ผู้เขียนมาอยู่เวรเช้าวันเสาร์ด้วยอารมณ์ดีและมาเช้ากว่าปรกติเป็นพิเศษ เพราะปรกติทั่วไปที่ผ่านมาจะมาแบบเหยียบเมฆ เอ๊ย ! เหยียบเส้นเวลาพอดิบพอดี 8.30 น. เผลอ ๆ ก็ ± 2 SD เอ๊ย !± 5 นาที วันนี้ก็นับว่ามาเร็ว...

 
ก็เดินตระเวนเปิดเครื่องวิเคราะห์อัตโนมัติตามปรกติ เครื่องโน้นเครื่องนี้ จนมาถึงเครื่อง Elecsys ปรากฏว่าน้ำยาสำหรับตรวจ Troponin T เหลือทำได้แค่เพียง 1 ราย เลือกทำ Control ก็ไม่มีประโยชน์ เพราะเปลี่ยนน้ำยาอันใหม่ก็ต้องเปลือง control ซ้ำอยู่ดี ครั้นจะเลือกทำคนไข้ก็ไม่ได้ เพราะไม่รู้ Control จะได้มั๊ย ? เกิดน้ำยาเสียหรือเครื่องเกิดกระตุกก็ไม่มีอะไรมารับรองผลของคนไข้รายนั้น ก็เป็นอันว่าน้ำยาเสียไปเปล่า ๆ 1 ราย
ว่าแล้ว...ก็ไปค้นเอาน้ำยาขวดใหม่มาดีกว่า เผอิญซะด้วยสิ สองวันก่อนตู้เย็นเก็บน้ำยาเสีย พี่นุชรัตน์ก็เลยแบ่งน้ำยาไปเก็บตามตู้เย็นต่างๆ ที่มีอยู่ 2 3 ตู้ เอาล่ะสิ ยิ่งเป็นคนหาอะไรไม่ค่อยเจอ คราวนี้ล่ะเป็นการพิสูจน์ตัวเอง ว่าเราก็หาของเจอได้น๊ะ จะด้วยความอวดดี อวดเก่ง หรือเชื่อมั่นในตัวเอง ยังไง๊ ยังไงก็ต้องหาให้เจอ เพราะรู้ตัวเองดีว่า ครั้งนี้อยากเอาชนะตัวเองสักครั้งจะเป็นไร ก็ไม่ยอมปริปากบอกใคร ผู้เขียนพลิกตู้ ตะแคงหาก็แล้ว ตู้โน้นตู้นี้ คุ้ยทุกกล่องก็แล้ว ก็ไม่ยักกะเจอ แต่ยังไงก็เชื่อว่าน้ำยาต้องยังคงมีอยู่แน่ ๆ เพราะใน List ก็มี  
สุดท้ายเวลาผ่านไป ผ่านไป เฮ้อ ! เหนื่อย ถามดีกว่า พอถามปุ๊บนายดำก็บอกปั๊บ ผู้เขียนก็ยังไม่ค่อยอยากเชื่อก็เราก็ค้นมาแล้วไม่เห็นจะมีนี่นา ตามหลัก "กาลามสูตร" อย่าเชื่อในสิ่งที่ไม่เห็น (รึเปล่า?) นายดำก็ไปค้นหามาให้จนได้ ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อแล้วล่ะคราวนี้ เอ๊ะ ! อย่างงี้เขาเรียกว่า "ผีบังตา" รึเปล่า? ว่าเข้าไปนั่น เป็นคำแก้ตัวของผู้เขียนที่มักชอบใช้อยู่เสมอ ๆ เวลาที่หาอะไรไม่เจอ แต่..โทษตัวเองดีกว่า ยิ่งอยู่ใต้ห้องเก็บศพซึ่งกำลังปรับปรุงอยู่ด้วยสิ..จำได้สมัยเมื่อสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ ด้วยความที่ไม่ค่อยจะอ่านหนังสือ แม่ผู้เขียนก็จะบอกว่าสงสัยสอบได้เพราะ "ผีพามือ" ช่างเหอะเอาเป็นว่า "คนดีผีคุ้ม"นิ เอ๊ะ เกี่ยวอะไรกัน ??? ชักนอกเรื่องนอกราวไปกันใหญ่
แต่....ผู้เขียนก็อดแปลกใจไม่ได้ ก็เลยถามนายดำว่า รู้ได้ไง ? นายดำบอกว่าก็เมื่อกี้มาหาน้ำยา Lipase เหมือนกัน กว่าจะเจอก็เลยไปเห็นน้ำยาของ Troponin T ไง ถึงบางอ้อเลย 
แต่ครั้นจะถามก่อนเลยโดยไม่หา ก็ไม่เข้าท่า เพราะตัวเองมักสอนลูกเสมอ ให้ลูกหา(ค้นหา)ของตัวเองก่อน อย่าใช้วิธีการหาของด้วยปาก(คือการถาม สุดท้ายก็ให้คนอื่นหาให้)

เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า.....ไม่รู้สิ???

เอาเป็นว่า....ถามไปด้วย ตาก็สอดส่องค้นหาไปด้วย อย่าเอาชนะอะไรไม่เข้าท่า เสียเวลาจริง ๆ  เฮ้อ !!!

เอ๊ะ เอ๊ะ ! หรือจะใช้เครื่องมือ KM เป็น "สุนทรียสนทนา" ก็น่าจะเข้าท่าดีนิ