[review] รีวิว Sweet Home (2020 TV Series Netflix Original) ซีรีส์เกาหลีหลังสันสิ้นโลก อันเนื่องมาจากสัตว์ประหลาดบุกโจมตีโลก และแพร่เชื้อสู่มนุษย์อย่างรวดเร็ว ถ้าใครติดเชื้อก็จะกลายเป็นสัตว์ประหลาด สร้างมาจากมังงะในชื่อเดียวกันที่เผยแพร่ในเว็บตูน ให้อารมณ์แนวระทึกขวัญ ลึกลับ เหนือธรรมชาติ เป็นหนึ่งในซีรีส์เกาหลีที่หลายคนรอคอย เรื่องราวจะสนุกสนานขนาดไหน มนุษย์ที่เหลืออยู่จะต่อสู้กับสัตว์ประหลาดอย่างไร....

.........

ูดูคลิปรีวิวได้ที่นี่

.........

Sweet Home ว่าด้วยเรื่องราวของ ชาฮยองชู ชายหนุ่มผู้สูญเสียครอบครัวไปด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์ ผู้มีแนวคิดว่าต้องการจะฆ่าตัวตาย เขาได้เดินทางไปหาอพาร์ทเม้นท์แห่งใหม่ และก็ได้มาอยู่ในที่อพาร์ทเม้นท์กรีนโฮม ในขณะที่เขาต้องการจะพยายามฆ่าตัวตายอีกครั้ง ก็เกิดเหตุการณ์ประหลาดเกิดขึ้น ผู้คนในอพาร์ทเม้นท์ต่างทยอยเป็นสัตว์ประหลาด อันเกิดมาจากการติดเชื้อที่ว่ากันว่าเกิดจากความโลภของแต่ละคน และไม่ใช่แค่ไหนอพาร์ทเม้นท์ แต่มันเกิดขึ้นกับคำประเทศ ซึ่งแม้แต่ชาฮยองชู ก็ยังติดเชื้อนี้เข้าไปด้วย

สำหรับคนที่ติดเชื้อ สัตว์ประหลาดนี้ จะเกิดอาการเลือดกำเดาไหล และไม่กี่วันก็จะกลายร่างเป็นสัตว์ประหลาด แต่ชาฮยองชูสามารถควบคุมมันเอาไว้ได้ ยังมีความสามารถพิเศษในการรักษาและฟื้นฟูตัวเองได้อย่างรวดเร็ว

ชาฮยองชู ได้ร่วมมือกับผู้คนที่ยังเหลือรอดอยู่ในอพาร์ทเม้นท์กรีนโฮม ร่วมกันปกป้องสัตว์ประหลาดที่อยู่ภายในอพาร์ทเม้นท์และนอกอพาร์ทเม้นท์ เขาก็ได้รับหน้าที่ให้ไปทำในสิ่งที่คนทั่วไปไม่กล้าทำ เพื่อแลกกับการใช้ชีวิตอยู่ในกรีนโฮม บ่อยครั้งที่หลายคนรังเกียจว่าเขาเป็นสัตว์ประหลาด แต่หลายคนก็จำเป็นจะต้องพึ่งเขาให้ช่วยเหลือในสิ่งที่คนธรรมดาทำไม่ได้ เช่นไปเอาของอพาร์ทเม้นท์ด้านบนที่มีสัตว์ประหลาดเดินเพ่นพ่านไปมา ออกไปข้างนอกเพื่อหาอาหารเป็นต้น

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์สัตว์ประหลาดก็รุนแรงมากขึ้น รวมถึงภาวะจิตใจของผู้คนในอพาร์ทเม้นท์เองก็สั่นคลอนและหวาดกลัว และไหนจะปัญหาที่ใครหลายคนเริ่มติดเชื้อ ชาฮยอนซู และผู้คนที่เหลือรอดชีวิตในกรีนโฮม จะหาทางเอาตัวรอดจากวิกฤตการณ์หลังวันสิ้นโลกนี้ไปได้อย่างไร โปรดติดตามชมได้ใน Netflix

Sweet Home ซีรีส์แนวระทึกขวัญ ลึกลับ เหนือธรรมชาติ กับการต่อสู้ของพวกคนกลุ่มหนึ่งเพื่อให้รอดชีวิตหลังวันสิ้นโลก จากเหตุการณ์ที่สัตว์ประหลาดบุกยึดครองโลก ซึ่งแน่นอนว่าโทนและอารมณ์ของเรื่องนั้นก็ไม่ต่างกับเรื่อง Walking Dead หรือ Train to Busan ที่เล่าเรื่องราวของผู้คนกลุ่มหนึ่งร่วมมือกันต่อสู้กับสัปหลาด ทำให้เห็นความร่วมมือกัน ทำให้เห็นความหวาดระแวงซึ่งกันและกัน ทำให้เห็นความหวาดกลัว เห็นการต่อสู้และความท้อแท้ ซึ่งในประเด็นเหล่านี้ก็แทบไม่มีอะไรแตกต่างกับซีรีส์หรือภาพยนตร์แนวนี้เลย

