คนไข้เบาหวานส่วนหนึ่งจะมีปัญหาเส้นประสาทเสื่อมจากเบาหวาน ภาวะนี้พบได้ประมาณครึ่งหนึ่งของคนไข้
ปัญหานี้มักจะแปรตามระยะเวลาหลังจากได้รับการวินิจฉัย ยิ่งเป็นเบาหวานนานก็ยิ่งมีโอกาสเกิดประสาทเสื่อมมากขึ้น
![]()
ปัจจัยเสริมที่สำคัญได้แก่ ระดับน้ำตาลในเลือด ระดับน้ำตาลยิ่งสูงยิ่งเสี่ยงมาก ระดับน้ำตาลที่สูงมีส่วนทำลายได้ทั้งเส้นประสาท และทำลายเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงเส้นประสาท
การรักษาเบาหวานให้ดีจะช่วยลดความเสี่ยงลงไปได้ระดับหนึ่ง
![]()
ปัจจัยอื่นๆ ที่แก้ไขไม่ได้คือ ประวัติครอบครัวหรือปัจจัยทางพันธุกรรม ถ้ามีญาติเป็นเบาหวาน และมีอาการเส้นประสาทเสื่อมด้วย ความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้น
เส้นประสาทที่ไปเลี้ยงเท้าเป็นเส้นประสาทที่ยาวที่สุดในร่างกาย ทำให้เสี่ยงต่อความเสื่อมสภาพจากเบาหวานมากกว่าเส้นประสาทอื่นๆ
![]()
การสูญเสียความรู้สึกบริเวณเท้าทำให้ไม่รู้สึกเจ็บหรือปวดเวลาไปเหยียบย่ำสิ่งต่างๆ เช่น หินที่มีคม ฯลฯ ทำให้เกิดบาดแผลที่เท้าได้ง่ายกว่าคนทั่วไป บางครั้งเกิดเป็นแผลเรื้อรัง หายยาก และอาจถูกตัดนิ้วเท้าได้
เว็บไซต์ของโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยอลาบาม่า สหรัฐอเมริกา (www.health.uab.edu) มีคำแนะนำดีๆ สำหรับคนไข้เบาหวาน โดยเฉพาะเรื่องการดูแลเท้าดังต่อไปนี้...
![]()
1) ตรวจเท้าทุกวัน
ควรตรวจเท้าทุกวันทั้งฝ่าเท้า หลังเท้า นิ้วเท้าว่า มีแผลหรือไม่ ถ้ามีต้องรีบรักษา
วิธีตรวจเท้าที่สำคัญคือ ให้นำกระจกส่องดูด้านฝ่าเท้าซ้ำ และควรให้คนอื่นช่วยตรวจเท้าเป็นครั้งคราว เพื่อป้องกันโอกาสผิดพลาด
2) ตรวจรองเท้า
ควรใช้รองเท้าที่สวมสบาย มีขนาดพอดี และควรใช้รองเท้าอย่างน้อย 2 คู่สลับกัน เพื่อลดแรงกดเฉพาะที่
รองเท้าแต่ละคู่มักจะ "ไม่เท่ากัน" ทุกประการ รองเท้าที่ดีหน่อยคือ รองเท้าหุ้มส้นแบบรองเท้าวิ่ง
![]()
ตรวจรองเท้าก่อนสวมทุกครั้งว่า มีของแข็ง โดยเฉพาะของมีคมอยู่ภายในหรือไม่ เช่น เศษกรวด เศษหิน ฯลฯ
3) ทาโลชั่น
การทาโลชั่นช่วยให้ผิวหนังชุ่มชื้นขึ้น ไม่แตกหรือปริง่าย
4) สวมถุงเท้า
ควรสวมถุงเท้านุ่มๆ ก่อนใส่รองเท้า เพื่อลดโอกาสเกิดการเสียดสี และลดโอกาสเกิดแผล
5) ห้ามเดินเท้าเปล่า
คนไข้เบาหวานไม่ควรเดินเท้าเปล่า เนื่องจากเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดบาดแผล
6) ตัดเล็บเท้าให้ตรง
การตัดเล็บเท้าควรตัดให้สั้น และตัดให้ตรงเป็นรูปคล้ายจอบ ไม่ควรตัดเป็นรูปโค้ง
การตัดเล็บเท้าเป็นรูปโค้งจะทำให้เสี่ยงต่อการเกิดเล็บขบ ซึ่งอาจมีเนื้อเยื่อข้างเล็บอักเสบ หรือเป็นฝีหนองได้
7) ตรวจน้ำอุ่นก่อนใช้
ควรตรวจน้ำอุ่นก่อนใช้ทุกครั้ง โดยเฉพาะถ้าใช้อาบ หรือล้างเท้า ควรตรวจสอบด้วยเครื่องวัดอุณหภูมิ(ถ้ามี) หรือใช้ผ้าแตะน้ำให้เปียก แล้วนำมาแตะหลังมือหรือข้อมือก่อนว่า ร้อนเกินไปหรือไม่
ไม่ควรใช้เท้าจุ่มลงไปทันที เนื่องจากประสาทสัมผัสส่วนเท้ามีโอกาสสูญเสียความรู้สึกมากกว่าส่วนมือ
8) สวมถุงเท้านอน
การสวมถุงเท้านอนมีส่วนช่วยไม่ให้เท้าเย็นเกิน โดยเฉพาะเมื่ออากาศเย็น
การสวมถุงเท้านอนมีส่วนป้องกันผิวแห้ง ซึ่งอาจทำให้คัน และเกาจนเกิดแผลได้
9) ไม่นั่งขัดสมาธิ
การนั่งไขว้ขา (cross-legged) หรือนั่งพับขา เช่น ขัดสมาธิ ไขว่ห้าง พับเพียบ ฯลฯ มีแรงกดเส้นเลือด ทำให้เลือดไหลเวียนผ่านขาท่อนล่างและเท้าได้ลดลง ทำให้ความเสี่ยงต่อการเกิดเส้นประสาทเสื่อม หรือเกิดแผลที่เท้าเพิ่มขึ้น
การนั่งเก้าอี้น่าจะปลอดภัยมากกว่า
แหล่งที่มา:
-
ขอขอบคุณ > www.health.uab.edu/show.asp?durki=85959 (hospital university of Alabama at Birmingham campus) > Diabetic neuropathy defined > November 7, 2005
-
ขอขอบคุณ > www.health.uab.edu/show.asp?durki=61677 (hospital university of Alabama at Birmingham campus) > Diabetes foot care > November 7, 2005
- นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ > ๙ พฤศจิกายน ๒๕๔๘ > แก้ไข 29 พฤษภาคม 2550.
