ชีวิตที่พอเพียง 3705. คนกลางหรือสื่อกลาง



ผมเข้าใจเรื่อยมาว่า พราหมณ์ในศาสนาพราหมณ์ เป็นคนกลาง หรือสื่อกลาง ระหว่างมนุษย์กับพระเจ้า    ทำหน้าที่สื่อสารให้พระเจ้ารับรู้ความต้องการของมนุษย์    กิจกรรมสื่อกลางในสังคมศาสนาพราหมณ์นี้ทำกันเป็นล่ำเป็นสันมาก    มีพราหมณ์จำนวนมาก เป็นกันโดยกำเนิดทีเดียว    เป็นหนึ่งในสี่วรรณะ    ใครเกิดมาในวรรณะพราหมณ์ก็สื่อสารกับพระเจ้าหรือเทพได้    โดยที่เทพมีมากมายออกลูกออกหลานได้ด้วย    จึงนับได้ว่าพราหมณ์เป็นสื่อกลางที่เก่งมาก    รู้ใจเทพสารพัดอารมณ์ ทั้งหมดนั้นทำกันบนฐานความเชื่อ    ซึ่งในทางเศรษฐศาสตร์ถือว่าเป็นกิจกรรมที่ประหยัด   ไม่ต้องใช้พลังงานของสมองหรือการคิด  

คนไทยเราก็เป็นนักประหยัดพลังสมองเหมือนกัน    เพราะเราถือทั้งผี พราหมณ์ และพุทธ    เราสื่อสารกับผีเองได้    ส่วนเทพในศาสนาพราหมณ์เราก็สื่อสารเองได้ผ่านเทวรูป    ส่วนพุทธเราก็แต่งตั้งพระสงฆ์ให้ทำหน้าที่สื่อกลาง บางทีเราก็แต่งตั้งพระธรรม โดยถือเอาที่อยู่ในตู้    รวมแล้วคนไทยเราก็ถือพุทธแบบประหยัดพลังงาน แต่งตั้งสื่อกลางเอาเอง  โดยใช้ศรัทธาแต่งตั้ง    โดยนัยยะนี้ผมถือว่าคนไทยเก่งมากในเรื่องการประหยัดพลังสมอง    คือไม่ต้องคิดมาก         

หนังสือ Big Mind : How Collective Intelligence Can Change Our World  (2018) เขียนโดย Geoff Mulgan   บทที่ 7 Cognitive Economics and Triggered Hierarchies เอ่ยถึงคำ mediator, intermediary, middleperson ว่าเป็นบุคลากรทางเศรษฐศาสตร์ ที่ช่วยให้เกิดความฉลาดรวมหมู่ของมนุษย์ได้โดยใช้พลังงานน้อย    อาจเรียกได้ว่าเป็นคนกลางหรือสื่อกลางระหว่างมนุษย์    ซึ่งเมื่อผมอ่านแล้วก็เห็นด้วย    แต่ก็อดคิดต่อไม่ได้ว่า ยังมีสื่อกลาง ที่ไม่ใช่คน ที่ทำหน้าที่สื่อกลางระหว่างมนุษย์ ช่วยให้มนุษย์รวมตัวกันได้โดยเราไม่รู้ตัวมากมาย ตัวอย่างเช่น รถยนต์, ถนน, พัดลม, คอมพิวเตอร์, ซองจดหมาย, ฯลฯ    ลองหันไปรอบตัวแล้วอธิบายให้ตัวเองฟังว่าสิ่งนั้นๆ ช่วยให้อยู่ร่วมกับคนอื่นๆ ในสังคมได้อย่างไร    ผมอธิบายได้หมด  

หนังสือบอกว่าสิ่งที่ทำหน้าที่สื่อกลางนอกจากคน และสิ่งของแล้ว ยังมี intermediary platform สารพัด   โดย ยกตัวอย่าง Amazon, Airbnb   และในยุคโควิด ๑๙ เรานึกถึง Grab   โดยที่ Amazon เป็น online business platform,    Airbnb เป็น online accommodation platform,   และ Grab เป็น online delivery platform    จะเห็นว่าตัวอย่างเป็น IT platform ทั้งหมด   เอาที่เป็นสื่อกลางยุคกว่าร้อยปีที่ยืนยงมาจนปัจจุบัน ไปรษณีย์น่าจะเป็นตัวอย่างได้นะครับ    โดยที่ในปัจจุบันมีธุรกิจ delivery ที่เป็น platform อื่นเกิดขึ้นมากมาย     

เมื่อคนเราใช้ platform ต่างๆ คล่อง ก็ช่วยผ่อนแรง    และช่วยประหยัดพลังสมอง  ไม่ต้องคิดมาก       

ผมขอแถมว่า ความเชื่อถือไว้เนื้อเชื่อใจกัน (trust) เป็นสื่อกลางที่มองไม่เห็น    แต่สัมผัสได้ทางใจ    ที่ช่วยเป็นสื่อกลางด้านความสัมพันธ์ระหว่างคน    ช่วยลดความยุ่งยาก หรือผ่อนแรง     หากไม่ไว้วางใจกันก็ต้องมีขั้นตอนตรวจสอบต่างๆ มากมาย    ความไว้เนื้อเชื่อใจกัน (trust)  อาจเรียกว่าศรัทธา (belief) ต่อกันก็ได้     

ความไว้วางใจกัน เป็นสื่อกลางของความสัมพันธ์ระหว่างคน      ส่วนคุณสมบัติความเป็นคนไว้ใจได้เป็น “สินทรัพย์” ที่คนเราต้องหมั่นสั่งสม    เอาไว้ใช้ประโยชน์   

  ชีวิตมนุษย์หนีไม่พ้นสื่อกลาง    เป็นตัวช่วยให้เกิดอารยธรรมของมนุษย์    หากสื่อกลางทำหน้าที่ถูกต้องตรงไปตรงมา กิจการก็ราบรื่น    แต่ก็หนีไม่พ้นที่มีกรณีที่สื่อกลางไม่ซื่อ หรือเราเผลอไปเชื่อสื่อกลางที่ไม่น่าเชื่อถือ ความยุ่งยากก็เกิดขึ้น  

ความยุ่งยากที่พบบ่อยที่เกิดจากศรัทธาที่งมงาย    เราหลงประหยัดพลังงานของสมอง ด้วยศรัทธาที่งมงาย    หลงใช้สื่อกลางที่ไม่น่าเชื่อถือ

วิจารณ์ พานิช

๒ พ.ค. ๖๓                                                                                                                                                                                         


หมายเลขบันทึก: 677697เขียนเมื่อ 28 พฤษภาคม 2020 18:00 น. ()แก้ไขเมื่อ 28 พฤษภาคม 2020 18:00 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี