GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

ห้อง W-5 "คุณกิจ" กับการออกแบบกระบวนการเรียนรู้ (ตอนที่ ๕)

การงานจริงมันคือพื้นที่ ที่สามารถนำมาทำเป็น Active Learning ได้อย่างเต็มรูปแบบ และมันทลายกรอบสมมุติของการเรียนรู้ในเชิงโรงเรียนลง และพาเข้าสู่ชีวิตจริง

ผู้ฟัง ดิฉันเป็นพยาบาล   เรียนนวดไทย   เอาเด็ก ป.๔ ถึง ม.๑ มาฝึกอบรมเรื่องนวดเท้า   แล้วเมื่อเด็กกลับไปบ้านก็ไปนวดให้ผู้ปกครอง   มีบางท่านตามมาถึงที่ฝึกอบรมเลย   บอกว่าเด็กคนนี้ไม่เคยพูดกับท่านผู้นี้เลย   แต่ตอนนี้เขาพูดด้วยแล้ว เพราะได้นวดให้แล้วท่านผู้นี้ให้ทิปไป ๒๐ บาท   เด็กดีใจมาก   ตั้งแต่นั้นก็มีการพูดคุยกัน   แต่ที่ผู้ถามมีความกังวลใจคือเมื่อเราพาเด็กเป็นกลุ่มออกไปฝึกงาน ไปนวดตามงานต่างๆ ก็มานึกถึง “แรงงานเด็ก” ไม่ทราบว่าจะมีปัญหาด้านกฎหมายอะไรหรือเปล่า   ฝากถามว่าอาจารย์มองอย่างไร

ครูใหม ่…เท่าที่ฟัง   ประเด็นแรกที่จะนึกถึง   ไม่ใช่แรงงานเด็ก   แต่เป็นเรื่องของภูมิปัญญาไทย   ที่ถ่ายทอดผ่านจากรุ่นสู่สรุ่น   และการสร้รางความสัมพันธ์ผ่านร่างกาย   ซึ่งเป็นการเปิดประตูด้วยการสัมผัสทางกาย   ฟังแล้วยังตาลุกเลยว่าอยากขอเชิญท่านมาเป็นวิทยากรให้เด็กๆ ที่โรงเรียนบ้าง   เพราะการที่เขาได้เห็นฤทธิ์ของการทำงานด้วยกาย   มันสร้างสัมมาทิฐิ   ไม่งั้นเด็กมักจะอยู่กับควาามคิดจนฐานกายหายไปหมด   อีกทั้งเรื่องของสปาก็เป็นอนาคตของชาติในความคิดของรัฐบาลชุดที่แล้ว   ถ้าทุกคนรู้ไว้ก็ไม่เสียหาย   การที่เราไปนวดเขาก็เป็นการดูแลเอาใจใส่เขา   ไม่ว่าจะรู้จักกันหรือไม่ก็เหมือนการแผ่เมตตาให้กับสรรพสัตว์   เป็นประตูเปิดสู่การมีจริยธรรมอย่างสูง   และยิ่งถ้าเขามีความชำนาญจนถึงขั้นรักษาได้   มันก็จะยิ่งเพิ่มความใหญ่ขึ้นไปอีก   เลยมองข้ามประเด็นอื่น   แต่มองถึงประเด็นการเรียนรู้จากรุ่นสู่รุ่นมากกว่า   และถ้าเขายังคงอยู่ในการศึกษาก็คืออยู่ในระบบโรงเรียน   อันนี้ก็ไม่น่าจะมีใครมาเอาผิดได้

ครูอิ่ม ...ฟังครูใหม่พูดแล้วนึกถึงคำว่า Powerful Learning เรื่องแรงงานเด็กกลายเป็นจุดเล็กๆ ไกลมาก   แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือพลังที่เกิดขึ้นในใจของคนที่เกี่ยวข้องทุกๆ คน   ที่เกิดจากการเรียนรู้ของเด็กๆ   มากกว่า

ครูปาด ...ขอความเห็นเรื่องแรงงานเด็ก   ครูที่เล่นเรื่อง   Active Learning มาตลอดก็น่าจะเห็นพ้องกันว่าการเรียนแบบนี้นั้น   เมื่อถึงจุดแล้วจะเป็นการงานจริง   และการงานจริงมันคือพื้นที่ ที่สามารถนำมาทำเป็น Active Learning ได้อย่างเต็มรูปแบบ   และมันทลายกรอบสมมุติของการเรียนรู้ในเชิงโรงเรียนลง   และพาเข้าสู่ชีวิตจริง   โดยส่วนตัวผมกับทีมคิดว่าการงานเป็นพื้นที่การเรียนรู้ที่ดีที่สุด   เด็กควรจะได้ทำงาน   แต่เราก็ต้องแยกให้ออกว่า กฎหมายแรงงานเป็นห่วงในเรื่องการนำเด็กไปทำงานที่ไม่สร้างสรรค์   ในเวลาที่ไม่เหมาะสม   ปริมาณงานที่ไม่เหมาะสม   และในเงื่อนไขที่ทำร้ายเด็ก   แต่ถ้าไม่ใช่เงื่อนไขพวกนี้   ผมก็คิดว่าการงานน่าจะเป็นการเรียนรู้ที่ดีที่สุด  

ประมาณปี ๒๕๔๒   ที่พรบ.การศึกษาใหม่จะออกแต่ยังไม่ออก   ตอนนั้นพวกเรายังอยู่ในโรงเรียนเก่าที่เป็นโรงเรียนที่บุกเบิกวิธีคิดการเรียนการสอนแบบนี้   พรบ.ยังไม่ออกแต่เราก็ตัดสินใจ   เมื่อมีผู้ปกครองมาถามว่า   เขามีโรงงานฟอร์นิเจอร์ อยากเอาเด็กไปฝึกงานไหม   พวกเราตาวาวเลยไม่สน พรบ.แรงงานแล้ว   พาเด็กไปฝึกงาน   ไปอยู่กันหลายวันไปกินนอนกันจริงๆ   เป็นเด็กมัธยมต้น   และเมื่อ    พรบ.ออกมาก็เห็นว่าสอดคล้องกับแนวทางของเราอยู่   ระยะหลังมานี้ก็เห็นท่าทีของรัฐบาลดีขึ้น   เช่น โครงการให้นักเรียน นักศึกษาออกไปทำงานภาคฤดูร้อน   ซึ่งกรณีนี้ก็ล่อแหลมกับเรื่องกฎหมายแรงงาน   แต่ก็น่าจะแยกออกจากเรื่องของการศึกษาหรือการพัฒนามนุษย์ได้   เพราะ Active Learning กับการงานเป็นเรื่องที่แยกออกจากกันไม่ได้

ครูใหม่…   ขณะนี้ได้เวลาอาหารกลางวันพอดี   จึงขอเชิญไปรับประทานอาหารและกลับมาพบกับ Active Learning กันในภาคบ่ายนี้นะคะ   

ถอดเทปช่วงเช้า  ตอนที่    1    2    3    4    5       สรุปช่วงบ่าย

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 67661
เขียน:
แก้ไข:
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (0)