นิติเศรษฐศาสตร์กับการสร้างความมีส่วนร่วมทางสังคม : Legal economics and social participation ตอนที่ 1

Authors : วัชราภรณ์ มณีนุช[1]*, มาโนช นามเดช[2]

Watcharapron Maneenuch[3]*, Manoch Namdech[4]

16 สิงหาคม 2563

บทนำ

  หลายทศวรรษที่เปลี่ยนผ่าน โลกได้เผชิญกับสภาวการณ์วิกฤติที่เกิดจากโรคอุบัติใหม่มากมายซึ่งหลายครั้งได้ถูกจารึกเป็นประวัติศาสตร์ของโลกจนกระทั่งในปัจจุบันโลกได้บันทึกประวัติศาสตร์โรคอุบัติใหม่ขึ้นอีกครั้ง เมื่อได้เผชิญกับโรคอุบัติใหม่ซึ่งเริ่มเกิดการระบาดในเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีนในเดือนธันวาคมปี 2019 เป็นโรคติดต่อซึ่งเกิดจากไวรัสโคโรนาชนิดที่มีการค้นพบล่าสุดหรือที่รู้จักกันทั่วไปในชื่อ COVID-19[5]ซึ่งส่งผลให้เกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ นับตั้งแต่เกิดภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ในช่วงทศวรรษที่ 1930 จากรายงานการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา (United Nations Conference on Trade and Development) (UNCTAD) องค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ (OECD) คาดการณ์ว่าจนถึงสิ้นปี GDP ทั่วโลกจะต่ำลง 7.6% โดย OECD และ UNCTAD คาดการณ์ว่าในปี 2020 กระแสการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ทั่วโลกจะลดลงมากถึง 40%[6]