จุดดีอย่างหนึ่งคือ เขาได้ทำให้พระเอกของเรื่อง ชาฮยองซู กลายเป็นมนุษย์ที่ติดเชื้อสัตว์ประหลาด แต่ก็สามารถควบคุมร่างกายเอาไว้ได้ ก็ไม่ต่างกับที่เขาเปรียบเสมือนกับลูกครึ่งมนุษย์กับสัตว์ประหลาด ซีรี่ส์เลยทำให้เขากลายเป็นตัวกลาง ที่ถ่ายทอดถึงความก้ำกึ่งของภาวะจิตใจของมนุษย์ ทำให้เห็นสันดานดิบของมนุษย์ ยากแท้หยั่งถึงของจิตใจ ซึ่งหากเปรียบเทียบกับสัตว์ประหลาดแล้ว ดูไปดูมามนุษย์ว่ามีความน่ากลัวมากกว่า

เป็นหนึ่งเรื่องที่ดูแล้วรู้สึกชอบกับไม่ชอบเท่ากัน สนุกนะสนุกอยู่หรอก เวลาที่เขาจะบิ้วอารมณ์ให้เรารู้สึกตื่นเต้นระทึกขวัญก็ทำได้ดี ในจังหวะที่สู้กับสัตว์ประหลาดนั้นสนุกมาก มันเป็นการสู้แบบเอาตัวรอดของมนุษย์เท่าที่ความสามารถจะมีได้แต่ก็สู้อย่างเต็มที่ สัตว์ประหลาดหลายตัวความสามารถน่ากลัวมาก และที่สำคัญคือมันฆ่าไม่ตาย เราจึงเอาใจช่วยกับตัวละครเป็นอย่างมากทุกครั้งที่สู้กับสัตว์ปะหลาด ฉากการต่อสู้ในเรื่องค่อนข้างทำได้ดี เพลงประกอบในช่วงนี้ก็ถือว่าบิ้วอารมณ์ได้ดี

แต่บทที่ซีรีส์จะเบรคอารมณ์ลงก็ทำมากเกินไป พาเราไปจมอยู่กับบทสนทนาอันยืดยาว แถมยังไปเจอจังหวะดราม่าที่ทำให้อารมณ์เราดำดิ่งซะนาน ทำให้ดูแล้วอารมณ์มันไม่ต่อเนื่อง จนพาลกลายเป็นว่าไม่สนุกไป

ถ้าจะเปรียบเทียบการดูซีรีส์เรื่อง Sweet Home ก็เปรียบเสมือนว่าเราไปเที่ยวสวนสนุกที่เราเล่นรถไฟเหาะตีลังกา แล้วก็ไปเล่นม้าหมุนแบบเด็ก เล่นไวกิ้งแล้วก็ลงมาเล่นรถรางแบบเด็กเล่น เข้าบ้านผีสิงที่น่ากลัวแล้วก็ไปถ่ายรูปในสวยดอกไม้ อารมณ์ความสนุกมันเลยไม่ต่อเนื่องเท่าที่ควรจะเป็น

ซึ่งในที่นี้ขออนุญาตเปรียบเทียบกับซีรีส์ระทึกขวัญของญี่ปุ่น ที่เป็นของ Netflix และเข้าฉายในระยะเวลาไล่เลี่ยกันคือเรื่อง Alice in borderland ซึ่งใน Alice in borderland เขาทำได้ดีกว่ามาก ๆ เขาทำให้เราติดตามได้ในแบบต้องดูแบบม้วนเดียวจบ และอารมณ์มันพุ่งขึ้นราวกับเส้นกราฟ ไม่ติดขัดอะไรเลย

การเล่าเรื่องก็เป็นแบบสลับไปมาจนเกินความพอดี แม้ Sweet Home เป็นซีรีส์ที่สร้างมาจากการ์ตูน แต่พอมาทำเป็นฉบับ live action เขาก็เลยไม่ได้ปูเรื่องราวเอาไว้ให้กับคนดูที่ไม่เคยสัมผัสกับการ์ตูนเรื่องนี้ แต่เขาค่อย ๆ ไปเผยเอากับการบอกเล่าถึงตัวละครไปทีละตัว ซึ่งบางคนอาจจะชอบ แต่เชื่อว่าหลายคนคงไม่ชอบแน่ เพราะมันลดความสนุกลงไปไม่น้อยเลย ยากเกินไป ซึ่งหากจะเปรียบเทียบกับ Alice in Borderland เขาเล่าเรื่องง่ายมาก ทำให้คนดูเข้าใจได้ง่ายมาก ๆ จังหวะและวิธีการเล่าเรื่องเขาทำได้ดีกว่าเยอะ

