การตีความความหมายของการศึกษาในยุคปัจจุบัน น่าจะไปไกลกว่า 21stCentury Skills แต่ต้องตีความให้ลึก   

 แนวความคิดนี้ ผมไม่ได้คิดขึ้นเอง     เคยอ่านพบที่ไหนก็ลืมไปแล้ว     แต่ติดอยู่ในใจผมตลอดเวลา    เป้าหมายของการศึกษาที่พูดกันทั่วไปนั้น ยังไม่ลึกพอ     

 ในมุมมองหนึ่ง การศึกษาที่แท้เป็นการวางพื้นฐานชีวิตคน    ซึ่งหากมองแบบนี้ การวางพื้นฐานให้เป็นคนดี เป็นเรื่องสำคัญที่สุด    คือให้เป็นคนมีสัมมาทิฏฐิ หรือยึดหลักการดำเนินชีวิตที่ถูกต้อง    มีความมั่นคงในหลักการนั้น    ไม่ถูกสั่นคลอนได้ง่ายโดยความเย้ายวนสารพัดรูปแบบ    ที่ภาษาอังกฤษเรียกว่ามี integrity   การวางพื้นฐานนี้ฟังดูพื้นๆ     แต่ในชีวิตจริงมีความซับซ้อนมาก    และแม้แต่คนที่รักและห่วงใยเด็กอย่างยิ่ง คือพ่อแม่และครู ก็อาจหลงดำเนินการไปในทางที่ก่อผลลบได้ง่าย

ตัวอย่างอยู่ในหนังสือ พลังแห่งวัยเยาว์     

ในอีกมุมหนึ่ง การศึกษาคือการฝึกฝน ทักษะการตัดสินใจ (decision-making skills)    ทั้งที่เป็นเรื่องเล็กๆ  ไปจนถึงเรื่องใหญ่ในชีวิต    ที่เป็นการตัดสินใจเลือกเส้นทางชีวิตตรงทางสามแพร่ง    

การตัดสินใจที่ถูกต้อง นำไปสู่การมีชีวิตที่ดี  

เนื่องจากบันทึกชุดนี้ มุ่งเล่าชีวิตตนเองด้วย    จึงขอเล่าการตัดสินใจเลือกเส้นทางชีวิตของผมที่ภรรยาไม่เห็นด้วยอยู่ ๕ ปี    แม่ไม่เห็นด้วยอยู่ ๑๐ ปี    แต่เมื่อเวลาผ่านไป ๒๕ ปี  ทุกคนเห็นด้วยว่าผมตัดสินใจถูก  

นี่คือการตัดสินใจเลือกเส้นทางอาชีพ จากอาชีพหมอ สู่เส้นทางรับใช้สังคมในมิติที่กว้างกว่า     อาชีพหมอได้รับทั้งเงินและ “กล่อง” (เกียรติ)    อาชีพรับใช้สังคมคลุมเครือไม่ชัดเจน ไม่มีคนเชื่อถือหรือให้คุณค่า     ในกรณีของผมเริ่มจากการเป็นนักวิชาการหรือนักวิจัย    และมีเส้นทางนักบริหารเข้ามาเจือปนเป็นบางช่วง    จนในที่สุดกลายเป็นงานรับใช้สังคมหลัก   

ความห่วงใยของคนที่รักผมคือแม่และภรรยา คือชีวิตจะยากจนเกินไป    แต่ผมมีนิสัยไม่กลัวอนาคต มุ่งไปเอาดี (ไม่ใช่ตาย) ดาบหน้า     ตอนนั้นไม่รู้ว่าตนเองมีดีตรงที่ความเป็นแก้วพร่องน้ำ     มีความกระหายต่อการเรียนรู้ เป็นอาวุธประจำตัว    

การตัดสินใจเป็นกระบวนการที่ซับซ้อน    และเกณฑ์ความสำเร็จในการตัดสินใจเลือกเส้นทางชีวิตซับซ้อนยิ่งกว่า    แต่เมื่อเอาพื้นฐานความเป็นคนกินง่ายอยู่ง่าย มีความต้องการน้อย    การวินิจฉัยว่าตัดสินใจถูกก็ไม่ยากเกินไป

ที่จริงพลังเบื้องหลังการตัดสินใจของผมคืออุดมการณ์    ยุคนั้นเป็นยุคคนหนุ่มสาวคลั่งอุดมการณ์เพื่อสังคม     ผมมุ่งดำเนินตามอุดมการณ์ผลประโยชน์ของสังคมอยู่เหนือผลประโยชน์ส่วนตน    และยึดมั่นเรื่อยมาเป็นเวลากว่าครึ่งศตวรรษ    และยืนยันว่าเป็นพลังขับดันที่ให้คุณยิ่งแก่ชีวิต

จึงเกิดคำถามว่า การศึกษาในปัจจุบันมุ่งสร้าง “อุดมการณ์ เพื่อมวลชนใช่ตนเอง”    มากน้อยแค่ไหน

วิจารณ์ พานิช  

๙ มี.ค. ๖๓

บนรถเดินทางไปจามจุรีสแควร์