          The World Bank Group รายงานสถานการณ์เศรษฐกิจในประเทศไทย โดยคาดว่าจะหดตัวร้อยละ 5ในปี 2563 นับเป็นหนึ่งในประเทศที่เศรษฐกิจหดตัวมากที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก[7] หลายธุรกิจได้รับผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อม บางธุรกิจต้องลดพนักงาน เลิกจ้าง หรือต้องปิดตัวเองลงในภาคส่วนของการศึกษาได้รับผลกระทบมีการปิดเรียน หรือมีการนำเทคโนโลยีต่างๆ มาใช้ในการศึกษา ประชาชนขาดรายได้ ขาดปัจจัยที่จะนำมาสนับสนุนอุปกรณ์เพื่อรองรับเทคโนโลยีในการศึกษา[8] เกือบทุกครอบครัวต้องลดการบริโภคลงกระทบถึงผู้ค้าขนาดใหญ่และผู้ค้าปลีก ประชาชนงดการเดินทางส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศที่ตกต่ำ ซ้ำเติมสภาวะทางเศรษฐกิจให้ถดถอย สะท้อนว่า ความเป็นจริงสิ่งที่ถูกมองข้ามไป คือ ทุกภาคส่วนของสังคมเป็นห่วงโซ่สำคัญของประเทศและทุกฝ่ายมีส่วนได้เสียร่วมกัน ท่ามกลางกระแสวิกฤติการณ์ของประเทศรัฐบาลไทยได้จัดทำโครงการมากมายเพื่อลดผลกระทบจาก COVID-19 ให้กับประชาชน โดยที่การแจกจ่ายสวัสดิการของภาครัฐซึ่งถือเป็นหนึ่งในความท้าทายระดับโลกของทุกประเทศ[9] ซึ่งพบว่ายังมีการสำรวจกลุ่มเป้าหมายที่ไม่ครอบคลุมและผู้ยื่นขอรับสิทธิ์มิใช่กลุ่มเป้าหมายทำให้ต้องเรียกเงินคืนเกิดขึ้น[10] ดังเช่นโครงการในอดีตที่ผ่านมา[11]ในอีกด้านหนึ่งของสังคมไทยการเกิดปรากฏการณ์โรคอุบัติใหม่ครั้งสำคัญนี้ ได้แสดงให้เห็นถึง “ทุนทางสังคม” (Social Capital) ในประเทศไทยซึ่งมิได้เลือนหายไปตามกระแสไหลบ่าของโลกาภิวัฒน์ด้วยปรากฏการรวมกลุ่มของจิตอาสาต่างๆ ขึ้นมากมาย ยืนยันคำกล่าวว่า “คนไทยไม่ทิ้งกัน”เป็นที่ประจักษ์ว่า ทุนทางสังคมเป็นอีกหนึ่งต้นทุนสำคัญระดับประเทศที่สามารถนำพาประเทศก้าวข้ามผ่านทุกอุปสรรค ในช่วงสถานการณ์ไม่ปกติพบว่า มีการรับบริจาคทางสื่อออนไลน์เกิดขึ้นมากมาย โดยไม่มีการควบคุมก่อให้เกิดการฉ้อโกงขึ้น เหตุการณ์นี้ย่อมส่งผลกระทบต่อความไว้เนื้อเชื่อใจในระยะยาวและบ่อนทำลาย “ทุนทางสังคม” (Social Capital) การดำเนินการแก้ไขปัญหาดำเนินการโดยการวางนโยบายจากส่วนกลาง[12]ปราศจากการรับฟังประชาชนในพื้นที่ บทเรียนที่สำคัญจากปรากฏการณ์ครั้งนี้ คือ รัฐจะต้องดำเนินการอย่างไรจึงจะสามารถใช้ประโยชน์จากทุนทางสังคมได้อย่างเต็มศักยภาพและเกิดประสิทธิภาพสูงสุด ดังเช่น กลุ่มประเทศนอร์ดิก (Nordic countries) ซึ่งเป็นกลุ่มประเทศที่พัฒนาในระดับโลกเกือบทุกด้านโดยอาศัย “ทุนทางสังคม” ภายใต้ประวัติศาสตร์ที่ยาวนานด้านความแข็งแกร่งของวัฒนธรรมและลักษณะของสังคมของพลเมือง[13] การปล่อยให้สังคมปราศจากทุนทางสังคมอาจก่อให้เกิดโศกนาฏกรรม ดังเช่น สงครามกลางเมืองที่เกิดในประเทศสเปนเนื่องจากการที่สังคมสูญเสียทุนทางสังคม (Rafael Vázquez García, 2014) ด้วยเหตุขัดแย้งทางการเมือง การปกครองด้วยระบอบเผด็จการที่ปราศจากการมีส่วนร่วมของประชาชน รวมถึงการทุจริตเลือกตั้ง [14] และที่ประเทศเลบานอนซึ่งเกิดระเบิดทำลายล้างท่าเรือกรุงเบรุต ด้วยความโกรธแค้นของประชาชนต่อรัฐบาลที่ไร้ประสิทธิภาพและเสถียรภาพ รวมถึงต่อบรรดานักการเมืองอภิสิทธิชน[15]ซึ่งเป็นที่น่าสังเกตว่า สงครามกลางเมืองที่เกิดขึ้นนับแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน จะเกิดขึ้นด้วย 3 สาเหตุใหญ่ คือ ด้านศาสนา ด้านเชื้อชาติ และการเมืองการปกครอง สะท้อนให้เห็นได้ว่า การปราศจาก “ทุนทางสังคม” (Social Capital) เป็นภัยร้ายแรงแก่ประเทศเพียงใด

          นิติเศรษฐศาสตร์เป็นศาสตร์แขนงหนึ่งซึ่งมักถูกกล่าวถึงในลักษณะสหวิทยาการในการศึกษาปรากฏการณ์ทางเศรษฐกิจและสังคมได้อย่างรอบด้านและเป็นระบบ อันดับแรกจึงต้องทำความเข้าใจความเป็นมาและความสำคัญของหลักนิติเศรษฐศาสตร์ในมิติต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการสร้างความมีส่วนร่วมทางสังคมด้วยปัจจัยด้าน “ทุนทางสังคม” ซึ่งสามารถอธิบายเป็นลำดับได้ ดังนี้