ตลอดทั้งเรื่องมีหลายจุดที่สับสน ไม่รู้ว่าเขาต้องการจะให้เราไปยังไง โดยเฉพาะในช่วงท้ายที่เขาวางปมปัญหาใหญ่เอาไว้ มันคือปัญหาที่ใหญ่จริง ๆ นะ ใหญ่เกินขนาดที่ว่าไม่รู้ว่าคนที่อยู่ในกรีนด์โฮมจะแก้ปัญหานั้นอย่างไร แม้แต่ตัวพระเอกเอง ตัวผู้นำของกรีนโฮมเอง หรือคนที่มีความสามารถมากกว่าคนอื่นก็แก้ไม่ได้ แต่พอถึงจังหวะเวลาที่ซีรีส์ต้องการจะแก้ปัญหานี้เขาก็สามารถแก้ได้แบบง่าย ๆ และดื้อ ๆ เราจึงรู้สึกว่าตลอดระยะเวลาที่ลุ้นมาละ จะเอาแบบนี้เลยเหรอ หมดกัน

การสร้างความจนมุม การถึงที่สุดของตัวละคร ในการตัดสินใจทำอะไรบางอย่างนั้นก็ทำได้ไม่สุดมากพอ แต่างจังหวะเรามองว่ามันยังแก้ไขได้ยังทำอะไรได้ แต่ซีรีส์ก็ตัดจบหรือตัดปัญหานั้นออกไปดื้อ ๆ เช่นทำให้ตัวละครนั้นตายไปซะเลย ในบางจังหวะที่ตัวละครต้องการจะต่อสู้ มันก็เป็นจังหวะแบบขั้นสุดแล้ว แต่ละคนกลับไม่สู้ซะอย่างนั้น ความประดักประเดิดเหล่านี้ มันแปลกในความรู้สึกมาก ๆ

กล่าวได้ว่า บทจะยากก็โคตรยาก บทจะง่ายก็ง่ายเกินไป ซึ่งในช่วง 2 ตอนสุดท้ายนั้น แม้จะมีความลุ้น เอาใจช่วยและสนุกแต่กับการแก้ปัญหาของเรื่องที่มันง่ายจนเกินไป มันเลยทำให้ซีรีส์กลายเป็นไม่สนุกทันที เสียดายมาก ๆ

ในด้านพฤติกรรมของตัวละครหลายตัวก็แปลกประหลาดจนน่ารำคาญ หลายตัวละครมีบุคลิกที่สุขุมเรียบนิ่งจนเกินไปไม่ต่างกับสากกะเบือหรือแท่งหิน ประมาณว่าแต่ละคนนั้นจะตายกันอยู่แล้วกับพูดออกมานิ่ง ๆ กลับเดินออกมานิ่ง และแสดงสีหน้านิ่ง ๆ ซึ่งอย่าลืมไปว่า Sweet Home เวอร์ชั่นนี้เป็นเวอร์ชั่น live action หาใช่การ์ตูนไม่ จึงไม่จำเป็นต้องสร้างบุคลิกให้ตัวละครเรียบนิ่งแบบนี้ก็ได้ ดูแล้วมันน่าอึดอัดน่ารำคาญใจ เช่น

พยอนซังอุค ชายนักฆ่าที่เต็มไปด้วยความลึกลับ พี่แก่นิ่งแต่อารมณ์รุนแรงทั้งเรื่อง แถมเราก็ไม่รู้ภูมิหลังของแกว่าแกคือใคร

อึนฮยอก นักศึกษาแพทย์ที่พักอยู่ในอพาร์ตเมนต์กรีนโฮม ที่ดูเหมือนว่าจะเป็นผู้นำของกลุ่มแต่คนนี้ กลับนิ่งจนไม่รู้ว่าจะเอายังไงกันแน่ หรือคิดอะไรกันแน่

นักดาบที่ยึดมั่นและศรัทธาใจพระเจ้า นี่ก็หน้าเดียวทั้งเรื่อง

ส่วนตัวละครอื่นก็มีการแสดงแบบ Over acting อารมณ์ชัดเจนเกินไป เช่น แสดงความงกจนเกินไป แสดงความกลัวก็กลัวจนเกินไป แสดงความโลภ หาความพอดีไม่มีเลย

