894. IKIGAI 2020 สุขจากภายในสู่ภายนอก

IKIGAI เป็นอะไรที่พูดถึงกันในระดับโลก โดยเรื่องนี้ดังขึ้นเรื่อยๆ ผมเองก็สนใจและทำเรื่องนี้จนเปิดเป็น IKIGAI Coaching Certification Programe   IKIGAI มาจากคนตะวันตกชื่อ Dan Buettner ซึ่งเขียนเรื่อง Blue Zone ที่เจาะลึกคนอายุยืน เมื่อปี 2005  แล้วไปเจอว่า มีคนอายุยืนหลายแห่งในโลกหนึ่งในนั้นคือคนโอกิน่าว่า โดยคนโอกิน่าว่าตัวเองมี IKIGAI  ผมก็มีหนังสือเล่มนี้  คนที่มีความสุขที่นั่นสรุปแก่นของชีวิต เป็นคำสั้นๆ เน้นให้มากกว่ารับ IKIGAI ไม่ใช่การทำอะไรเพื่อตัวเอง หรือเอาเข้า แต่เอาออก  ตอนผมอ่านผมก็ยังไม่อินมาก Dan บอกว่าน้อยมากที่จะเอา Ikigai เป็นอาชีพ 

ตอนหลังมาเจอ Clip นี้ครับ ของ Nesle ที่ไปสัมภาษณ์คนโอกินาว่า 5 คน ว่า IKIGAI คืออะไร นี่แหละผมอินเลย นักมวยตื่นขึ้นมาเพื่อเป็นแชมป์โลกและเพื่อทีม ครูตื่นขึ้นมาเพื่อเฝ้ามองดูพัฒนาการของเด็ก คนเลี้ยงม้าตืนมาเพื่อรับผิดชอบม้า นักธุรกิจตื่นขึ้นมาเพราะยิ่งเห็นลูกค้ามีความสุข เขาก็มีความสุข คุณยายตื่นขึ้นมาเพื่อทำขนมให้หลาน ตอนท้ายคุณยายบอกว่า IKigai คือ Happy Everyday    

Clip นี้ผมดูหลายครั้งแล้วน้ำตาซึม เออ อยากให้คนไทยมีภาวะแบบนี้บ้างนะเพราะไปหลายองค์กร แล้วยิ่งการศึกษาสูงงานดีแค่ไหน ตำแหน่งสูงแค่นั้นกลับเหมือนมีชีวิตอยู่ในนรก ผมเองก็เคยเป็น เลยเกิดแรงบันดาลใจค้นหาว่ามันคืออะไร ก็ได้เจ้าวงๆ นี้มาแบบเบลอๆ เออ เข้าท่า จริงๆ มันเหมือนกับการหา Purpose (หรือจุดประสงค์ในชีวิต)  ที่ผมก็เคยเรียนตอนเรียน MBA เมื่อปี 1996 ตอนนั้นเรียนเรื่อง Reason to Exist ว่าองค์กรนี้มาอยู่ไปทำไม ก็รู้สึกว่าเจ้าวงๆ Venn Diagram  ที่ประกอบด้วยว่าคนเราจะมีความสุขนี่ต้องเอาสิ่งที่รัก มาช่วยโลก เอาสิ่งที่เก่งมาเป็นอาชีพ สร้าง Mission  มันก็สอดคล้องกับ Clip ข้างบน ... มันคือตัวนี้ผมดูแล้ว Wow เลยพยายามหาข้อมูล จนเขียนบทความออกมา แล้วอยู่ดีๆ คนก็ forward เอาไปแชร์ต่อเป็นหมื่นๆ ครั้ง 