1. ความเป็นมาของหลักนิติเศรษฐศาสตร์

“หลักนิติเศรษฐศาสตร์” เป็นหลักการที่ว่าด้วย กฎหมายและเศรษฐศาสตร์ในคริสต์ศตวรรษที่ 18 ซีซาร์เบคคาเรีย (Cesare Beccaria)ได้เผยแพร่บทความเกี่ยวกับ “อาชญากรรมและการลงโทษ” (An Essay on Crimes and Punishments)[16]โดยเห็นว่า กฎหมายควรมุ่งเน้นลงโทษผู้ตั้งใจกระทำความผิดเป็นหลัก[17] ต่อมา ปี ค.ศ.1960 Ronald H. Coase ได้แต่งหนังสือ “ปัญหาต้นทุนทางสังคม(The Problem of Social Cost)” ก่อให้เกิดสิ่งที่เรียกว่า “กฎหมายและเศรษฐศาสตร์”[18] ซึ่งแตกต่างจากแนวคิดทางนิติศาสตร์ที่มุ่งหาผู้กระทำผิดและเยียวยาผู้เสียหาย แนวคิดดังกล่าวกลับมุ่งไปที่แนวทางการแก้ปัญหาโดยคำนึงถึงการค้นหาแนวทางในการป้องกันและแก้ไขปัญหาโดยเลือกแนวทางที่จะใช้ต้นทุนต่ำและเกิดประสิทธิภาพต่อสังคมมากที่สุดหลักนิติเศรษฐศาสตร์เห็นว่า วิธีการแบบดั้งเดิมจะบดบังธรรมชาติของทางเลือกแนวคิดเดิมคือ เมื่อ A ทำร้าย B คำถามแรกคือจะยับยั้ง A ได้อย่างไร?แต่ทว่า สิ่งเหล่านี้เป็นการเผชิญกับปัญหาของธรรมชาติซึ่งกันและกันดังกล่าวจึงต้องตั้งคำถามต่อมาว่า B ควรดำเนินการอย่างไรกับอันตรายที่เกิดขึ้นและในการตัดสินใจครั้งนี้ก็คือ A ควรที่จะได้รับอนุญาตทำอันตรายต่อ B หรือ B ควรได้รับอนุญาตให้เป็นอันตรายต่อ A?[19] เช่น คดีที่เกิดขึ้นจริงในประเทศอังกฤษ รถไฟในประเทศอังกฤษปราศจากความรับผิดในความเสียหายที่เกิดจากประกายไฟของเครื่องยนต์โดยการค้นหาคำตอบด้วยนิติเศรษฐศาสตร์ในการคำนวณถึงมูลค่าของการรถไฟกับมูลค่าพืชผลทางการเกษตร และมองว่าความเสียหายดังกล่าวผู้เสียหายสามารถป้องกันได้โดยการกำหนดแนวเขตของการประกอบพืชผลทางการเกษตรให้มีระยะห่างจากทางรถไฟ วิธีนี้มีมูลค่าต้นทุนทางธุรกรรมที่ต่ำกว่าการกำหนดให้รถไฟต้องชดเชยค่าเสียหายหรือยกเลิกการเดินรถไฟในเส้นทางดังกล่าว เป็นการคิดวิเคราะห์บนหลักการสองด้านเพื่อค้นหาแนวทางที่ดีที่สุดและคุ้มค่าที่สุดให้สังคม[20] ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดการเผยแพร่หลักนิติเศรษฐศาสตร์ คือ การสัมมนาหลักสูตรกฎหมายสำหรับนักเศรษฐศาสตร์และหลักสูตรเศรษฐศาสตร์สำหรับนักกฎหมาย[21] และการก่อตั้งสาขากฎหมายและเศรษฐศาสตร์ ซึ่งเป็นสาขาวิชาการทางกฎหมายที่สำคัญและมีอิทธิพลมากที่สุดในศตวรรษที่ 20[22]

