๘๓. ขอพระองค์..ทรงพระเจริญ


ผมก้าวข้ามผ่านจุดนั้นมาได้ เพราะน้ำพระทัยของในหลวงรัชกาลที่ ๑๐ พระบารมีของพระองค์ในวันนั้น..เป็นที่มาของอาคารเรียนหลังใหม่ “อาคารออมสิน”ที่สวยงามและพอเพียง

          ความรู้สึกส่วนลึกของผม..ที่อยากบันทึกไว้ในหน้าบทความนี้ เพื่อบอกลูกหลานว่าการ “ชังชาติ”มันมิได้มีอยู่จริง..รู้แล้วก็เงียบไว้ ไม่ต้องต่อความยาวสาวความยืด...

      ไม่มีคนไทยคนไหนไม่รักชาติหรอก..ทุกคนต่างยอมรับและเชื่อมั่นว่าเมืองไทยน่าอยู่ที่สุดในโลกแล้ว..จะมีก็แต่ส่วนตัวของกลุ่มบุคคลเท่านั้นที่กำลังชังกัน ก็คิดเสียว่าเป็นปกติวิสัยของมนุษยโลก...

          แค่คิดว่า..เราเกิดมาในรัชสมัยของพ่อหลวงรัชกาลที่ ๙ น้ำตาก็แทบจะร่วงริน เพราะชาติเป็นปึกแผ่นมั่นคง เป็นที่ยอมรับของอาณาอารยประเทศ ก็เพราะพ่อสอนพวกเราให้รู้รักสามัคคี

          เราเป็นชาติที่ศิวิไลซ์ แต่ก็แฝงไว้ด้วยขนบธรรมเนียมประเพณีและศิลปวัฒนธรรมอันดีงาม เราน้อมนำคำสอนของพ่อ สานต่องานที่พ่อทำมิใช่หรือ? ที่ทำให้พวกเราคนไทยมีวินัยพออยู่พอกินไม่ทิ้งถิ่นฐาน..

          เมื่อเรารักพ่อ เราจึงรักราชวงศ์จักรี และจงรักภักดีในพระบรมวงษานุวงศ์ทุกพระองค์ จนมาถึงแผ่นดินแห่งรัชสมัยรัชกาลที่ ๑๐ ที่พสกนิกรชาวไทยต่างถวายดวงใจจงรักภักดี เป็น ๑ ใน ๓ สถาบันที่สุดรักและสุดหวงแหน..พระองค์จะทรงเป็นศูนย์รวมใจของคนไทยตลอดไป...

          ผมจะคิดและเขียนประมาณนี้ทุกปี..ตามประสาครูบ้านนอก ที่ยึดมั่นในศาสตร์พระราชา มาจนถึง “จิตอาสา” และปฏิบัติตามพระบรมราโชบายของในหลวงรัชกาลที่ ๑๐

          “พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว”

          พสกนิกรของพระองค์ต่างรับรู้ถึงพระปรีชาสามารถ ซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ทรงพระราชทานให้ทุกองค์กรและทุกสาขาอาชีพ..

          ด้านสาธารณสุขก็มีนานัปการ สุดที่จะบรรยาย ด้านการศึกษามากมาย กระจายไปทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ สำหรับผมมีโอกาสสัมผัสในน้ำพระทัยอย่างใกล้ชิดมากกว่าอีกหลายล้านคน..

          มิใช่ผมจะได้เปรียบหรือดีกว่าคนอื่น  แต่ผมจะขอเป็นตัวแทนอีกคนหนึ่ง ที่จะออกหน้าเทิดทูนสถาบัน เหมือนกับอีกหลายสิบล้านคนที่คิดเหมือนผม...


          วันนี้ เมื่อย้อนไปเมื่อ ๓ ปีที่ผ่านมา..๒๒ สิงหาคม ๒๕๖๐ ..พระองค์ทรงรับสั่งให้ผู้แทนพระองค์..นำสิ่งของพระราชทาน..มามอบให้ผมที่โรงเรียนบ้านหนองผือ

          ประกอบด้วย..แจกันดอกไม้สด กระเช้าผลไม้..เสื้อโปโล และหนังสือธรรมะพระราชทาน..

          ในวันที่สุดยอดแล้วของชีวิต แต่เป็นช่วงปี พ.ศ.ที่ผมเริ่มจะท้อแล้ว เพราะเด็กเพิ่มขึ้น แต่ขาดครูและอาคารเรียน..ไม่มีอำนาจใดๆที่จะมาช่วยผมได้เลย นอกจากอำนาจของคุณพระศรีรัตนตรัย..ที่ผมอธิษฐานให้ตัวผม ครูและนักเรียน ก้าวพ้นภัยพาลแห่งปัญหาและอุปสรรคไปให้ได้..