แรกๆ นอกจากเอามาพูดก็ก็เอามาประยุกต์ใช้ช่วยลูกศิษย์ที่เกลียดงานตัวเอง จนหาแง่มุมที่รักเจอ จากหมอที่เกลียดอาชีพตัวเองก็ค้นพบว่าจริงๆ ตัวเองยังรักอาชีพนั้นอยู่ ต่อมาใช้หาอาชีพ ธุรกิจ นี่ผมทำเป็นหลัก ไปจนถึงความสุขในครอบครัว เอามาเป็นกรอบกลยุทธ์พัฒนาองค์กร คือ เอามาแทน SWOT Analysis  หา Hobby ไปถึงอาชีพหลังเกษียณ พลิกได้หลายมุม  คือใช้ทั้งหาอาชีพ และหามุมมองชีวิตในด้านอื่น  ทำไปทำมาเขียนบทความ มีคนเชิญไปสอน น่าจะเป็นหลักสูตรแรกๆ ที่ Thai Coach (ปัจจุบันเป็นมูลนิธิ Mind Coach)  มีคนมาเรียน 40-50 คน จากนั้นก็กระแสก็เกิดตามมา จนผมเองมีโอกาสเปิดเป็นหลักสูตร IKIGAI Coaching Certification Programme ที่ Coach Thai 

รู้สึกยิ่งใช่ยิ่งลงลึก เลยตามอ่านหนังสือ IKIGAI หลายเล่ม ก็ค้นพบว่า หนังสือ Ikigai ส่วนใหญ่ไม่ได้เขียนโดยคนโอกินาว่า และเริ่มมีกระแสบอกว่าเจ้าวงๆ นี่ไม่ใช่นะ ...เขียนโดยตะวันตก ..ใช่ครับต่อมาผมไปเจอว่า Mark Winn เป็นคนวาดไว้เมื่อปี 2014  แล้วมันแพร่ไปทั่วโลก    เมื่อสืบค้นไปอีกก็เจอว่าจริงๆ คนคิดคือ Andres Zuzugana ในปี 2011 คนๆนี้ผมเคยตามไปฟัง Audio ทั้งคู่ สรุปคือ Mark Winn บอกว่า ได้ยินเรื่อง Ikigai มาแล้วเข้าท่า เลยพยายามอธิบาย แล้วเห็นงานของ Zuzugana   ซึ่งจริงๆ คือคนคิดภาพนี้  Zuzagana เป็นหมอดูครับ แต่เป็นหมอดูที่คิดต่าง มองว่าคนเราสร้างอนาคตได้ ไม่จำเป็นต้องทำตามลิขิตของฟ้า  และเนื่องจากคนมาหาเขาเรื่องอาชีพมาก ก็เลยเริ่มตกผลึกคำแนะนำตัวเอง แล้วว่า Venn Diagram ออกมา เพื่อช่วยลูกค้าที่หลงทางหาจุดประสงค์ (Purpose)  ของชีวิตจนเจอ  โดยตรงกลางจะเป็นรูปดาว   ตามรูปข้างล่าง ตอนหลัง Mark Winn เอาคำว่า IKIGAI มาใส่

ภายหลังมาผมไปเรียนต่อจิตวิทยาบวก (Diploma of Positive Psychology and Wellbeing) ที่อังกฤษ และต่อมาหลักสูตร Certificate in Meaning and Valued Living   ของเนเธอแลนด์  ก็รู้สึกว่าอะไรๆ ของ Ikigai มันเหมือนแนวคิดเรื่อง Purpose/Meaning ของฝรั่งตะวันตกมากๆ ...  แทบจะสูตรเดียวกันเลย  ต่อมาเจาะลึก Maslow ก็ค้นพบว่ามันเป็นอะไรที่ Maslow พูดถึงก็คือ Self-actualization หรือ Purpose แต่ลูกศิษย์ของ Maslow เรียก Trancendance   ดูๆ แล้วคล้าย IKIGAI มากๆ

มาถึงวันนี้ก็อ้อ มันคือความพยายามของฝรั่งที่จะตีความ Ikigai ...  จริงๆ แล้วที่ผมหามาตลอดคือ Purpose ของฝรั่ง คือ Zuzugana Model นั่นเอง