2. หลักทฤษฎีทางนิติเศรษฐศาสตร์    

ทฤษฎีทางเศรษฐศาสตร์มักเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมของมนุษย์ ปี ค.ศ. 1900 ได้มีการบัญญัติทฤษฎีเศรษฐศาสตร์นีโอคลาสสิก (Neoclassical Economics) ซึ่งเป็นรากฐานของเศรษฐศาสตร์ในยุคปัจจุบันนักเศรษฐศาสตร์นีโอคลาสสิกเชื่อว่าความพึงพอใจส่วนบุคคล คือสิ่งแรกที่ผู้บริโภคตัดสินใจพวกเขาจะตัดสินใจซื้อโดยพิจารณาจากประโยชน์ใช้สอยของผลิตภัณฑ์หรือบริการ[23] กระบวนการตัดสินใจของบุคคลย่อมอยู่บนพื้นฐานของการตัดสินใจเลือกที่จะทำให้ได้รับประโยชน์หรืออรรถประโยชน์ในระดับที่เหมาะสมที่สุดสำหรับแต่ละบุคคล[24] จนกระทั่งได้มีการพัฒนาแนวคิดเกิดเป็นทฤษฎีทางเศรษฐศาสตร์มากมาย[25] โดยมีทฤษฎีทางเศรษฐศาสตร์และทฤษฎีทางนิติศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับทุนทางสังคม ดังนี้

2.1) ทฤษฎีการจัดการทรัพยากร (Common Pool) โดยเอลินอร์ ออสตรอม ElinorOstrom ศาสตราจารย์ด้านเศรษฐศาสตร์การเมืองอเมริกัน ทำการวิเคราะห์การกำกับดูแลเศรษฐกิจในระบบคอมมอนส์ขึ้น ในปี ค.ศ.2009 งานวิจัยดังกล่าวนี้ แสดงให้เห็นว่ากลุ่มชุมชนต่างๆทำงานร่วมกันเพื่อจัดการทรัพยากรทั่วไปผ่านสิทธิในทรัพย์สินร่วมกัน ท้าทายความเชื่อเดิมโดยแสดงให้เห็นว่าทรัพย์สินในท้องถิ่นสามารถจัดการได้อย่างประสบความสำเร็จโดยชุมชนท้องถิ่นโดยไม่จำเป็นต้องมีการควบคุมใด ๆ จากหน่วยงานส่วนกลาง[26] อีกทั้งบุคคลภายนอกและหน่วยงานของรัฐไม่เข้าใจสภาพหรือบรรทัดฐานในท้องถิ่นและขาดความสัมพันธ์กับชุมชน[27]

2.2) ทฤษฎีเศรษฐศาสตร์พฤติกรรม (Behavioral Economics) โดย แดเนียลคาฮ์นะมัน (Daniel Kahneman) นักจิตวิทยาชาวอิสราเอล-อเมริกัน[28] จากการได้รับข้อมูลเชิงลึกแบบบูรณาการจากการวิจัยทางจิตวิทยา ในปี ค.ศ. 2002 ผนวกเข้ากับวิทยาศาสตร์และเศรษฐศาสตร์ ได้เสนอทฤษฎีการตัดสินใจภายใต้ความไม่แน่นอนของมนุษย์การวิจัยของเขาแสดงให้เห็นว่าผู้คนไม่ได้ทำเพื่อประโยชน์ส่วนตนอย่างมีเหตุผลเสมอไปเนื่องจากทฤษฎีเศรษฐศาสตร์ว่าด้วยการเพิ่มประโยชน์สูงสุดของอรรถประโยชน์ที่คาดไว้จะทำนายได้[29]