จะมีดีบ้างก็ต้องขอยกให้ ซออีคยอง เจ้าหน้าที่ดับเพลิงสาว อดีตหน่วยรบพิเศษ ที่สีหน้าและบุคลิกยังมีอารมณ์เหมือนมนุษย์ มีของโกรธ มีการตั้งคำถามในการตัดสินใจแบบมนุษย์

และตัวพระเอกเอง ชาฮยอนซู ที่ยังมีหลากหลายอารมณ์ หลากหลายความคิดอยู่บ้าง แต่ก็ยังมีจุดที่น่ารำคาญอยู่บ้านคือความซื่อบื้อบ่อยครั้งของเขา

ในแง่การสร้างผูกพันระหว่างตัวละครกับคนดูนั้นก็ทำออกมาค่อนข้างใช้ได้ แม้ว่าทางซีรีส์จะไม่ค่อยแนะนำภูมิหลังของตัวละครมากเท่าไหร่ แต่พอเราดูไปเรื่อย ๆ แล้วเราก็รู้สึกผูกพันกับตัวละคร เราสงสารตัวละครหลายตัว เราให้กำลังใจตัวละครหลายตัว แม่จะไม่ดีงามมากนัก แต่ก็ถือว่าทำให้เราผูกพันกับซีรีส์เรื่องนี้ได้จนอยากดูต่อในซีซั่น 2

อีกจุดหนึ่งที่เขาค่อนข้างทำออกมาใช้ได้ก็คือ การเก็บรายละเอียด เขาสามารถวางจุด คำพูด สิ่งของ หรือเหตุการณ์เอาไว้ได้ดี แล้วพอถึงจุดหนึ่งที่เขาต้องการนำสิ่งนั้นมาใช้ เขาก็สามารถนำออกมาใช้ได้ในแบบถูกที่ ถูกจังหวะ ไม่เสียของนัก

ในแง่ขออนุภาคของเรื่อง มีหลายจุดคล้ายกับหนังหรือซีรีส์หลายเรื่อง เช่น ตัวสัตว์ประหลาดหรือพฤติกรรมของสัตว์ประหลาดบางตัวคล้ายกับเรื่อง Venom เรื่องราวการต่อสู้เอาตัวรอดก็คล้ายกับ หนังแนวซอมบี้หลายเรื่อง เช่น Train to busan ส่วนพฤติกรรมของตัวละครเมื่ออยู่รวมกันแล้วก็เหมือนกับเรื่อง The Walking Dead เป็นต้น เรียกได้ว่า Sweet Home หยิบยกเอาอนุภาคเหล่านี้มาใช้ในซีรีส์ บางจุดก็ใช้ได้ดีพอสมควร

Sweet Home อาจจะเอามาเปรียบเทียบในเชิงสัญลักษณ์ ก็ได้ อาจหมายถึงถึงสถานการณ์ปัจจุบันของโลกเราที่กำลังเผชิญกับไวรัส covid-19 ก็ได้เช่นกัน คือ ในขณะที่ไวรัสกำลังแพร่ระบาด ผู้คนก็ต้องเก็บตัวอยู่ในบ้าน ออกไปไหนไม่ได้ ดูแลป้องตัวเองรวมถึงคนที่เรารักเท่าที่ทำได้ กักตุนอาหารและแบ่งปันอาหารเอาไว้กินให้หลายวัน เราแทบจะไว้ใจบุคคลแปลกหน้าไม่ได้ว่า ใครบ้างติดเชื้อโรคนี้บ้าง ก็เหมือนกับซีรีส์ที่ไม่สามารถไว้ใจว่าใครติดเชื้อ สัตว์ประหลาดนั่นแหละ

กล่าวโดยสรุป Sweet Home ซีรีส์แนวระทึกขวัญ ว่าด้วยการรวมกลุ่มของพวกคนที่เหลือรอดชีวิตต่อสู้กับสัตว์ประหลาด และเชื้อร้ายที่ทำให้มนุษย์ต้องเปลี่ยนเป็นสัตว์ประหลาด รวมถึงการต่อสู้กับภาวะจิตใจและความไม่มั่นคงของชีวิต แม้จะมีความสนุกและระทึกอยู่บ้าง แต่การเล่าเรื่องที่สับสน การตัดสลับไปมา การวางปมและการคลายปัญหาแบบไม่ถูกที่ไม่ถูกจังหวะ ความ ความประดักประเดิดเหล่านี้ ทำให้ Sweet Home ลดทอนความสนุกไปเยอะเลย ถึงอย่างไรก็ตามผมก็ยังคงรอดูซีซั่น 2 ต่อไป

5.5/10

@วาทิน ศานติ์ สันติ

#SuperReviewChannel

#SweetHome #สวีทโฮม

#NetflixOriginal #ซีรีส์ระทึกขวัญ

#ซีรีส์ดราม่าระทึกขวัญ