GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

นายดี

ประโยชน์ของขมิ้น
การรับประทานแกงกะหรี่อาจช่วยชะลอการเสื่อมอายุของสมองได้

เพราะพบว่าคนชราชาวเอเชียยิ่งรับประทานแกงกะหรี่ ยิ่งทำแบบทดสอบเรื่องความจำได้ดีขึ้น นั่นก็เพราะสารใน "ขมิ้น" นอกจากนี้ยังมีอีกงานวิจัยพบช่วยลดอาการข้อเสบได้อีกด้วย

วารสารระบาดวิทยาอเมริกัน (American Journal of Epidemiology) ฉบับวันที่ 1 พ.ย.ลงพิมพ์ผลการศึกษาของคณะนักวิจัยที่มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ (University of Singapore) เปรียบเทียบคะแนนแบบทดสอบภาวะจิตใจคนชราเอเชียที่ไม่มีปัญหาจิตเสื่อม 1,010 คน อายุ 60-93 ปี

การสำรวจพบว่า ส่วนใหญ่รับประทานแกงกะหรี่เป็นบางครั้ง (ทุก 6 เดือน) ร้อยละ 43 รับประทานบ่อยถึงบ่อยมาก (ทุกเดือนถึงทุกวัน) และร้อยละ 16 ไม่เคยหรือแทบไม่รับประทานแกงกะหรี่เลย ปรากฏว่า 2 กลุ่มแรกทำคะแนนได้ดีกว่ากลุ่มสุดท้าย

ในแกงกะหรี่ประกอบด้วยขมิ้นที่มีสารเคอร์คูมิน (Curcumin) สารตัวนี้มีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระและต้านการอักเสบ วงการแพทย์ทราบกันดีว่า การรับประทานยาต้านการอักเสบเป็นเวลานานช่วยลดความเสี่ยงเป็นอัลไซเมอร์ได้ แต่ยาประเภทนี้มีผลข้างเคียงต่อกระเพาะอาหาร ตับและไต จึงไม่แนะนำให้คนชรารับประทานมากเกินไป

ขณะที่สารต้านอนุมูลอิสระ เช่น วิตามินอี แม้ช่วยปกป้องเซลล์ประสาทในห้องทดลองแต่ให้ผลจำกัดในการชะลอการจำเสื่อม ดังนั้น สารเคอร์คูมินในแกงกะหรี่จึงน่าจะเป็นตัวเลือกที่ดี นอกจากนี้ ยังพบว่าชาวอินเดียซึ่งนิยมทานแกงกะหรี่ คนชรามีอัตราเป็นอัลไซเมอร์น้อยกว่าคนชราในสหรัฐถึง 4 เท่า

งานวิจัยอีกชิ้นโดยทีมจากมหาวิทยาลัยแอริโซนา (University of Arizona) ที่ศึกษาเรื่องข้ออักเสบก็ได้ค้นหาคุณประโยชน์ของขมิ้นในแกงกระหรี่ โดยพบว่าสารเคอร์คูมินนั้นสามารถเป็นยาบำบัดโรคได้เป็นอย่างดี
"ขมิ้น" หนึ่งในอีกหลายๆ เครื่องเทศที่มีสรรพคุณทางยา
เมื่อสกัดสารคูเคอร์มินจากต้นขมิ้นสด และนำไปทดลองกับหนูที่มีแนวโน้มเป็นโรคเกี่ยวกับข้อ ปรากฎว่าหนูสร้างปฏิกิริยาในร่างกายต่อต้านอาการขึ้น

การวิจัยดังกล่าวทำให้สารในขมิ้นได้รับความสนใจเพิ่มมากขึ้น ทว่าการรับประทานเครื่องเทศเข้าไปมากๆ ย่อมไม่ใช่วิธีการที่ดีแน่ เพราะจะส่งผลต่อกระเพาะอาหาร โดยจะต้องพัฒนาหาวิธีนำขมิ้นมาใช้เป็นยาให้ได้ต่อไป

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

คำสำคัญ (keywords): เกร็ดความรู้
หมายเลขบันทึก: 68739
เขียน:
แก้ไข:
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (0)