2.3) ทฤษฎีทางเลือกสาธารณะ (Public Choice Theory) โดยเจมส์เอ็ม. บูคานันจูเนียร์ (James M. Buchanan Jr.) ได้วิเคราะห์การพัฒนาตามสัญญาและรัฐธรรมนูญสำหรับทฤษฎีการตัดสินใจทางเศรษฐกิจและการเมือง ในปี ค.ศ. 1986 และนำเสนอทฤษฎีการเลือกสาธารณะว่านักการเมืองและข้าราชการมักจะกระทำเพื่อผลประโยชน์ของตนเองเช่นเดียวกับเอกชน ตรงข้ามกับความเชื่อเดิมที่เชื่อว่าเจ้าหน้าที่รัฐทำหน้าที่เพื่อประโยชน์สูงสุดสาธารณชน[30]อธิบายกระบวนการทางการเมืองธรรมชาติของมนุษย์ตลาดเสรี และสิ่งจูงใจที่กระตุ้นผู้มีบทบาททางการเมืองในการตัดสินใจไปสู่ผลลัพธ์ที่พึงปรารถนา[31]

2.4) ทฤษฎีนิติศาสตร์เชิงสังคมวิทยาโดยรอสโค พาวนด์ (Roscoe Pound)[32] ได้อธิบายแนวทางในการทำความเข้าใจกฎหมาย เน้นถึงผลกระทบทางสังคมที่แท้จริงของกฎหมายภายในสังคมและอิทธิพลของปรากฏการณ์ทางสังคมที่สำคัญและขั้นตอนของกฎหมาย[33]โดยมองว่า กฎหมายเป็นผลิตผลของสังคมเป็นเครื่องมืออย่างหนึ่งในการควบคุมพฤติกรรมของสังคมหรือวิศวกรรมสังคมหรือเป็นทฤษฎีที่ใช้ในการจัดระเบียบสังคม

2.5) ทฤษฎีการปกครองระบอบประชาธิปไตย พื้นฐานของรัฐประชาธิปไตยคือเสรีภาพ และการมีส่วนร่วมของประชาชน รัฐบาลที่ถูกต้องตามกฎหมายต้องเป็นรัฐบาลที่ได้รับความยินยอมจากผู้ใต้ปกครอง[34]มองเตสกิเออร์ (Charles de Montesqieu) ได้เขียนไว้ใน “จิตวิญญาณของกฎหมาย (Spirit of Laws)” โดยเขาเชื่อว่า การอยู่รอดของประชาธิปไตยที่เข้มแข็งขึ้นอยู่กับจิตวิญญาณแห่งคุณธรรมในหมู่ประชาชน[35]ปัจจัยที่สนับสนุนการมีส่วนร่วมของประชาชนประการหนึ่ง คือ ความเป็นอิสระของชุมชนเนื่องจากการมีส่วนร่วมของประชาชนในการแก้ไขปัญหาไม่อาจเป็นไปได้หากไม่มีความพร้อมในการสนับสนุนการริเริ่มที่เป็นอิสระโดยประชาชน[36]

ซักซ้อมเพื่อกัน “ความสับสน”

ความเข้าใจเรื่อง “ทุนทางสังคม” (Social Capital) กับคำว่า “ต้นทุนทางสังคม” (Social Cost)

คำศัพท์ทั้งสองใกล้เคียงกันมากอาจสับสนปนเปกัน เพราะสองคำนี้ มีความหมายไม่เหมือนกัน “ทุนทางสังคม” นั้น ให้นึกถึงคำว่า

“ปัจจัยการผลิตในสินค้าและบริการทางเศรษฐศาสตร์” (Factors of Production) ที่ประกอบด้วย (1) ที่ดิน (Land) (2) แรงงาน (Labor) (3) ทุน (Capital) และ (4) ผู้ประกอบการ (Entrepreneurship) โดยเฉพาะในส่วนของทุนสังคม (social capital) ซึ่งเป็นทุนที่ไม่ได้ถูกนำมาใช้ในการผลิตโดยตรง แต่เป็นตัวช่วยเสริมให้การใช้ทุนอย่างอื่น คือ ทุนถาวร (fixed capital)และทุนดำเนินงาน (working capital) เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เช่นสวนสาธารณะ โรงเรียน โรงพยาบาล สนามกีฬา สระว่ายน้ำ ฯลฯ เหล่านี้ ล้วนเป็นทุนของประเทศโดยส่วนรวมมีส่วนช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตโดยอ้อม คือ ช่วยให้ความรู้การรักษาสุขภาพอนามัยการพัฒนาในเรื่องของคุณภาพชีวิตของบุคคลที่อยู่ในสังคม