คราวนี้มาดูญี่ปุ่นครับ ผมก็ตามอ่านหลายเล่ม จนเริ่มอิ่มตัว แล้วเริ่มเห็นอะไรแปลกๆคือคนญี่ปุ่นก็เขียนเรื่อง Ikigai ผมก็ซื้อหนังสือของ Ken Mogi มาอ่าน ...ตามไปฟัง PodCast ของนักจิตวิทยาญี่ปุ่น  ซึ่งทั้งหมดไม่ใช่คนโอกินาว่า แปลกมากครับ พูดถึง Ikigai ของคนในโตเกียว...อันนี้ผมก็ทะแม่งๆ เหมือนฝรั่งที่เขียนหนังสือตามๆกันมาอีก ที่พูดถึง Ikigai แต่ยกตัวอย่างคนนอกเกาะ .. คือในโตเกียว  

Ken Mogi สรุปว่าเสาหลักของ Ikigai คือ

  1. เริ่มจากเล็กๆ
  2. ปลดปล่อยตัวเอง
  3. สอดคล้องกับธรรมชาติและยั่งยืน
  4. มีความสุขกับสิ่งเล็กๆ
  5. มีสติ

แล้ว Ken ก็เอาทฤษฎี Flow มาอธิบาย เจ้า Flow นี่เป็นทฤษฎีบทด้านจิตวิทยาบวก คือซึ่งคือภาวะที่มนุษย์เข้าถึง Flow หรือความลื่นใหล ก็คือกิจกรรมที่เราทำมันจะประมาณรูปนี้ ที่เกิดขึ้นทั้งคนที่ทำงานอดิเรก หรืองานประจำ ...  Flow ถ้าพูดง่ายๆ ทำให้คุณเติบโต เพราะมันทั้งสุขและสำเร็จ ... ตอนหลังคนที่คิดทฤษฎีนี้มาศึกษาคนที่มีความคิดสร้างสรรค์นวัตกรรม ที่เป็นประโยชน์ต่อโลกก็จะมี Flow ทั้งนั้น คนพวกนี้รู้สึกชีวิตมีความหมาย (Meaning)  ทั้งนั้น ...ชีวิตที่มีความหมายคือชีวิตที่มีจุดประสงค์ (Purpose) นั่นเอง

อีกท่าน Kamiya ศึกษาเรื่องความหมายของการมีชีวิตอยู่ได้  IKIGAI เป็นประมาณ Need ของมนุษย์ ประกอบด้วย 

ความพึงพอใจในชีวิต

การเปลี่ยนแปลงและการเติบโต 

อนาคตที่สดใส

ความสัมพันธ์ระหว่างบุคลล และการได้รับการยอมรับจากผู้อื่น

อิสรภาพ

การบรรลุถึงศักยภาพสูงสุด (Self Actualization)

การมีชีวิตอย่างมีความหมายและมีคุณค่า

เกิดเป็น Model แบบนี้ครับ นี่เก่าแก่มาก เรียกว่า Kamiya Flower 

ผมว่า Kamiya พูดอะไรคล้ายๆ Maslow  หรือถ้าอธิบายจิตวิทยาบวก ที่ต่อยอดมาจาก Maslow จะตรงกับ PERMA Model นั่นคือ คนจะมีชีวิตที่ดี (Good Life ) ต้องมีองค์ประกอบอยู่ห้าอย่างคือ

ต้องมีอารมณ์บวก (Positive Emotion) 

ทุ่มเทด้วยใจ (Engagement) ซึ่งคือภาวะที่มนุษย์เข้าถึง Flow หรือความลื่นใหล ก็คือกิจกรรมที่เราทำมันท้าทายเราแต่เราก็มีทักษะที่จัดการมันได้ 

มีความสัมพันธ์ที่ดี (Relationship)

งานที่ทำมีความหมาย (Meaning) ซึ่งก็คือคุณรู้ว่างานที่ทำส่งผลให้คนอื่นดีขึ้น

สุดท้ายคือการพยายามสู่ความสำเร็จ (Accomplishment)

พออนุมาณได้ว่าถึงแม้นักจิตวิทยาชาวญี่ปุ่นก็ดูสรุป IKIGAI ออกมาในมิติอะไรที่คล้ายๆ กับทางตะวันตก Maslow, Flow และ PERMA ซึ่ง การจะบรรลุถึงจุดสูงสุดของ Maslow สร้าง Flow และทำให้เกิด PERMA ก็คือการมี Purpose นั่นเอง...

