นอกจากผู้เป็นสะเก็ดเงินจะ

มีผื่นเป็นผื่นสีแดงหนา มีสะเก็ดสีขาวๆ   ยังมีอาการที่สำคัญ อีกอย่างหนึ่งคือ อาการปวดตามข้อ ซึ่งในบางคนจะมีอาการปวดมาก จนรบกวนกิจกรรมในชีวิตประจำวันได้</p><ul style="margin-top: 0in; margin-bottom: 0in; margin-left: 0.5in; direction: ltr; unicode-bidi: embed"><li style="margin-top: 0px; font-size: 16pt; margin-bottom: 0px; vertical-align: middle; color: black">อาการปวดข้อที่พบได้มีอยู่สามแบบคือ การปวดบริเวณข้อนิ้วมือ ปวดบริเวณเอว และปวดที่ข้อเข่า </li><li style="margin-top: 0px; font-size: 16pt; margin-bottom: 0px; vertical-align: middle; color: black">อาการปวดข้อนี้อาจจะมากจนต้องพึ่งยาแก้ปวดเป็นระยะ ทำให้มีโอการเกิดผลเสีย หรือผลข้างเคียงยาลดอาการปวดได้ โดยเฉพาะในรายที่ได้ยากินที่มีส่วนประกอบของสตีรอยด์ มีโอกาสเกิดผลเสียจากยาดังกล่าวได้มาก (จะได้กล่าวถึงผลเสียของยาตัวนี้ต่อสะเก็ดเงินในโอกาสต่อไปครับ)</li><li style="margin-top: 0px; font-size: 16pt; margin-bottom: 0px; vertical-align: middle; color: black">คงไม่ลืมนะครับว่า อาการของสะเก็ดเงินจะกำเริบขึ้นได้จากปัจจัยสามอย่างคือ การดื่มสุรา การเกา และภาวะเครียด</li><li style="margin-top: 0px; font-size: 16pt; margin-bottom: 0px; vertical-align: middle; color: black">นอกจากผู้เป็นสะเก็ดเงินจะมีความเครียดในเรื่องผื่น รวมทั้งการยอมรับในสังคม เพราะผู้เป็นสะเก็ดเงินจะมีผื่นที่ชัดเจนทำให้เป็นที่สังเกตได้ง่าย ยังมีอาการปวดข้อได้  </li><li style="margin-top: 0px; font-size: 16pt; margin-bottom: 0px; vertical-align: middle; color: black">ความรู้ ความเข้าใจในโรคนี้จะช่วยทำให้ผู้ที่มีสะเก็ดเงิน อยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุขพอควร และมี กำลังใจ ในการมารับการรักษาครับ</li></ul><p style="font-size: 16pt; margin: 0in; font-family: 'Cordia New'"> </p>