ในที่นี้ ทุนทางสังคม” เป็นเรื่องของ “ความแข็งแรงหรือความพร้อมของสังคมแต่ละระดับ” ยกตัวอย่างคำอธิบายอย่างง่าย เช่น วิกฤตทางเศรษฐกิจ “ต้มยำกุ้ง” ในปี 2540 ทำให้ธุรกิจและสถาบันการเงินล้มเกือบหมด ธุรกิจขนาดกลางขึ้นไปมีหนี้มีสินล้น แต่ “สังคมในชนบทไม่เดือดร้อน พอจะอยู่จะกินได้เพราะมีทุนในทางสังคม” และสังคมที่มีความห่วงใย ความเอื้ออาทร ความผูกพัน ความเป็นห่วง ความมีน้ำใจต่อคนอื่นๆ จะมีทุนทางสังคมสูงกว่าสังคมที่ขาดสิ่งเหล่านี้ เป็นต้น

Putnum (2000) สรุปคำว่า “ทุนทางสังคม” (Social Capital) ที่ถือเป็นปัจจัยการผลิตประเภทหนึ่ง ก็คือ เป็น “ทุน” ในลักษณะใหม่ที่ไม่ใช่เพียงทุนทางเศรษฐกิจที่มุ่งหวังในการทำกำไรหรือแสวงหาผลประโยชน์สูงสุดของตัวเอง แต่ทุนทางสังคมมีลักษณะเป็นผลประโยชน์หรือต้นทุนส่วนรวมที่มาจากการช่วยเหลือและความร่วมมือกันระหว่างบุคคลและระหว่างกลุ่มต่างๆในสังคม ทุนทางสังคม เป็นรูปแบบของการจัดองค์การที่ประกอบไปด้วยความเชื่อใจ (trust) บรรทัดฐาน (norm) และเครือข่าย (network) ที่จะเพิ่มประสิทธิภาพให้กับสังคมในการทำกิจกรรมต่างๆ ร่วมกัน

ด้านการบริหารงานบุคคลเรียก “มนุษย์หรือบุคคล” (Personnel) ว่าเป็น “ทุนมนุษย์” หรือ “ทรัพยากรมนุษย์” (Human Resource) เป็น “ความสามารถของคน” (Human Competence) ที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มของทุนปัญญา (Intellectual Capital Value) ได้ ซึ่งก็คือ “Human Capital” (ทุนมนุษย์) เป็น “ทุนทางสังคมถือเป็นปัจจัยหนึ่งที่จะช่วยให้บรรลุเป้าหมายของการพัฒนาประเทศ”

แต่คำว่า “ต้นทุนทางสังคม” (Social Cost) เป็นค่าใช้จ่ายที่ต้องยอมสูญเสียเพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่ต้องการ เช่น ต้นทุนค่าเช่า ค่าจ้าง ดอกเบี้ย และอื่นๆ ในการบริหารจัดการ เป็นต้น เช่น ค่าใช้จ่าย ค่างบประมาณที่ต้องสิ้นเปลืองไปในเรื่องต่างๆ เช่น การจะจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ หรือการแก้ไขรัฐธรรมนูญสิ้นเปลืองงบประมาณ หรือ การดองการเลือกตั้งท้องถิ่นนานๆ ก็ไม่ต้องไปเสียค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้ง เป็นต้น ค่าใช้จ่ายที่กล่าวข้างต้นเป็น “ต้นทุนทางสังคม” (Cost) เท่านั้น เพราะ เป็นต้นทุน (cost) ที่ต้องยอมสูญเสียเพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่ต้องการ เช่น ต้นทุนค่าเช่า ค่าจ้าง ดอกเบี้ย และอื่นๆ ในการบริหารจัดการ เป็นต้น จึงมิใช่ “ทุนทางสังคม” (Capital) แต่อย่างใด จึงมิใช่ “ทุนทางสังคม” (Capital) แต่อย่างใด