แล้ว Purpose คืออะไร ... ในตะวันตก Purpose คือการที่คุณเกิดมา ก็เพื่อมอบขอบขวัญล้ำค่าให้โลก 1 ชิ้นก็จากไป ... คือเกิดมาทำให้โลกดีขึ้นสักนิดนั่นเอง ...   ปิกาสโซ่ ศิลปินเอกของโลก บอกว่า คุณจะมีชีวิตมีความหมายเพราะคุณค้นพบพรสวรรค์ของตัวเอง แต่ชีวิตที่มีจุดประสงค์ (Purpose) คือคุณได้เอาพรสวรรค์คุณไปช่วยผู้อื่น   คล้ายกันไหมครับ...Purpose เท่าที่ผมรู้ตอนนี้ มีพูดถึงตั้งแต่ในยุคโรมัน ยุคจักรพรรดิมาคัส ออเรลเลียส  ที่ถือเป็นจักรพรรดินักปรัชญา ถ้าดูประวัติจะคล้ายๆ ในหลวง ร.9 ท่านทำเพื่อประชาชนจริง ..  ท่านพูดถึงเรื่อง Purpose

ก่อนหน้ามาคัสในยุคกรีกครองโลก ก็มีพูดถึงความสุขสองแบบคือ Hedonia ที่เน้นการเสพสุข  (เอา) กับ Eudaimonia (เป็นคนดีแล้วต้องทำดีด้วย) หรืออะไรที่เน้นการให้   อริสโตเติ้ลบอกว่า Edaimonia คือสิ่งที่ทำให้มนุษย์สุขที่สุข ตอนหลังมีการเอาไปทำวิจัย ก็จริงมีการค้นพบว่าคนที่ให้มากกว่ารับ มีความสุข มีแรงบันดาลใจ สร้างสรรค์กว่า .. Eudaimonia กับ Purpose ก็แทบจะเรื่องเดียวกัน  ดูภาษิตกรีกครับ อธิบายอุดมคติเรื่องนี้ได้เลยคือ สังคมใดที่ผู้ใหญ่กล้าปลูกต้นไม้ไว้ทั้งๆที่ไม่รู้ว่าจะไม่มีวันได้อาศัยร่มเงาต้นไม้ที่ตัวเองปลูกไว้ สังคมนั้นจะรุ่งเรืองแน่นอน ... 

ตอนหลัง Eudamonia นี่เอง ผสมกับปรัชญาต่างๆ เช่นเต๋า พุทธ ที่เป็นอะไรคล้ายๆ กับนำมาสู่การต่อยอดแนวคิดของ Maslow กลายเป็นวิชาจิตวิทยาบวก (Positive Psychology) ที่ผมเรียนก็จะเน้นการค้นหาความดีในตัวเอง แล้วเอาไปช่วยคนรอบข้างและสังคม...

