การดำรงชีวิตหลังเกษียณ อย่างมีความสุข จะต้องทำร่างกายให้แข็งแรง จิตใจเข้มแข็ง ร่าเริงแจ่มใส ไร้วิตกกังวล พ้นความห่วงใย ใส่ใจตนเอง หยุดเคร่งเครียดในการงาน สืบสานความพอเพียง เลี้ยงชีวิตอย่างเหมาะสม ชื่นชมธรรมชาติ จะทำให้การดำรงชีวิตหลังเกษียณอายุราชการไปแล้วมี ความสุขอย่างมีคุณภาพ ท้ายสุด ชีวิตหลังเกษียณ "อโรคยา ปรมา ลาภาความไม่มีโรค เป็นลาภอย่างยิ่ง"

การดำรงชีวิตหลังเกษียณราชการอย่างมีความสุข

ดร.ถวิล   อรัญเวศ


  ชีวิตหลังเกษียณอายุราชการ เป็นชีวิตสู่ถนนสาย 61 จะว่า
เป็นชีวิตบั่นปลายก็น่าจะไม่ผิด

    เกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นสัจธรรมของมนุษย์ ตลอดมาและตลอดไปโดยที่ไม่อาจจะหลีกเลี่ยงไปได้ ไม่ว่าใครก็ตาม

   มนุษย์เราเป็นสัตว์สังคม จึงไม่สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้โดยลำพัง ต้องอยู่ร่วมกันกับผู้อื่น ตั้งแต่แรกเกิดไปจนตาย

   เมื่อยังเป็นเด็ก พ่อแม่คอยดูแลเอาใจใส่ เลี้ยงดูอย่างทะนุถนอม อบรม
สั่งสอนให้รู้ดีรู้ชั่ว มีกิริยามารยาทเรียบร้อย ให้กระทำในสิ่งที่ดี งาม ละเว้นสิ่งที่ชั่วร้าย ให้มีพฤติกรรมเป็นที่พึงประสงค์ของสังคม เมื่อถึงวัยเรียนท่านก็ส่งให้เรียนในโรงเรียนที่ดี หวังให้ลูกมีชีวิตที่ดี มีความรู้พอที่จะไปประกอบ
สัมมาอาชีพได้ และดำรงตนอยู่ในโลกนี้ได้อย่างมีความสุข

    หน้าที่ของพ่อแม่ที่มีต่อลูก เป็นวงจรชีวิตที่ไม่รู้จบ ทุกคนถือเป็นภาระหน้าที่สำคัญ เมื่อเด็กได้เติบใหญ่เป็นผู้มีการศึกษา หารายได้เลี้ยงชีพได้แล้วก็ถึงเวลาที่ต้องมีคู่ครอง พ่อแม่ที่เลี้ยงดูมาตั้งแต่เกิดยังต้องทำหน้าที่ช่วยเลือกคู่ครองที่เป็นคนดีมาเป็นคู่ชีวิตให้

     เมื่อพ่อแม่เข้าสู่วัยชรา ลูกๆ ยังมีความหวังในการเลี้ยงดูหลานเหลน
ผู้สูงอายุจึงเป็นบุคคลที่เป็นความหวังของลูกหลานตราบใดที่ยังมีชีวิตอยู่

     ไม่มีงานเลี้ยงใดที่จะไม่มีวันเลิกลา เช่นเดียวกับการทำงานรับราชการย่อมมีเกษียณอายุราชการเป็นธรรมดา

สภาพประชากรไทยปัจจุบัน

     ปัจจุบันประเทศไทยเรา กำลังก้าวสู่ การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางประชากรครั้งสำคัญ คือการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ โดยสัดส่วนประชากรในวัยทำงานและวัยเด็กลดลง เนื่องจากอัตราการเกิดของประชากรลดลง ประชากรไทยโดยเฉลี่ยมีอายุยืนยาวขึ้นซึ่งสถานการณ์ของประเทศไทยก็ดำเนินไปเช่นเดียวกับนานาประเทศ กล่าวคือ การดำเนินนโยบายด้านประชากรและ
การวางแผนครอบครัวที่ประสบผลสำเร็จ ตลอดจนความก้าวหน้าในการพัฒนาประเทศทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคม ส่งผลให้คนไทยมีสุขภาพดี มีอายุยืนยาวขึ้น และมีโอกาสได้รับการศึกษาที่สูงขึ้น มีความรู้และทักษะในการป้องกันและดูแลสุขภาพ ตลอดจน การวางแผนครอบครัวที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

การดำรงชีวิตหลังเกษียณอายุราชการอย่างมีความสุข

          วัยผู้สูงอายุ หรือวัยเกษียณ คือ 60 ปีขึ้นไป ในการดำรงชีวิตแบบสงบเรียบง่าย พอเพียง จะทำให้ชีวิตมีคุณค่า เพราะวัยนี้ถือว่าผ่านร้อนผ่านหนาวมาโชกโชนแล้ว

        การดำรงชีวิตอย่างมีคุณค่าของผู้สูงอายุ ย่อมนำมาซึ่งความสุข วิธีง่ายๆ ที่จะช่วยเพิ่มคุณค่าในการดำเนินชีวิตให้มีความสุขในผู้สูงวัยหลังเกษียณอายุราชการไปแล้ว ควรจะเป็น ดังนี้

