ผู้สูงวัยสุขภาพดีสร้างได้เมื่อปลูกผักกินเอง

           ‘สังคมสูงวัย’ (Aging Society) ไม่ใช่เรื่องใหม่ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) คาดการณ์แล้วว่า ประเทศไทยจะกลายเป็นสังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ภายในปี 2564 และจะเป็น ‘สังคมสูงวัยระดับสุดยอด’ (Super Aged Society) ซึ่งมีคนอายุ 65 ปีขึ้นไป ถึง 18.7 ล้านคน หรือร้อยละ 28 ในอีกราวสิบปีต่อจากนั้น

        การมีผู้สูงอายุมากขึ้น ยังไม่น่ากังวลเท่ากับเรื่องสุขภาพที่ผู้สูงอายุกำลังเผชิญ โดยผลสำรวจสถานการณ์ผู้สูงอายุมูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย พบว่า ผู้สูงอายุไทยไทยกำลังมีปัญหาด้านสุขภาพมากกว่าครึ่งหนึ่งจากทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน โรคข้ออักเสบ กล้ามเนื้อหัวใจตายและอัมพาต ทั้งยังมีอัตราของการอยู่ลำพัง ไม่ได้รับการดูแลมากขึ้น

            เมื่อปัญหาสุขภาพมีต้นทางมาจากการบริโภคและวิถีการดำเนินชีวิต จึงเป็นที่มาของ “โครงการขับเคลื่อนเครือข่ายที่ส่งเสริมการบริโภคผักผลไม้ปลอดภัยเพื่อสร้างสุขภาวะในกลุ่มผู้สูงอายุ”ที่เครือข่ายผู้สูงอายุสุขภาพดี ทำร่วมกับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ซึ่งเน้นเรื่องการสร้างสิ่งแวดล้อมเพื่อวิถีชีวิตที่ดีของผู้สูงอายุ

            นิธิวดี บัตรพรรธนะ ผู้จัดการโครงการ กล่าวว่า โครงการฯ เอาจุดแข็งของผู้สูงอายุในเมืองมาผนวกกัน เน้นการรวมกลุ่มทำกิจกรรมของผู้สูงอายุ ทั้งการออกกำลังกาย การบริโภคอาหาร โดยเฉพาะการการส่งเสริมการปลูกผักเพื่อบริโภคในครัวเรือนเพื่อหลีกเลี่ยงอาหารที่ไม่ถูกสุขลักษณะ อาหารที่มีการปลอมปนสารเคมีหรือ ผัก-ผลไม้ ที่ไม่ปลอดสารพิษ

            “การดูแลสุขภาพให้ดีเป็นอย่างไรทุกคนรู้อยู่แล้ว ผู้สูงอายุรู้ดีว่าต้องบริโภคแต่พอดี ทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ หลีกเลี่ยงอาหารปลอดสารพิษ ข้อความเหล่านี้ถูกแชร์มาในกลุ่ม Line ของผู้สูงอายุ แต่ก็ไม่มีใครยืนยันว่าวิธีไหนจะดี และจะทำตามคำแนะนำนั้นอย่างไร เราจึงสนับสนุนให้ผู้สูงอายุรวมตัวกัน เพื่อส่งเสริมแนวทางดูแลสุขภาพ และหนึ่งในแนวทางคือการรวมกลุ่มกันปลูกผัก เพื่อหาจุดเริ่มว่า จะปลูกผักกินเอง ต้องเริ่มอย่างไร ใช้การดูแลระดับไหน เพื่อให้องค์ความรู้ถูกนำไปปฏิบัติจริง”

            อย่าลืมว่าเมื่อเข้าสู่วัยชรา การบริโภคยิ่งต้องพิถีพิถันมากขึ้น โดยเฉพาะการรับประทานผักและผลไม้ ซึ่งผู้สูงอายุควรเลือกกิน ผักหลาย ๆ ชนิดสลับกัน ควรปรุงโดยวิธีต้มสุกหรือนึ่งเพราะจะทำให้ย่อยง่ายและช่วยให้ขับถ่ายเป็นปกติ และในแต่ละวันผู้สูงอายุควรรับประทานผักให้ได้มื้อละ 2 ทัพพี

            เช่นเดียวกับการบริโภคผลไม้ ซึ่งผู้สูงอายุก็ควรกินผลไม้ ทุกวันเพื่อจะได้รับวิตามินซีและเส้นใยอาหาร ควรเลือกผลไม้ที่มีเนื้อนุ่ม เคี้ยวง่าย หากสำหรับผู้สูงอายุที่อ้วนหรือเป็นเบาหวานให้หลีกเลี่ยงผลไม้หวานจัด

            ทั้งนี้ในโครงการฯ ชุมชนต้นแบบจะร่วมกันสร้างแนวทางสุขภาพโดยมีการปลูกผักเป็นแกนหลัก ควบคู่กับการลดการบริโภคอาหารหวาน มัน เค็ม และเพิ่มกิจกรรมทางกาย โดยเชื่อมโยงการขับเคลื่อนโครงการร่วมกับภาคีและแผงงานต่างๆ อาทิ แผนอาหารเพื่อสุขภาวะ แผนส่งเสริมกิจกรรมทางกาย ร่วมผลักดันให้เกิดเครือข่ายผู้สูงอายุที่เข้มแข็ง มีการพัฒนา ต้นแบบที่เป็นรูปธรรม

