สรุปการแลกเปลี่ยนเรียนรู้

การส่งเสริมนิสัยรักการอ่านโรงเรียนแกนนำ KM

                       จากผลประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้  เรื่อง   การส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน ของโรงเรียนแกนนำ  KM  โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อพัฒนารูปแบบการจัดการความรู้ด้วยกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้    ตามโครงการวิจัยเรื่อง      การวิจัยและพัฒนานวัตกรรมการเพิ่มประสิทธิภาพให้กับองค์กรทางการศึกษาด้วยการจัดการเรียนรู้   ของสำนักงานโครงการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมการเพิ่มประสิทธิภาพขององค์กรทางการศึกษาด้วยการจัดการความรู้  สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา  ซึ่งผู้เข้าร่วมประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้  ประกอบด้วยผู้บริหารสถานศึกษาและบุคลากรแกนนำนักจัดการความรู้ ของโรงเรียนแกนนำ KM  4  โรงเรียน  สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาฉหะเชิงเทรา เขต 1   ได้แก่    1)  โรงเรียนบางปะกง     บวรวิทยายน   2)   โรงเรียนอนุบาลวัดปิตุลาธิราชรังสฤษฎิ์   3)  โรงเรียนวัดเกตุสโมสร      และ 4)  โรงเรียนวัดราษฎร์ศรัทธาธรรม   โดยได้กำหนดประเด็นประกอบด้วย  1) การกำหนดแผนการจัดกิจกรรมส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน    2)  แนวทางการดำเนินงานส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน  3)  การจัดกิจกรรมส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน  และ 4)  การบริหารจัดการส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน   ซึ่งจะเป็นแนวทางสำหรับโรงเรียนแกนนำ KM   เพื่อเป็นการแก้ปัญหาจากการประเมินผลคุณภาพภายนอกของสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.)  ในภาพรวมระดับประเทศ  ที่พบว่า  ความสามารถของผู้เรียนในด้านการแสวงหาความรู้อยู่ในระดับที่ต้องปรับปรุง  และเป็นการวางแนวทางปลูกฝังให้ผู้เรียนได้มีการอ่านหนังสือจนเกิดเป็นนิสัย  ซึ่งจำเป็นต้องมีการปลูกฝังและชักชวนให้เกิดความสนใจการอ่านอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ  เพื่อให้ผู้เรียนในโรงเรียนแกนนำ KM   มีคุณลักษณะ  นักเรียนที่มีนิสัยรักการอ่าน   ที่กำหนดว่า  จะต้องเป็นผู้สนใจที่จะอ่าน     ใฝ่รู้ใฝ่เรียน  อ่านทุกที่  อ่านทุกเรื่อง  อ่านทุกเวลาที่ว่างจนเป็นกิจวัตรประจำวัน  มีความสุขใน    การอ่าน  และใช้การอ่านเป็นประโยชน์ในการเรียนรู้             จากผลการแลกเปลี่ยนเรียนรู้  พบว่า           โรงเรียนมีนโยบายการส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน           โดยกำหนดแผน    การส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน  ด้วยการมีส่วนร่วมของคณะครู  ผู้ปกครองนักเรียน  มีการสำรวจปัญหา ความต้องการ  กำหนดเป็นแผนงาน  โครงการ    กิจกรรมการปฏิบัติ  และแนวทาง           การติดตาม  ประเมินผลอย่างเป็นรูปธรรม  สำหรับแนวทางการดำเนินงาน มีการคัดกรองเด็ก  กำหนดกิจกรรมอย่างเหมาะสม  เป็นรายวัน  รายสัปดาห์  รายเดือน  รายภาคเรียน  และรายปี  มีการบูรณาการทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ทั้งในห้องเรียน    นอกห้องเรียน  นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมสนับสนุนของห้องสมุด  แหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ  มีการเสริมแรง  มอบเกียรติบัตร  รางวัล               ตัวอย่างกิจกรรมส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน  เช่น  กิจกรรมโฮมรูม  กิจกรรมศึกษาค้นคว้าจากแหล่งเรียนรู้ในและนอกห้องเรียน  บูรณาการในกลุ่มสาระต่างๆ  ทำ MIND MAP สรุปความ  กิจกรรมกลุ่มสนใจ  บูรณาการกับแหล่งเรียนรู้  เช่นป่าชายเลน เป็นต้น  กิจกรรมเข้าค่ายแยกเด็กด้านการอ่าน  กิจกรรมวางทุกงานอ่านทุกคน  กิจกรรมห้องสมุดตามวันสำคัญ กิจกรรมคัดเลือกยอดนักอ่านยอดนักเขียน  กิจกรรมสัปดาห์ส่งเสริมการอ่าน  กิจกรรมนักอ่านยอดเยี่ยม  กิจกรรมภาษาไทย  ภาษาอังกฤษวันละคำ  กิจกรรมป้ายนิเทศความรู้ตามวันสำคัญ  กิจกรรมฐานความรู้  กิจกรรม WALK  RALLY  กิจกรรมครอบครัวรักการอ่าน  กิจกรรมค่ายรักการอ่าน  กิจกรรมตลาดนัดนักอ่าน  กิจกรรมเล่าเรื่องสรุปการอ่าน  กิจกรรมหนังสือดีในดวงใจ  เป็นต้น         สำหรับการดำเนินงานให้บรรลุวัตถุประสงค์ของการส่งเสริมนิสัยรัก     การอ่านของโรงเรียนแกนนำ KM   ทั้ง 4 โรงเรียน  พบว่า  มีการดำเนินงานโดยยึดหลักการมีส่วนร่วมของผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย  มุ่งเน้นการฝึกปฏิบัติจริงอย่างสม่ำเสมอ  มีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และเรียนรู้ร่วมกัน  มีระบบการนิเทศ ติดตาม  กำกับ  อย่างสม่ำเสมอ  ต่อเนื่อง  ด้วยการกระตุ้น  เสริมแรง  ให้การยอมรับ  และยกย่องซึ่งกันและกัน

           จากสรุปผลการประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้การส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน ของโรงเรียนแกนนำ  KM    สรุปเป็นกรอบการพัฒนาการส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน  ดังนี้

1)       รู้เด็กเป็นรายบุคคลตามองค์ประกอบการอ่าน  ได้แก่ 

·       ระดับสติปัญญา 

·       วุฒิภาวะและความพร้อม

2)       การเลือกวิธีการอ่านอย่างเหมาะสม

3)       การจัดกิจกรรมส่งเสริมนิสัยรักการอ่านอย่างสม่ำเสมอ  เป็นรายวัน  รายสัปดาห์  รายเดือน  รายภาคเรียน  และรายปี 

4)       จัดบูรณาการการอ่านตามกลุ่มสาระการเรียนรู้

5)       การส่งเสริมพ่อแม่ ผู้ปกครอง สนับสนุนนักเรียนมีนิสัยรักการอ่าน ************************