แต่ก่อนหน้าจิตวิทยาบวกก็จะมีศาสตร์หนึ่งชื่อ Logotherapy ที่เน้นบำบัดคนด้วยการหา Purpose และการหาความหมายในชีวิต   ก็ทำอะไรคล้ายๆ Zuzugana ...เลยไม่แปลกที่ระยะแรกๆ ผมเอาวงนั้นไปช่วยลูกศิษย์ที่หมดไฟในการทำงาน ปรากฏไปต่อได้เลย 

ง่ายๆไหมครับ ลืมตัวเองซะ คนมีปัญหาเพราะคิดถึงแต่ตัวเอง ไปช่วยคนอื่นครับ ชีวิตจะมีความหมาย คล้ายๆกันไหมครับ  มาถึงตอนนี้พออนุมานได้ว่า

IKIGAI พอเทียบเคียงได้กับ Edaimonia/Purpose/Meaningful Life  

ที่เน้นการให้มากกว่ารับ 

แล้วล่าสุด เพิ่มรู้อีกว่าอาจารย์ที่รู้จักมานาน เคยอยู่โอกิน่าว่ามาสิบปี ก็เลยมีโอกาสสัมภาษณ์ตั้งแต่การสะกดคำว่า IKIGAI มันอ่านว่า อิกิไก ไหม..ท่านก็บอกว่าไม่ใช่แต่ใกล้เคียงสุด ท่านบอกอีกไอ้วงๆ ที่พูดกันก็ไม่ใช่ แต่พอเล่าไปเล่ามาก็ดูคล้ายๆ ... ตัวท่านเองก็คือ ท่านก็เอาพรสวรรค์ตัวเองไปช่วยสังคม ก็เข้าข่ายให้มากกว่ารับ มี Purpose และเป็นคนดี ที่เราอยากคบหามากๆ ...  

ให้มากกว่ารับ ตอนนี้เป็นอาชีพ เลย ส่วนในชีวิตส่วนตัวก็ให้มากกว่ารับอีก เป็นคนน่ารักมากๆ ดูไม่ใช่ญี่ปุ่น ที่ผมเห็นส่วนใหญ่อีก... มีความเฉพาะตัว ...  เคยได้ยินว่าเวลาคนญี่ปุ่นุยกับคนโอกินาว่าก็จะงงๆ ดูไปคนละทาง..อีก

ล่าสุดมีฝรั่งอีกคนชื่อ Nikolas Kemp สรุปว่า IKIGAI มันต้องหน้าตาแบบนี้... คนนี้สัมภาษณ์มาทุกคนทั้งฝั่งญี่ปุ่นและฝรั่ง น่าเชื่อถือครับ ดูๆ ไปก็จะคล้ายๆ PERMA เหมือนกัน .. 

คราวนี้ในบริบทไทยๆ ผมก็นึกมาตั้งนาน ...ผมชื่นชมใครที่สุด... คนมีจิตวิญญาณไงครับ เคยเจอไมหผมถามลูกศิษย์ ครูที่มีจิตวิญญาณ ให้มากกว่ารับทั้งนั้น ดูทุ่มเท แต่ก็มีความสุขที่จะทำ พัฒนาตัวเองไม่หยด ช่วยคนไม่หยุด ...ให้มากกว่ารับ ..ก็สอดคล้องกับ IKIGAI ของ Model Zuzugana นั่นเอง และมักมีคนถาม อาจารย์ครับ เชื่อมโยงกับทางพุทธอย่างไร ตอนแรกผมเข้าใจว่ามันคืออิทธิบาท 4 ผสมกับพรหมวิหาร 4...เท่าที่ผมฟังท่านประยุต ประยุตโต  ปราชญ์ทางศาสนาพุทธ เหมือนอิทธิบาท 4 นี่ครอบคลุมเลยครับ  

ส่วนฝั่งมหายาน ท่านดาไลลามะพูดไว้เช่นนี้ครับ 

"มนุษย์เหมือนแขกมาเยือนโลกนี้ มีชีวิตอย่างเก่งก็ไม่เกิน 100 ปี ดังนั้นเราต้องพยายามทำดี มีประโยชน์ต่อมนุษย์ด้วยกัน หาคุณช่วยให้คนอื่นมีความสุข คุณจะบรรลุเป้าหมายชีวิตที่แท้จริง และนั่นคือความหมายของชีวิตที่แท้จริง"

