ในบ้านเมืองเรามีคนเคนแก่รุ่นอายุประมาณ 50-70 ปี หลายคนที่รู้จักคุ้นเคยกับชื่อ "ปรีชา พิมพ์พันธุ์" ส่วนเด็กรุ่นใหม่ในปัจจุบันนี้แทบไม่รู้จักเลยก็ว่าได้

เช้าวันหนึ่งกลางเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2504 อาจารย์หนุ่มคนหนึ่งแห่งวิทยาลัยวิชาการศึกษา ประสานมิตร ได้อำลาเพื่อนฝูงที่มาส่งเขาที่หน้าวิทยาลัย แล้วก็จับจักรยานคู่ชีพขึ้นขี่ จุดมุ่งหมายของเขาคือสหรัฐอเมริกาเป็นระยะทางห่างไกลประเทศไทยร่วมหมื่นไมล์ เขาจะพาจักรยานคู่ชีพไปตามเส้นทางสายกรุงเทพฯ-ลพบุรี-ปากน้ำโพ-กำแพงเพชร-ตาก-แม่สอด-พม่า-อินเดีย-ปากีสถาน-เปอร์เซีย์-ตุรกี-กรีก-อิตาลี-สวิสเซอร์แลนด์-ฝรั่งเศส-อังกฤษ จากอังกฤษ จะลงเรือโดยสารไปขึ้นฝั่งที่ New Orleans แล้วขี่จักรยานมุ่งหน้าไปทำปริญญาโทที่มหาวิทยาลัยอลาบามา (Alabama) สหรัฐอเมริกา ตามแผนการเดินทางของเขานั้นต้องผ่านแดนทุรกันดารหลายแห่ง โดยเฉพาะทะเลทรายชายแดนอินเดียที่จะไปสู่ตุรกี เพื่อนฝูงเขาเป็นห่วงมากและผู้ใหญ่หลายคนก็ได้ห้ามเขาด้วยความหวังดี  ยังไม่มีคนไทยคนใดได้เคยลองทำเช่นนี้ในขณะนั้น

แต่ "ปรีชา พิมพ์พันธุ์" ได้ตั้งใจแน่วแน่ เมื่อชาวต่างประเทศเดินทางด้วยเท้าหรือขี่จักรยานรอบโลกมาถึงเมืองไทยได้ ทำไม่เขาจะทำไม่ได้  แผนการที่เขาจะขี่จักรยานข้ามสามทวีปครั้งนี้เขาได้วางไว้อย่างรอบคอบ และด้วยกำลังใจอันเด็ดเดี่ยวมั่นคง บัดนี้เขาได้ไปถึงจุดหมายคือสหรัฐอเมริกาและได้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท จากมหาวิทยาลัยอลาบามา กลับมาสอนหนังสือและเป็นผู้จัดการโรงเรียนเอกชน ชื่อ โรงเรียนจิระศาสตร์วิทยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

การกระทำดังนี้ ดูเผินๆก็เห็นว่าไม่ได้เป็นประโยชน์อย่างไร แก่ใคร แต่ว่าโลกก็นิยมกันอยู่มาก แบบเดียวกับผู้พิชิตยอดเขาหิมาลัย ซึ่งเป็นการสำแดงอำนาจอย่างหนึ่งของมนุษย์ที่จะเอาชนะสิ่งที่ท้าทายเขาอยู่ และเมือเขาทำสำเร็จโลกก็ปรบมือให้เขา "ปรีชา" ก็เช่นกัน เขาผ่านไปที่ใดก็พบการต้อนรับด้วยความชื่นชมยินดีและเขาก็ช่วยทำให้ชื่อ "ประเทศไทย" โด่งดังขึ้นไม่ใช่น้อย

ปัจจุบัน อาจารย์ปรีชา พิมพ์พันธุ์ แม้วัยละล่วงเลยมาถึง 70 ปีเศษแล้ว ยังรักการออกกำลังกาย ออกรอบตีกอล์ฟ และปั่นจักรยาน เป็นประจำ ทำให้สุขภาพสมบูรณ์ แข็งแรง แลดูอ่อนกว่าวัย

ท่านที่สนใจเรื่องราวการเดินทางรอบโลกของอาจารย์ปรีชา พิมพ์พันธุ์ โปรดติดตามได้ตอนต่อไปครับ