
การบินไทย จะบีบก็ตาย ถึงคลายก็ไม่รอด
การบินไทย.... สำหรับความรู้สึกของผม ในช่วงชีวิตของการทำงานที่ผ่านมามีโอกาสเดินทางไปติดต่อธุรกิจต่างประเทศอยู่บ่อยครั้ง.... และส่วนใหญ่ของการเดินทางผมก็จะนิยมใช้บริการสายการบินไทยเสียเป็นส่วนใหญ่ อาจจะด้วยเหตุผลของ ความคุ้นเคย ความรู้สึกของการบริการ ประกอบกับความเป็นชาตินิยมเล็กๆ เวลาต้องไปติดต่องานต่างประเทศหลายๆวัน เหลียวไปไหนก็ไม่ได้คุยกับคนภาษาเดียวกัน อาหารก็ไม่ถูกปาก พอถึงวันเดินทางกลับ... แค่ได้ขึ้นเครื่องบินการบินไทย ก็ให้ความรู้สึกเหมือนถึงเมืองไทยแล้วจริงๆ ครับ
การบินไทย.... ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2503 โดยนโยบายสายการบินแห่งชาติ เป็นการสร้างสายการบินที่เชิดหน้าชูตาของประเทศไทย มีความเป็นอารยะของประเทศในยุคนั้น ที่ผ่านมาการบินไทยจัดเป็นสายการบินที่มีบุคลากร มากด้วยประสบการณ์ และมีความสามารถจำนวนมาก ทั้งประสิทธิภาพนักบิน การบริการ มาตรฐานความปลอดภัยอยู่ในระดับชั้นนำเลยที่เดียว การบินไทยเคยเป็นสายการบินที่มีคุณภาพการบริการติดอันดับ 1 ใน 10 ของสายการบินที่ดีที่สุดทั่วโลกมาแล้ว ระบบการซ่อมบำรุง ของฝ่ายช่างการบินไทยก็มีประสิทธิภาพจัดได้ว่าอยู่ในระดับแถวหน้าๆของภูมิภาค ประเทศไทยเคยมีแนวคิดในการยกระดับ ให้ฝ่ายงานซ่อมเป็นศูนย์ซ่อมเครื่องบินของภูมิภาค แต่ด้วยเหตุใดไม่ทราบ แนวคิดนี้ก็หายไปไม่สามารถไปถึงฝั่งฝัน แต่โดยรวมแล้วที่ผ่านมาการบินไทยมีระบบบริการ การจัดการที่ดี ในหลายๆด้าน จึงเป็นสายการบินที่อยู่ในใจของผู้เดินจำนวนมาก
การบินไทย.... เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ในฐานะบริษัทมหาชน (ของรัฐบาล) ตั้งแต่ปี 2534 แต่มีรัฐบาลเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ผ่าน กระทรวงการคลัง 51.03 % และยังถือผ่านกองทุนวายุภักษ์ / ธนาคารออมสินรวมกันมากกว่า 17 % นั่นหมายถึงรัฐมีอำนาจเด็ดขาด ทั้งการกำหนดนโยบาย กำหนดผู้บริหาร และทิศทางของการพัฒนาองค์กร ทำให้การบินไทยมีสภาพไม่ต่างกับการเป็นทั้งรัฐวิสาหกิจ แต่เป็นองค์กรธุรกิจในตลาดหลักทรัพย์ มีลักษณะคล้ายกับ ปตท. แต่สิ่งที่ ปตท. กับ การบินไทยต่างกัน ก็คือ ธุรกิจของ ปตท. เป็นกิจการที่มีลักษณะกึ่งผูกขาด คู่แข่งภายในประเทศไม่มีศักยภาพและมีน้อยราย ส่วนธุรกิจการของการบินไทย เป็นการแขงขันในระบบโลกเสรี มีคู่แข่งในต่างประเทศมีศักยภาพสูงมากราย ในความเป็นไม่มีรัฐบาลใดในโลกที่มาดำเนินธุรกิจแข่งขันกับเอกชน เพราะนโยบายและแนวทางของรัฐย่อมขัดแย้งกับนโยบายขององค์กรธุรกิจเสมอ การถูกแทรกแซงโดยรัฐ การขาดความเป็นอิสระเสรีภาพทางธุรกิจ และขาดมืออาชีพในการบริหารองค์กร จึงเป็นปฐมบทแห่งปัญหา