(มีต่อตอนที่ 2)

[1]นางสาววัชราภรณ์  มณีนุช. นักศึกษาปริญญาเอก มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช : นิติกรปฏิบัติการ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น .  

[2]มาโนช นามเดช. ตุลาการศาลปกครองกลาง.   

[3]Watcharapron Maneenuch. PhD students Sukhothai Thammathirat Open University: Legal Officer Department of Local Administration.

[4]Manoch Namdech. Administrative Court Judge Central administrative court.

[5]World Health Organization (WHO). (2019). Coronavirus disease (COVID-19) questions and answers. Retrieved from https://www.who.int/thailand/emergencies/novel-coronavirus-2019/q-a-on-covid-19.

[6]Joint Summary on G20 Trade and Investment Measures.(29 June 2020). REPORTS ON G20 TRADE AND INVESTMENT MEASURES1 (MID-OCTOBER 2019 TO MID-MAY 2020). Retrieved from https://unctad.org/en/pages/publications/G-20-Trade-and-Investment-Measures-(Series).aspx

[7]The World Bank Group.(30 มิถุนายน 2563). รายงานตามติดเศรษฐกิจไทย มิถุนายน 2563: ประเทศไทยท่ามกลางวิกฤตโควิด-19.สืบค้นจาก https://www.worldbank.org/th/country/thailand/publication/thailand-economic-monitor-june-2020-thailand-in-the-time-of-covid-19

[8]กรุงเทพธุรกิจ. (15 สิงหาคม 2563). กระหึ่ม! ผู้ปกครองวุ่น เด็กไม่มีทีวี-ไม่มีอินเตอร์เน็ตเรียนออนไลน์. สืบค้นจาก https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/880985

[9]Thomas Obst. (2013). Income inequality and the welfare state – How redistributive is the public

sector?. Retrieved from  https://www.researchgate.net/publication/281490875.

[10]PPTV36. เรียกคืนเงินเยียวยา.(9 มิถุนายน 2563). สืบค้นจาก https://www.pptvhd36.com.

[11]กรุงเทพธุรกิจ. (13 สิงหาคม 2563). “เราไม่ทิ้งกัน” ล่าสุด ย้ำตรวจสิทธิ 7 หมื่นราย! ตกหล่น 'เยียวยา' ผ่านเมนูใหม่.สืบค้นจาก https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/893432?utm_source=slide_topnews&utm_medium=internal_referral.

[12]หนังสือกระทรวงมหาดไทย ด่วนที่สุด ที่ มท 0816/ว2523  ลงวันที่ 30 เมษายน 2563 เรื่อง การจัดหาอาหารกลางวันสำหรับเด็กเล็กในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กในสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในช่วงการปิดศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019

[13]Ari-VeikkoAnttiroiko. (2015). Good governance in context: Learning from anti-corruption policies

of Finland and Singapore. Munich Personal Re PEc Archive. 29 September 2014 MPRA Paper No. 67807, posted 10 Nov 2015 17:26 UTC. Retrieved from  https://mpra.ub.uni-muenchen.de/67807/ . p.7-10.

[14]นุชธิดา ราศีวิสุทธิ์. สงครามกลางเมืองสเปน. http://www.historyartstu.com/index.php/academic/books/79-2018-08-23-09-26-39.