ประมาณเกิดมาเราต้องให้มากกว่ารับ นั่นเอง 


สรุปแล้วอยากมีชีวิตที่ดีต้องมี IKIGAI/Purpose/Eudamonia/Meaningful Life/Self-actualization/จิตวิญญาณ/อิทธิบาท 4    นั่นเอง

ส่วนทฤษฎีทางจิตวิทยาที่อธิบายได้คือ Flow, PERMA และ Maslow ครับ 

ส่วนหาอย่างไร ดูแล้ว ของ Zuzugana เข้าท่าที่สุด แต่ แต่ผมก็พัฒนาต่อยอดให้เข้ากับบริบทสังคมไทยเป็น IKIGAI Canvas หรือการค้นหาจิตวิญญาณนั่นเอง ผมจะเปลี่ยน Procfession กับ Vocation เป็นอาชีพ หรือ Carreer Path ครับ   คุณอาจหาแบบ Kem Mogi ก็ได้แล้วแต่ 

แล้วจะใช้ชีวิตอย่างไรให้เรามีความสุข ก็เอามาผสมกับ PERMA ครับ  ตอนหลังผมจะบรรยายโดยพยายามโยงไปถึง PERMA มากกว่า

แต่เนื่องจากฮิตมาก  ผมก็จะใช้คำว่า IKIGAI ไปก่อน แบบ Zuzugana  แล้วไปอธิบายที่มาที่ไปทีหลัง ...

คำถามคือเราจะเลิกใช้วิธีการหา IKIGAI ที่ตามกรอบที่คุณ Mark Winn เอามาจาก Zuzugana หรือไม่  ที่คนจำนวนมากเริ่มบอกว่าไม่ใช่ 

ผมว่าใช้ได้เหมือนเดิมครับ เพราะพอสังเคราะห์ทฤษฎีแล้วมันพออธิบายกันได้  (แต่อาจสื่อสารว่าเป็นส่วนหนึึ่งของ IKIGAI แบบญี่ปุ่น หรือเป็นเฉพาะ Purpose ครับ ผมเองตอนนี้ใช้ IKIGAI/Purpose)

สรุปแล้วใข้ Zuzugana Model of Purpose ได้ เหมือนเดิม เพราะหลังไปลองใช้ มันเป็นรูปธรรม ทำให้คนค้นพบ Purpose ได้เร็วๆ เอาไปต่อยอดหาอาชีพ แก้ปัญหาได้หลายเรื่อง มีบอกมาหลายคนแล้ว พอเจอมันอยากตืนไปทำงานทุกๆ วัน ชีวิตมันดีกว่าเดิมครับ ...

สำหรับผมแนะนำใช้ต่อ แต่บอกที่มาที่ไปให้ชัดเจน ..ให้เกียรติต้นฉบับ ตอนหลังผมก็จะใส่ไว้ใน Sheet เลย  และมักบอกว่าผมสอน IKIGAI/Purpose .. ที่เป็นรูปแบบของผม โดยใส่ Model ของคนอื่นๆ จนถึง Ken Kogi ไว้ด้วย ... ถ้าชอบ Model อื่น ก็เปิดกว้างไปเลยครับ.  แต่ต้องบอกให้รู้ท่านมาให้เกียรติคนคิด 

สรุป

Who ใครควรหา IKIGAI

  1. ไม่ค่อยมีความสุข เบื่อวันจันทร์
  2. ทำงานไปก็ม่เก่งขึ้นดูไม่มีอนาคต
  3. มีความทุุกข์ในชีวิต 
  4. อยากมีความสุขในการทำงาน 
  5. อยากมีความสัมพันธ์ที่ดีกับคนรอบข้าง
  6. หรืออยากทำให้โลกนี้ดีขึ้นกว่าเดิม (นี่น่าจะเป็น IKIGAI ที่ไปไกลสุด)

Why เพราะมันทำให้คุณมีคุณค่า มีความสุขทุกวัน จับพลัดจับผลูเป็นอาชีพที่รักไปเลย ผมเอง IKIGAI ของผมก็เริ่มจากการใช้จิตวิทยาบวกไปช่วยคนรอบตัว Happy ขึ้น แต่ชักมันส์ เลยเริ่มจริงจัง จาก Hobby กลายเป็น Serious Hobby  อยู่ไปอยู่มามีคนเชิญไปบรรยาย เลยกลายเป็นอีกอาชีพหนึ่งไปเลย  นี่คือวิวัฒนาการไม่ได้ตั้งใจทำเป็นอาขีพแต่แรก .

