ทีมงานวิจัยการศึกษาของ ทีดีอาร์ไอ คือคุณณิชา พิทยาพงศกร และคุณธนพจน์ ทรัพย์ยอดแก้ว    ติดต่อขอสัมภาษณ์ออนไลน์ เพื่อศึกษาภาพอนาคตการศึกษาไทย    โดยส่งแนวคำถามมาดังต่อไปนี้

แนวคำถามในการสัมภาษณ์

  1. 1. ในมุมมองของท่าน มีเหตุการณ์ สถานการณ์ แนวคิด หรือปรากฎการณ์สำคัญใดบ้าง ที่ส่งผลต่อการศึกษาไทยในช่วงย้อนหลัง 20 ปีมาจนถึงปัจจุบัน
  2. 2. เหตุการณ์ สถานการณ์ แนวคิด หรือปรากฎการณ์ใดในปัจจุบันที่น่าจะมีผลต่อไปในอนาคต
  3. 3. แนวโน้มที่ว่าน่าจะมีผลไปอีกนานเท่าไร (เช่น 5 ปี / 10 ปี / 15 ปี / 20 ปี) และจะมีปัจจัยอะไรส่งผลให้เปลี่ยนแปลง

ผมให้ความเห็นในฐานะผู้ไม่มั่นใจว่ารู้จริง แต่ก็อยากมีส่วนร่วมตั้งคำถาม    มากกว่าให้คำตอบแบบฟันธง     รวมทั้งให้ความเห็นตรงๆ ด้วยความเคารพในท่านผู้เกี่ยวข้อง     ดังต่อไปนี้

ผมสงสัยว่า การดำเนินการตาม พรบ. การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ น่าจะมีผลมากต่อสภาพปัญหาการศึกษาที่เรากำลังเผชิญอยู่    ตัว พรบ. ดี   แต่การดำเนินการผิดพลาด    มุ่งยกระดับผลประโยชน์ของผู้ที่ทำงานอยู่ในระบบ โดยไม่ได้เน้นที่ผลลัพธ์การเรียนรู้ของเด็ก    ผมเข้าใจว่า การจัดการระบบการศึกษาของเราหลงเข้าสู่หลุมดำตามที่ระบุใน WDR 2018    และผมตีความบันทึกไว้ที่ (๑) 

เป็นการจัดการผลประโยชน์ในระบบการศึกษา ที่ดำเนินการผิดทาง     คนที่ทำงานในระบบได้รับผลประโยชน์โดยไม่ต้องรับผิดรับชอบต่อผลงาน คือผลลัพธ์การเรียนรู้ของนักเรียน    กล่าวใหม่ว่า สภาพปัญหาเกิดจากความดีความชอบของคนในกระทรวงศึกษาธิการไม่ขึ้นกับผลลัพธ์การเรียนรู้ของนักเรียน   

ปัญหาสำคัญอีกประการหนึ่งคือ ระบบการศึกษาไม่เป็นระบบที่เรียนรู้    ไม่เป็น learning systems    ขาดหน่วยงานวิจัยระบบการศึกษาที่มีสมรรถนะสูง   

มีมาตรการที่ผิด ที่กำหนดให้ผู้อำนวยการโรงเรียนไม่ต้องรับผิดชอบการบริหารวิชาการ หรือการเรียนรู้ของนักเรียน    ไม่มีขีดความสามารถในการทำหน้าที่ผู้นำในการพัฒนาระบบการทำงานของโรงเรียนอย่างต่อเนื่อง     ตีความคำว่าบริหารว่าหมายถึงการสนองหน่วยเหนือ    ไม่ใช่สนองการเรียนรู้ของนักเรียนและของครู   

ย่อยลงมา ระบบการผลิตครูอ่อนแอ    ครูที่ผลิตออกมาไม่มีทักษะที่จำเป็นสำหรับการเป็นครูแห่งศตวรรษที่ ๒๑    คือครูที่มีทักษะในการเอื้อให้ศิษย์ทุกคนบรรลุสมรรถนะที่ต้องการ    เป็นครูที่เน้นสอนวิชา ไม่ใช่เน้นพัฒนาศิษย์    และที่สำคัญยิ่ง ครูที่ผลิตออกมาไม่มีทักษะการเรียนรู้ตลอดชีวิต    จึงไม่ได้เรียนรู้จากการปฏิบัติงานประจำ   

แนวคิดที่ผิดพลาดรุนแรง ก่อผลร้ายต่อคุณภาพการศึกษา  และต่อศักดิ์ศรีของวิชาชีพครู    คือระบบความก้าวหน้าด้านวิทยะฐานะของครู    ที่ต้องเสนอ “ผลงาน” ที่ตีความว่าเป็นผลงานในกระดาษ  ไม่ใช่ผลงานที่ตัวศิษย์     

วิจารณ์ พานิช

๒๓ เม.ย. ๖๓   ปรับปรุง ๒๖ เม.ย. ๖๓