[15]มติชนออนไลน์. (8 สิงหาคม 2563). ระเบิดวินาศเบรุต : ชาวเลบานอนผู้โกรธแค้น ประท้วงรัฐบาล ปะทะตำรวจดุเดือด. สืบค้นจาก https://www.matichonweekly.com/hot-news/article_334132

[16]Online Library of Liberty.Cesare Bonesana di Beccaria. Retrieved from  https://oll.libertyfund.org/people/cesare-bonesana-di-beccaria .

[17]ปกป้อง จันวิทย์. ความรู้เบื้องต้นว่าด้วยนิติเศรษฐศาสตร์. หน้า 2 สืบค้นจาก http://pokpong.org/wp-content/uploads/intro_lawandecon_presentation.pdf .

[18] The Library of Economics and Liberty .(1988). Ronald H. Coase 1910-2013. Retrieved from  https://www.econlib.org/library/Enc/bios/Coase.html .

[19] R. H. Coase. The Journal of Law & Economics.Vol. 3 (Oct., 1960), p. 2. Retrieved from  https://www.jstor.org/stable/724810?seq=1 .

[20]Ibid. p 28 -32.

[21] Paul H. Rubin. (1999). Law and Economics. Retrieved from  https://www.econlib.org/library/Enc/LawandEconomics.html .

[22]University of Chicago Law School.  (2471-2558). Henry G.Manne. Retrieved  from  https://www.law.uchicago.edu/news/henry-g-manne-52-1928-2015.

[23] WILL KENTON. (2019). Neoclassical Economics. Retrieved  from  https://www.investopedia.com/terms/r/rational-behavior.asp.

[24] ADAM HAYES. (2020). Rational Behavior Definition. Retrieved  from  https://www.investopedia.com/terms/r/rational-behavior.asp.

[25] AMY FONTINELLE. (2020). 5 Nobel Prize-Winning Economic Theories You Should Know About. Retrieved  from  https://www.investopedia.com/articles/economics/12/nobel-prize-winning-economic-theories.asp

[26] The Nobel  Prize. (2009). Elinor Ostrom Facts. Retrieved  from https://www.nobelprize.org/prizes/economic-sciences/2009/ostrom/biographical/

[27] ELINOR OSTROM .GOVERNING  the COMMONS. P 182 – 214. Retrieved  from  https://wtf.tw/ref/ostrom_1990.pdf.

[28]The nobelprize. Daniel Kahneman Biographical. Retrieved  from https://www.nobelprize.org/prizes/economic-sciences/2002/kahneman/biographical/  

[29] Alain Samson, Ph.D. An Introduction to Behavioral Economics. Retrieved  from  https://www.behavioraleconomics.com/resources/introduction-behavioral-economics/

[30] James M. Buchanan. (2003). Public Choice: Politics Without Romance. Retrieved  from  https://www.cis.org.au/app/uploads/2015/04/images/stories/policy-magazine/2003-spring/2003-19-3-james-m-buchanan.pdf .

[31] The nobel prize. The Sverige sRiksbank Prize in Economic Sciences in Memory of Alfred Nobel 1986. (2020). https://www.nobelprize.org/prizes/economic-sciences/1986/summary/.

[32]The Editors of Encyclopaedia Britannica. (2020). Roscoe Pound American jurist, botanist, and educator. Retrieved  from   https://www.britannica.com/biography/Roscoe-Pound.

[33]USLegal.Sociological Jurisprudence Law and Legal Definition. Retrieved  from   https://definitions.uslegal.com/s/sociological-jurisprudence/

[34]Britannica. The Theory Of Democracy : Democratic ideas from Pericles to Rawls Retrieved  from   https://www.britannica.com/topic/democracy/The-theory-of-democracy.

[35] MIRZA HAMEEDULLAH BEG. The Supremacy of the Constitution. Retrieved from http://14.139.60.114:8080/jspui/bitstream

[36]Tatiana N. Mikheeva and Artem O. Likhoshva.Modern Approaches to Publicity and Independence of Local Government: Experience of American Municipalities. Mediterranean Journal of Social Sciences MCSER Publishing, Rome-Italy Vol 7 No 1 S1 January 2016. P 31 – 34.