            แสนชัย ทองพอใจ ชมรมผู้สูงอายุใต้ทางด่วน หมู่ 9 อ.เมือง จ.นนทบุรี เล่าว่า แต่เดิมกลุ่มผู้สูงอายุแต่ละครอบครัวในชุมชนได้ปลูกผักไว้รับประทานอยู่แล้ว แต่เมื่อเกิดชมรมผู้สูงอายุและร่วมโครงการ ได้เกิดการร่วมกลุ่ม แบ่งปันความรู้ แบ่งปันทรัพยากร เปิดรับความรู้จากนักวิชาการภายนอก เพื่อเกิดการใช้พื้นที่ในชุมชนผลิตอาหารปลอดภัยให้มีประสิทธิภาพขึ้น มีแนวคิดการบริโภคอาหารที่ถูกหลักโภชนาการสอดคล้องกับช่วงวัย

            “นอกจากได้ผักปลอดสารพิษ การปลูกผักกินเองที่บ้าน ยังทำให้ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ได้มีกิจวัตรประจำวันทำ โดยไม่รู้สึกเหงา และการปลูกผักยังช่วยเสริมให้คนในสังคมกลมเกลียวมากขึ้น จากเดิมที่ปลูกใคร-ปลูกมันเราก็มีการพูดคุยกัน มีการแบ่งปันผลผลิต เอามาแลกกัน ทั้งผักสวนครัว ผักที่เอามาทำอาหารง่ายๆ ผักพื้นบ้านที่หากินยากๆ  พอเราเด็ดผักที่ปลูกมาปรุงเป็นเมนูอาหารก็จะแบ่งไปให้คนใกล้ๆบ้านชิมกันบ้าง ผักที่ปลูกเองยังทำให้ประหยัดค่าใช้จ่าย ทำให้ชุมชนมีสิ่งแวดล้อมที่ดี ร่มรื่น พื้นที่ตรงไหนที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ก็จะเอาเมล็ดพันธ์มาลง”

            ธนาวิทย์ ฤทธิ์ศรี กลุ่มผู้สูงอายุเขตราชเทวี กล่าวว่า การรวมตัวของผู้สูงอายุทำให้รู้สึกไม่เหงา มีกิจกรรมทำ ขณะเดียวกันก็ยังแลกเปลี่ยนความรู้ในการดูแลสุขภาพ เป็นแรงกระตุ้นที่จะผลักดันตัวเองให้ดีเหมือนเพื่อน สร้างทางเลือกของคุณภาพชีวิต เช่น การออกกำลังกาย การบริโภคอาหาร รวมถึงการแลกเปลี่ยนแหล่งผลิตอาหารปลอดภัย และสูตรการรับประทานอาหาร

            การปลูกผักซึ่งเป็นเนื้อหาสำคัญของกิจกรรมนั้น ช่วยทำให้เราได้กินผักปลอดสารพิษ และยังทำให้เราได้ออกกำลังกาย เมื่อได้พันธุ์ผักไปแลกกับเพื่อนๆ เกิดสังคมของคนปลูกผักที่จะแลกเมล็ดพันธ์กัน ไม่ว่าจะเป็น ผักสวนครัว หรือผักท้องถิ่นที่หาบริโภคได้ยาก

            ชนม์ชนา ชุมทอง ชมรมผู้สูงอายุเคหะชุมชนบางบัว บอกว่า การปลูกผัก ซึ่งทำให้มีสุขภาพจิตดี รู้สึกว่าชีวิตไม่น่าเบื่อ และมีเป้าหมายในการดำเนินชีวิต รู้สึกใจสงบ และการปลูกผักยังเป็นจุดเริ่มต้นของการทำกิจกรรมอื่น เช่น ชอบไปร่วมกิจกรรมเต้นลีลาศกับชมรมสัปดาห์ละ 1 ครั้ง การรวมตัวไปทอดกฐิน ไปทำบุญ

            ทางด้าน ดร.สง่า ดามาพงษ์ นักวิชาการด้านโภชนาการในฐานะผู้ทรงคุณวุฒิสสส. กล่าวในงานสัมมนานำเสนอผลสำเร็จโครงการฯ ว่า กลุ่มผู้สูงอายุที่รวมตัวกัน มีแนวโน้มที่จะมีอายุยืนมากกว่าผู้สูงอายุที่อยู่อย่างโดดเดี่ยว สิ่งที่ชุมชนและสังคมต้องร่วมทำคือการร่วมสร้างคุณค่า หันมาสนใจเรื่องการบริโภคอาการที่สอดคล้องกับช่วงวัย มีกิจกรรมรองรับให้ทั้งผู้สูงวัยและสมาชิกในครอบครัวสามารถใช้เวลาร่วมกันได้ เช่นเดียวกับผู้สูงอายุเองที่ต้องเตรียมตัว ดูแลตัวเอง ออกกำลังกาย กินอาหารให้ถูกต้อง ควบคุมอารมณ์ให้เป็น นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน สร้างสรรค์โอกาส สสส.



ความเห็น (0)