1. ทำจิตใจให้สงบปล่อยวาง

    โดยอาจใช้เวลาทำสมาธิ สวดมนต์ทำจิตให้สงบ ทำจิตใจให้ร่าเริง แจ่มใส สดใสเบิกบาน ตอนเช้าหลังตื่นนอนและตอนเย็นก่อนนอน มีอารมณ์
รู้จักปล่อยวาง ไม่เป็นคนเจ้าอารมณ์ มี EQ MQ สูงเป็นพิเศษ

2. ออกกำลังกายให้เหมาะกับวัย

    ควรหาเวลาออกกำลังกายบ้าง โดยผู้สูงอายุไม่ควรออกำลังกาย
หักโหมจนเกินไป เพราะอาจทำให้พลาดได้ ไม่ควรวิ่งเร็ว หรือออกกำลังกายรุนแรง เพราะอาจจะทำให้การทำงานของหัวใจเต้นเร็ว หายใจหอบและอาจถึงตายได้ง่าย เพราะฉะนั้น การออกกำลังกาย ก็ทำเบา ๆ เหมาะสมกับวัย จะเดิน จะเหิน จะก้าวไปแต่ละก้าว ให้ระมัดระวังความปลอดภัย โดยเฉพาะ การหกล้ม จะต้องระมัดระวังให้ดี เพราะถ้าหกล้มอาจทำให้เส้นเอ็นพลิกแพลง
ขาดได้ง่าย

3. รับประทานอาหารให้เหมาะกับผู้สูงวัย

    เนื่องจากวัยผู้สูงอายุ บางคนอาจมีข้อจำกัดด้านอาหาร ควรเลือกรับประทานอาหารที่ย่อยง่าย ประเภทเนื้อวัวหรือสัตว์ใหญ่ ควรงดหรือ
รับประทานน้อยลง ลด หรือเว้น เช่น อาหารดิบๆ สุกๆ เพราะระบบการย่อยอาหารของคนสูงอายุอาจจะทำหน้าที่ไม่ปกติ หรือทำหน้าที่ได้ไม่ดี
เหมือนสมัยยังหนุ่มยังสาว คือทำหน้าที่ได้ไม่ดีเหมือนวัยหนุ่มสาว
ควรรับประทานผักผลไม้เพื่อช่วยในการขับถ่าย ไม่ให้ท้องผูก ดื่มน้ำพอประมาณ ควรหลีกเลี่ยงการดื่มน้ำเย็นจัด

4. หาเวลาร่วมกิจกรรมกับผู้สูงวัยด้วยกันเป็นครั้งคราว

    ควรหาเวลาสังสรรค์กับผู้สูงอายุด้วยกัน โดยการทำกิจกรรมร่วมกันไม่ว่าจะพักผ่อนหย่อนใจ เที่ยวงานบุญตามเทศกาล เข้าชมรมผู้สูงอายุด้วยกัน
ร่วมกิจกรรมของชมรมวัยเกษียณหรือ ข้าราชการบำนาญ

5. เข้าวัดปฏิบัติธรรมในวันธรรมสวนะหรือวันพระ

    การไปเข้าวัดปฏิบัติธรรม ถือว่าได้มีโอกาสพบปะกันกับคนสูงอายุด้วยกันและสนทนาธรรมตามกาล พูดคุยแต่เรื่องสนุก สร้างสรรค์ ไม่เคร่งเครียดกับงานมากจนเกินไป เพราะเราได้ผ่านการทำงานมามากแล้ว ควร
หาสิ่งที่เบา ๆ มาสนทนาแม้จะม่คนกล่าวหาเราว่า ชอบของเก่า
เล่าความหลัง
พลั้งปากชมสาวสวย ช่วยศาสนา พูดจาโฮแซว
ทำอะไรแล้วมักลืมว่ายังไม่ได้ทำก็ตาม

6. พักผ่อนให้เพียงพอ

       ผู้สูงอายุควรพักผ่อนให้เพียงพอ นอนหลับสนิท ก่อนนอน
ควรทำสมาธิ ปลดปล่อย หรือปล่อยวาง ทำใจให้สดใส ไม่คิดฟุ้งซ่าน
ทำใจให้สงบก่อนนอนและนอนให้หลับลึก หลับสนิท
ตัดความวิตกกังวลทั้งหลายทั้งปวงให้หมดไป ฯลฯ

สรุป

     การดำรงชีวิตหลังเกษียณ อย่างมีความสุข จะต้องทำร่างกายให้แข็งแรง จิตใจเข้มแข็ง ร่าเริงแจ่มใส ไร้วิตกกังวล พ้นความห่วงใย ใส่ใจตนเอง
หยุดเคร่งเครียดในการงาน สืบสานความพอเพียง เลี้ยงชีวิตอย่างเหมาะสม ชื่นชมธรรมชาติ จะทำให้การดำรงชีวิตหลังเกษียณอายุราชการไปแล้วมี
ความสุขอย่างมีคุณภาพ ท้ายสุด ชีวิตหลังเกษียณ
"อโรคยา  ปรมา ลาภา
ความไม่มีโรค เป็นลาภอย่างยิ่ง"