สาระน่ารู้: วิธีเก็บเงิน

 “เงิน” มีผลต่อสุขภาพค่อนข้างมาก การเป็นหนี้มักจะส่งผลร้ายต่อสุขภาพ หนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายสัปดาห์มีจุลสารสอดไส้ (Flashmag) แถมมาในหนังสือ ข้างในมีข้อคิดดีๆ เพื่อส่งเสริมการออมเพื่อสุขภาพ 7 วิธีดังต่อไปนี้...
1)           ไม่กินข้าวนอกบ้าน
อาหารนอกบ้านมักจะมีราคาแพงกว่า และดีกับสุขภาพน้อยกว่าอาหารทำเอง ถ้าลงทุนทำกับข้าวเองอย่างน้อยวันละมื้อ หรือคดข้าวไปกินที่ทำงานจะประหยัดได้มากขึ้น ถ้าจำเป็นต้องซื้อกับข้าวถุงก็ควรหุงข้าวกล้องกิน เติมพืชผักลงไปสักหน่อย จะได้มื้อที่ดีกับสุขภาพมากขึ้น การเตรียมข้าวกล้องกับพืชผักนิดหน่อยไปที่ทำงาน ซื้อกับข้าวมาเสริมช่วยให้ประหยัดเงินได้อีกนิด... ส่วนชีวิตได้กำไร(สุขภาพ)มากมาย
2)        หลีกเลี่ยงสินค้าแบรนด์เนม
สินค้ามียี่ห้อ (brand name) หรูๆ มักจะมีราคาสูงกว่าสินค้าทั่วไป ซื้อสินค้าระดับคุณภาพเท่ากันแต่ไม่มียี่ห้อดังน่าจะประหยัดได้มากกว่า
3)        หัดปฏิเสธปาร์ตี้
ควรปฏิเสธงานปาร์ตี้บ้าง โดยเฉพาะปาร์ตี้ที่มีแอลกอฮอล์(เหล้า เบียร์ ไวน์...) เมื่อคุณมัน มึน หรือเมา...คุณมีแนวโน้มจะมี “หน้าใหญ่ มือเติบ” จ่ายมากโดยขาดความยั้งคิด กว่าจะรู้ตัวอีกที...หนี้ก็อาจจะบานจนบ้านร้อนได้ เราๆ ท่านๆ คงทราบกันดีว่า หนี้สินเป็นเรื่องที่ทำบ้านแตกมาแล้วหลายหลัง
4)        ลดรายจ่ายประจำ
หลีกเลี่ยงรายจ่ายประจำไม่ว่าจะเป็นรายเดือนหรือรายปี เช่น ค่าเคเบิลทีวี สินค้าเงินผ่อน ฯลฯ แม้แต่การทำประกันชีวิตก็ควรคิดเผื่อมีสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งอาจทำให้การส่งงวดติดขัด เช่น เปลี่ยนงาน ออกจากงาน ฯลฯ เพื่อจะได้ไม่ทำอะไรเกินกำลัง อย่าลืมว่า ความสุขจากการไม่เป็นหนี้มีอยู่จริง...
5)        เลือกมือถือ
ตรวจสอบดูว่า โปรโมชั่นมือถือที่เราใช้อยู่เป็นแบบที่ประหยัดที่สุด หรือเหมาะสมที่สุดสำหรับเราหรือไม่ ถ้ามีรายการที่คุ้มทุนกว่านี้... ควรพิจารณาเปลี่ยนแปลง
6)        เลิกไล่ล่าเทคโนฯ
การไล่ตามเทคโนโลยีรุ่นใหม่ล่าสุด เช่น มือถือ โน้ตบุ๊ก ฯลฯ ทำให้เราต้องเหนื่อย(หาเงินให้บริษัทต่างๆ ใช้)ไม่มีที่สิ้นสุด ถ้าอยากจะซื้อใหม่จริงๆ... การทนรอสักพัก(ช่วงนั้นโลกคงจะยังไม่แตก)จะทำให้มีโอกาสซื้อสินค้าเทคโนฯ รุ่นต่อมาที่ราคาถูกลง และคุณภาพมักจะดีขึ้น
7)        ปฏิเสธให้เป็น
คนดีมักจะเป็นเหยื่อ(อันโอชะ)ของคนขี้ขอ... ควรเรียนรู้ที่จะปฏิเสธให้เป็น อย่าลืมว่า คนเราควรจะแบ่งเงินไว้เป็นสัดส่วน เช่น ให้พ่อแม่เป็นของทดแทนพระคุณ ให้ญาติพี่น้องที่สมควรให้ ทำบุญทำทาน ลงทุนในกิจการที่เรามีความรู้ ลงทุนเพื่อลดภาษี(เช่น ประกันชีวิต ซื้อกองทุนรวมที่ลดภาษีได้ ฯลฯ) ลงทุนเพื่อแสวงหาความรู้ เก็บไว้ใช้ในยามยาก เก็บสำรองไว้ยามแก่เฒ่า ฯลฯ อย่าลืมว่า ความสุขจากการไม่เป็นเจ้าหนี้มีอยู่จริง... ลูกหนี้ที่ชักดาบ หรือฆ่าเจ้าหนี้มีทุกยุคทุกสมัย การให้ความช่วยเหลือคนอื่นเป็นเงินก้อนเล็กอาจจะปลอดภัยกว่าการให้ยืมเงินก้อนใหญ่ ถ้าไม่รู้จะปฏิเสธอย่างไร...ขอเวลานอกไปปรึกษาพ่อแม่ก่อนก็ได้ครับ พ่อแม่ส่วนใหญ่มักจะมีประสบการณ์ชอกช้ำเรื่องเงินมาก่อน จึงรอบคอบเรื่องเงินมากกว่าคนรุ่นลูก
แหล่งข้อมูล:

  • ขอขอบพระคุณ > ผู้จัดการรายสัปดาห์ (ปีที่ 8 ฉบับที่ 987; 31 ต.ค.-6 พ.ย. 2548) > Flashmag (ปีที่ 2 ฉบับที่ 56; 31 ต.ค.- 6 พ.ย. 48).> Your Money > 7 เทคนิคเด็ดเก็บเงินอย่างไรไม่ให้รั่วไหล. หน้า 31.
  • นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ โรงพยาบาลห้างฉัตร ลำปาง > ๓๐ ตุลาคม ๔๘ > 29 กันยายน 2551.