ฟ้าครับ

เมื่อคืนนี้ ผมนอนอ่านมติชนสุดสัปดาห์อยู่บนเตียง มีน้องฟ้าป้วนเปี้ยนอยู่ใกล้ ๆ พอเปิดมาถึงหน้าคอลัมน์ของนิวัติ กองเพียร ว่าด้วยแก้ว อภิรดี น้องฟ้าก็เดินมาปิดไฟหัวเตียง เอ้า... นอนก็นอน

ผมหลับไป ฝันอะไรหลาย ๆ อย่างแปลก ๆ คละเคล้ากันไป ตอนท้าย ๆ ผมตื่นขึ้นมาในฝัน เห็นภรรยาและลูกเดินเข้ามาหาและทักทายตอนเช้า พระเจ้าช่วย! น้องฟ้าที่เป็นเด็กอายุหนึ่งขวบ ทำไมตัวโตเหมือนเด็กห้าขวบไปได้!

(ในฝัน) น้องฟ้าเข้ามาสวมกอดและทักทาย วูบแรกผมรู้สึกแปลกใจระคนดีใจ ที่ลูกยังจำเราได้ เหมือนไม่มีอะไรผิดปกติ แต่มันต้องมีอะไรผิดปกติแน่ ๆ สอบถามกับแม่น้องฟ้าอยู่พักหนึ่ง จึงได้ข้อสรุปว่า

ความทรงจำของผมหายไปประมาณสี่ปี!

(ในฝัน) ผมรู้สึกเสียใจมากที่จู่ ๆ ความทรงจำในชีวิตหายไปถึงสี่ปี ทั้ง ๆ ที่มันควรจะเป็นช่วงเวลาที่ล้ำค่าที่สุดช่วงหนึ่งของชีวิต

ผมรู้สึกตัวตื่นขึ้น เหลือบดูนาฬิกา ประมาณเกือบ ๆ ตีสาม น้องฟ้าและแม่ของแกยังหลับอยู่ ผมจึงลุกขึ้นหากระดาษมันบันทึกความฝันที่เพิ่งผ่านไปโดยละเอียด ตั้งแต่ต้นจนจบ 

ตอนนี้ไม่เสียดายวันคืนที่ผ่านไปแล้ว เพราะนั่นเป็นเพียงความฝัน แต่เริ่มมีเวลามาคิดทบทวน ว่าอะไรคือสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิต การดูแลคนที่เรารักนั่นเอง

แต่อะไรจะเกิดขึ้นถ้าความทรงจำเหล่านั้นหายไปหมด? คำถามนี้น่าตกใจมาก แต่เป็นเรื่องปกติธรรมดาของชีวิต ที่เมื่อถึงวันหนึ่งก็ต้องดับสูญ ตายไปแล้วความทรงจำก็หายไปหมด นี่ถือว่าเป็นมรณานุสติอย่างหนึ่งที่ความฝันมอบให้ผม

แต่เมื่อคิดต่อไปว่า แม้ความทรงจำสำหรับเราจะหายไป แต่เรายังมีวิธีถ่ายทอดสิ่งที่เราเรียนรู้ให้แก่ผู้อื่นได้ ด้วยการจดบันทึก ผมจึงคิดได้ว่า เราควรจดบันทึกบทเรียนของชีวิตให้ได้มากที่สุด โชคดีนะครับที่เราเกิดมาในยุคที่มี gotoknow ที่ช่วยให้การบันทึกและแลกเปลี่ยนความรู้ทำได้โดยทันที โดยใช้บล็อก

รู้สึกละอายใจเหมือนกันที่ตัวเองค่อนข้างเกียจคร้านในการเขียนบล็อก และจะรู้สึกเช่นนี้ทุกครั้งที่อ่านบันทึกของคุณหมอวิจารณ์ ครูอ้อย และท่านอื่น ๆ ที่มีความพากเีพียรเป็นอย่างสูงในการจดบันทึก

ความฝันเมื่อคืนนี้ได้ให้บทเรียนสำคัญกับผมครับ และขอขอบคุณน้องฟ้าด้วย ที่เป็นแรงบันดาลใจมาตลอด

น้องฟ้า กำลังสำรวจวังสวนผักกาด

(ภาพน้องฟ้า กำลังสำรวจวังสวนผักกาด)