ปัญหาต่อมา... บอร์ดการบินไทยส่วนใหญ่เป็น ข้าราชการ อดีตข้าราชการ ผู้นำกองทัพ ผู้บริหารรัฐวิสาหกิจ ซึ่งต่างจากบอร์ดผู้บริหารสายการบินต่างชาติ จะประกอบด้วย นักบริหารสายการบินนานาชาติ นักบริหารธุรกิจระหว่างประเทศ นักบริหารบรรษัทข้ามชาติ นี่จึงเป็นอีกปัจจัยที่สำคัญต่อมา ของนโยบายที่มุ่งสู่ความสำเร็จองค์กร
ปัญหาขาดทุนของการบินไทย..... เมื่อตรวสอบจากงบการเงินย้อนหลัง 9 ปีที่นำส่ง กลต. คือระหว่างปี 2554 ถึงปี 2562 พบว่าการบินไทยขาดทุนสะสมไปแล้วกว่า 69,000 กว่าล้าน (มีเพียงปี 2555 มีกำไร 6,229 ล้านและปี 2559 มีกำไร 15 ล้าน) ในขณะที่ 9 ปีที่ผ่านมาการบินไทยมีจำนวนผู้โดยสารเพิ่มขึ้นมาตลอดประมาณกว่า 30 % จำนวนพนักงานน้อยลงกว่า 3 พันคน แต่การบริหารงานองค์กรก็ยังขาดทุนต่อเนื่อง นี่ยังไม่พูดถึงปีนี้ 2563 ที่ต้องประสบกับปัญหาโรคระบาดทำให้หยุดบินต่อเนื่องซึ่งดูเหมือนว่า อาจต้องมีชะตากรรมที่สาหัสไม่น้อยกว่าเดิมแน่นอน ดังนั้นที่ผ่านมาแม้จะมีจำนวนผู้โดยสารมากขึ้น มีรายได้มากขึ้น เมื่อมีนโยบายที่ไม่ตอบสนองการแข่งขันทางธุรกิจ ปัญหาเชิงโครงสร้างของการบริหารจัดการองค์กร จึงเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้การบินไทยขาดทุนมาอย่างต่อเนื่อง
ปัญหาเชิงประสิทธิภาพของผลผลิต ในปี 2560 การบินไทยมีพนักงานจำนวน 22,370 คน และเมื่อนำข้อมูลบุคคลกรมาเปรียบเทียบกับสายการบินต่างประเทศที่มี จำนวนเงินลงทุน จำนวนผู้โดยสาร จำนวนฝูงบิน ที่ใกล้เคลียงกัน ก็พบว่าสายการบินอื่นมีจำนวนพนักงานอยู่ในระดับที่น้อยกว่า 45% ถึง 60% จึงสะท้อนให้เห็นว่าการบินไทยมีบุคคลกรส่วนเกินกว่าประสิทธิภาพที่ควรจะเป็นถึง 50% โดยประมาณ สิ่งที่อธิบายมาเป็นข้อมูลสาธารณะในระดับสากล ปัญหาดังกล่าวเป็นต้นเหตุของธรรมภิบาลในองค์กร ทั้งการใช้ทรัพยากรภายในเพื่อเอื้อผลประโยชน์ทับซ้อน การใช้สิทธิประโยชน์มากจนกระทบต่อความสามารถทางธุรกิจ เหมือนจะเข้าใจว่าองค์กรนี้เป็นของตนเอง ไม่เกรงใจประชาชนผู้เสียภาษีที่เป็นเจ้าของที่แท้จริง ในขณะที่สหภาพฯ มักจะอ้างการรักษาผลประโยชน์ประชาชน เพื่อมาปกป้องผลประโยชน์ของกลุ่มตน นี้ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญของประสิทธิภาพในการบริหารจัดการองค์กร
หากรัฐบาลไม่สามารถแก้ปัญหาทั้งหมดที่กล่าวมาแล้ว รัฐจะใช้เงินภาษีของประชาชนอีกกี่หมื่นล้านก็ไม่สามารถที่จะทำให้การบินไทยรอดพันบ่วงกรรมนี้ อย่างดีก็ซุกขยะให้ไปอยู่ใต้พรมเท่านั้น แต่ถ้ารัฐอยากให้การบินยังอยู่ต่ออยู่รอด รัฐต้องเลิกผูกขาด ขายให้เอกชนที่เป็นมืออาชีพเข้ามาบริหาร ยึดผลประโยชน์ทางธุรกิจเป็นสำคัญ ภายใต้การแข่งขันบนโลกเสรี “....Stakeholders !!! ทั้งหลายจะว่ายังไงละครับ....”
ภาสกร อรรถสิษฐ