          เหมือนน้ำทิพย์ชโลมใจ กายสั่นไหวด้วยความตื้นตัน เมื่ออยู่หน้าพระบรมสาทิสลักษณ์ในห้องประชุม รับพระราชทานกระเช้าที่สวยสดไว้เหนือเกล้า..ถวายคำนับประทับอยู่ในความทรงจำมิรู้ลืม..

          ผู้แทนพระองค์ได้กล่าวกับผมต่อหน้าผู้นำท้องถิ่นเพียงสั้นๆ..ว่า “ผอ.ชยันต์เป็นคนที่มีความขยันหมั่นเพียร ขอให้รักษาเนื้อรักษาตัว อย่าย้ายไปไหน...นะ”    “ครับ”


          ๓ ปีผ่านไป และอีก ๓ ปีที่ผมจะเกษียณอายุราชการ..ผมยังอยู่ที่เดิม ได้เติมเต็มโอกาสทางการศึกษาให้โรงเรียนและชุมชน เลิกบ่นเลิกท้อ ไม่ต้องรออะไรอีกแล้ว เพราะสิ่งที่ได้รับ สูงสุดในชีวิต มิเคยคาดคิดว่าชีวิตจะเดินทางมาถึงจุดนี้..

          วันนี้..ผมนั่งมองแจกันดอกไม้..และกระเช้าผลไม้ใบใหญ่อันว่างเปล่า แต่ทรงคุณค่าเหลือเกิน ผมเก็บไว้เป็นที่ระลึก และซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้   

                                                                                                                                                                                     หลายคนบอกว่า ผมเป็นผู้บริหารคนแรกของเมืองกาญจน์ที่ได้รับพระราชทานของรางวัล และเป็นผู้บริหารโรงเรียนขนาดเล็กคนแรกของประเทศไทยที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณ...

          ผมไม่เคยคิดอื่นไกลมากไปกว่า..ความดีไม่มีวันตาย คนทำดีมิต้องอยู่เดียวดาย อยากได้ความสุขและความสำเร็จ..ต้องเร่งทำดี และทำจริงอย่างมั่นคงและต่อเนื่อง...

          ไม่มีอะไรง่ายเลย ในโรงเรียนขนาดเล็ก..ไม่ใช่เฉพาะปัญหา อุปสรรคและความขาดแคลน ยังต้องอดทนและต่อสู้กับความไม่เท่าเทียมและนโยบายภาครัฐ ที่อยากเห็นการยุบ ควบ รวม

          ผมก้าวข้ามผ่านจุดนั้นมาได้ เพราะน้ำพระทัยของในหลวงรัชกาลที่ ๑๐ พระบารมีของพระองค์ในวันนั้น..เป็นที่มาของอาคารเรียนหลังใหม่ “อาคารออมสิน”ที่สวยงามและพอเพียง


          ปณิธานทางการศึกษาที่วาดหวัง..ผมจะทำให้ถึงฝั่งฝัน ให้สมกับที่พระองค์ทรงไว้วางพระราชหฤทัย ทรงพระราชทานรางวัล อันเป็นหมุดหมายให้ผมก้าวเดิน....อย่างมุ่งมั่นตลอดไป

          ขอพระองค์..ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน...

ชยันต์  เพชรศรีจันทร์

๒๒  สิงหาคม  ๒๕๖๓

         

         

หมายเลขบันทึก: 680971เขียนเมื่อ 22 สิงหาคม 2020 12:37 น. ()แก้ไขเมื่อ 22 สิงหาคม 2020 12:37 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง


ความเห็น (2)

ถ้าเด็กไทยไม่รู้จักเรียนรู้ประวัติศาสตร์ ก็ไม่ต้องถามว่า ชาติเกิดขึ้นมาได้อย่างไร

ผมคิดเช่นนั้นครับ ท่าน ผอ. ;)…

คนเป็น..ครู..ที่ทุ่มเทเพื่อการศึกษาอย่างแท้จริง และมุ่งมั่นเพื่อไปสู่จุดหมายที่กำหนดไว้ โดยมี “ นักเรียน” คือเป้าหมายนั้น…นับวันแต่จะหากได้ยากนัก…อีกสามปี อาจจะน้อยเกินไปกับงานสร้างคน แต่ก็ยังพอที่จะเป็นแนวทางให้กับครูรุ่นหลัง ๆ ที่เขามีแนวคิดอยากจะทำ แต่ยังมองไม่เห็นแนวทาง…เพราะ…ด้วยอะไรก็ช่างเถอะ…สู้ต่อไปท่าน ผอ.คนเก่ง…เพราะเมื่อถึงเวลาที่เราหมดภาระหน้าที่ลง…เราก็ยังเคารพตัวเองได้อย่างภาคภูมิใจ

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี