้งเป็นชมรม IKIGAI School.. เพื่อติดตามคนที่ทำไปแล้ว 

แต่ไม่ว่ามันจะเรียกว่าอะไร คำถามคือคุณสุดๆ กับชีวิตอยู่ไหม คุณรู้สึกชีวิตมีความหมายไหม ถ้าใช่ผมว่า OK แต่หลายคนก็บอกว่าหาไปแล้วก็ยังอยู่ที่เดิม ผมก็เลยติดตามดูต่อ แล้ววิเคราะห์ต่อว่าใครที่หา IKIGAI เจอแล้วขยับขยายชีวิตไปได้ กับที่อยู่อย่างเดิมมันต่างกันอย่างไร ผมเจอความต่างครับ คนที่หาเจอแล้วไปได้ มีสามองค์ประกอบ คือความรู้ Connection และบุญครับ ... คือเขาหาความรู้ หรือมีความรู้มากอยู่แล้ว สอง มีเครือข่าย หรือหาเครือข่ายเพิ่ม สาม บุญแปลว่าให้มากกว่ารับ 

1. หาความรู้ เช่นมีท่านหนึ่งรู้สึกอินกับกล้วยทอดมาก เลยค้นหาไม่หยุด บวกกับกินมานาน เลยรู้อะไรดีไม่ดี2. ด้วยการเป็น HR ระดับอาวุโส รู้จักคนมาก 

2. ท่านเลยค้นหา Connection และพี่ท่านนี้เป็นคนสร้าง Connection เก่ง เลยสามารถหาคนผลิตได้ ตอนนี้ส่งออกไปอินเดีย3. บุญ แปลว่าอะไร พี่ที่ผมนับถือคนนี้ 

3. ทำเพื่อชาวบ้าน เพราะเห็นคนสูงอายุไม่มีอะไรทำ แต่แถบนั้นมีกล้วยเยอะ เลยหา Business Model ช่วยชาวบ้าน ชาวบ้านก็มาขอบคุณ เลยยิ่งทำยิ่งอิ่มบุญ และนิสัยเป็นคนให้มากกว่ารับอยู่แล้ว เลยยิ่ง confirm

นี่เป็นเหตุการณ์ที่ผมติดตามมาตลอดถ้าถามว่านี่คือ IKIGAI ไหม ที่ผมช่วยหา เป็น IKIGAI แบบญี่ปุ่นแท้ๆ ไหม อยากตอบว่า . ถ้าไม่ใช่ แต่ถ้าได้แบบพี่ HR อาวุโสข้างบน ที่พบชีวิตที่มีค่า ชาวบ้าน Happy แล้วคุณแทบไม่อยากนอน เพราะสนุก แถมเลี้ยงครอบครัวได้ .. ผมว่าเลิกทำ IKIGAI แบบญี่ปุ่นกันครับ มาหาแบบนี้ดีกว่าผมอยากเรียกแทนมานานแล้วว่า “จิตวิญญาณ” ดีกว่า.. มันคือการจัดระบบโครงสร้างในชีวิต ให้ชีวิตมีค่ามากกว่าเดิม ชีวิตที่เป็นการให้มากกว่ารับ ดื่มด่ำ สุขสงบ เลี้ยงตัวเองได้ ภูมิใจ ที่สำคัญสังคมดีขึ้น ไม่ต้องอายุเป็น 100 ปีก็ได้ เนื่องจากผมมีนิสัยพัฒนา ต่อยอดตลอด 

ปัจจุบันพัฒนาเป็นระบบการค้นหา IKIGAI แบบผมเอง ผมเลยขอเรียกว่าเป็น Appreciative [email protected] หรือ Appreciative [email protected] เป็นระบบที่ค้นหาโดยใช้ Model หลาย Model อย่างต่ำ 5 Models มี Zuzunaga, Yukari, the Flow, Character Strengths และ Be-do-act (ตัวหลังนี้มีเรียนลง course มา ที่เหลือดัดแปลงเอง ครับ) แล้วต่อด้วยการสร้าง IKIGAI Ecosystem (หาเจอแล้วไงต่อ)เรียกหลักสูตรว่า Appreciative IKIGAI Finding System© Appreciative IKIGAI Coaching System© 

VIVA IKIGAI!!!

สวัสดีปีใหม่ 2564 ครับบทความโดยดร.ภิญโญ รัตนาพันธ์ุ IKIGAI Schoolเขียนเมื่อ 27 ธันวาคม 2563

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน Appreciative Inquiry



ความเห็น (0)