How สำหรับผมใช้ Model Zuzugana ผสมผสานกับ PERMA และ อื่นๆ ที่คิดว่าช่วย เช่นหลักศาสนา มิติทางวัฒนธรรมของท่าน (ความเห็นของผม ผมไม่มองแบบ Ken Mogi)  ถึงยังไม่ตรงอะไรที่คนญี่ปุ่นเชื่อ แต่ผมมองว่าการดัดแปลงไม่มีปัญหาครับ เพราะ Ken Mogi เองก็ยกตัวอย่าง Jiro เทพเจ้าซูชิ ที่ผมว่าทะแม่งๆ ครับ ...ดูมี IKIGAI แต่ขอโทษครับทำงานแบบไม่หยุดทั้งวันทั้งคืน Jiro เอง บอกว่า สมัยหนุ่มๆ ทำงานหนักขนาดที่ว่าลูกเขาถามแม่ว่าผู้ชายคนนี้คือใคร ...จากประวัติที่เขาเล่าเอง...ผมรู้สึกว่าถ้า IKIGAI เป็นแบบนี้ผมว่าผมไม่เอาด้วยครับ เพื่อนผมอยู่บริษัทญี่ปุ่นมีเพื่อนทำงานแบบ Jiro ตายคาหน้าที่ ดู Ikigai แนวเดียวกัน ครอบครัวเศร้าไปเลย ตายตั้งแต่หนุ่ม เพื่อนผมเลยลาออกจากบริษัทญี่ปุ่นมาเป็นอาจารย์อยู่มข. นี่เอง)    คือดูทรงแล้วไม่รู้เชื่อใครดี 

IKIGAI ที่ผมทำเน้นอาชีพ เพราะ IKIGAI มันได้หลายอย่าง แต่ผม Apply มาทำ อาชีพ ที่เน้นการสร้างประโยชนน์ให้กับโลก ไม่ทำเพื่อตัวเองในมุมนี้ ไม่เอาทำเพื่อตนเอง เป็นการกินกาแฟ นี่ผมไม่หาครับ เฉพาะมุม Purpose เท่านั้น  

Where หาได้หมดทั้งที่บ้าน สังคม งาน 

Who ทุกคน

What งาน ชีวิตส่วนตัว hobby อาชีพ ก่อนเกษียณ หลังเกษียณ  

หาแล้วลองดูว่าเราสุขกว่าเดิมไหม สนุกกับการทำงานไหม เก่งขึ้นไหม ช่วยคนได้มากขึ้นไหม

..นี่ครับเหตุผลของการมีชีวิตอยู่ หรือจะเรียกอะไรไม่รู้  ikigai/purpose ผมว่ามันดีต่อชีวิตมากครับ ผมเรียกว่าจิตวิญญาณแล้วกัน คนมีจิตวิญญาณ ยังไงก็มีความสุข และเป็นประโยชน์ต่อโลกแน่นอน

ผมเองได้ต่อยอดมาเป็นของคนไทยขอเรียกว่าการค้นหาจิตวิญญาณ 

จิตวิญญาณของท่านคือะไร ประมาณนี้

นี่คือเท่าที่ผมรู้ตอนนี้ ปีหน้าคงมีอะไร update กว่านี้ครับ 

วันนี้พอเท่านี้ เพียงเล่าให้ฟัง ลองเอาไปพิจารณาดูนะครับ

บทความโดยดร.ภิญโญ รัตนาพันธุ์

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน Appreciative Inquiry



ความเห็น (0)