โควิด 21 (EP. 1 )

“เครื่องอะไรนะคุณธีรปรีชา”

ชายตัวเล็กในชุดสูทเข้มสะดุดเล็กๆ  “ขอโทษครับ”  เพราะมัวใจลอยไปถึง ดร. จุ๋ม   “ มันคือโควิดสแกนเนอร์ ครับ” เขาตอบ กระแอมนิดนึง

“ท่านหมายความว่า เจ้าเครื่องนี้สามารถสแกนคนที่ติดเชื้อโควิด 21 ได้อย่างนั้นหรือ”  ประธานสภา ท่านกิตินันท์ ถามพร้อมชี้นิ้วกลาง (เพราะนิ้วชี้ท่านด้วน) ไปยังเครื่องรูปร่างคล้ายไข่นกกระจอกเทศสีโครเมี่ยมวาวสะท้อนแสง(กลับไปที่ศีรษะของท่าน)  มีจอสี่เหลี่ยมเล็กสีแดงด้านบน และมีแผ่นรูปใบไม้ด้านข้าง  ซึ่งวางตระหง่านอยู่กลางโต๊ะห้องประชมสภา

“ใช่ครับ นักวิทยาศาสตร์ไทยสร้างมันขึ้นมา เป็นความภาคภูมิใจอย่างยิ่ง  เครื่องมีความไวสูง  แค่สัมผัสแผ่นสแกนรูปใบโพธิ์ตรงนี้ ไม่เกิน 4 วินาที  เครื่องจะบอกทันทีว่าติดเชื้อหรือไม่ อยู่ในระดับไหนแล้ว” สส. ตัวเล็กของพรรคเพื่อไทใหญ่ ตอบอย่างฉะฉาน

ทั้งสภาโคราษฏร์ มีเสียงฮืออื้ออึง สส. และรัฐมนตรีต่างหันไปคุยกระซิบกะซาบกัน บางท่านก็ยกมือถือขึ้นมาพิมพ์ยิกๆ และบางท่านก็สะกิดคนที่โงกหลับอยู่ให้ตื่น...

ประชุมวิสามัญ เกิดขึ้นทันควัน ณ 21 มค. 2565 เมื่อเกิดข่าวแพร่ระบาดของไวรัสสายพันธุ์ใหม่ล่าสุดที่ชื่อโควิด 21  หลังจากมีบทเรียนจากการแพร่ระบาดของ โควิด 19 ในปี 2563  จนเกิดผู้ป่วยในประเทศไทถึง หนึ่งล้านสองแสนสามหมื่นสี่พันห้าร้อยหกสิบเจ็ดคน (1,234,567 คน) และเสียชีวิตไปถึง หกแสนห้าหมื่นสี่พันสามร้อยยี่สิบเอ็ดคน (654,321 คน) เพราะความที่หละหลวมของรัฐบาลในการป้องกัน  ปล่อยมันแพร่กระจายไประยะที่ 3 สร้างความสูญเสียมากที่สุดในประวัติศาสตร์ชาติ  !!

 น้ำตาผู้คนหลั่งเป็นเลือด เศรษฐกิจดิ่งลงเหวลึก หนี้ NPL ล้น จนปิดกิจการธนาคารใหญ่ไป 3 แห่ง  ชนชั้นกลางขยับเป็นชนชั้นล่าง ชนชั้นล่างกลายเป็นขอทาน และโจร ขโมย ส่วนชนชั้นบนที่ล้มบนฟูกก็พากันหนีออกไปตั้งรกรากยังต่างประเทศเกือบหมด  สถานการณ์เลวร้ายจนประเทศเกือบล่ม เหมือนรัสเซี่ยน  รัฐแก้ไขโดยการกู้เงิน IMF เพื่อฟื้นฟูประเทศ กลายเป็นหนี้ผูกพันธ์ที่ยังใม่เห็นวี่แววจะชดใช้ได้หมดเมื่อไร !!  

เมื่อควบคุมโรคได้แล้ว เกิดการไม่พอใจในผู้บริหารประเทศทุกหย่อมหญ้า...!

ความขัดแย้งทำท่าจะบานปลาย ม็อบก่อตัวทุกหนแห่ง กองทัพเริ่มเคลื่อนพล  ตั้งบังเก้อกลางอนุสาวรีย์ เตรียมปะทะ  แต่แล้วมีบุรุษผู้กอบกู้สถานการณ์ได้ คือ นายฆโนทัย อดีตเจ้าของกิจการก่อสร้างหมื่นล้าน ผู้มีอิทธิพล ได้ออกมาเรียกร้องให้เกิดสนธิสัญญาแบ่งแยกประเทศ “ไท-รัฐ”   จนในที่สุดก็ยุติความขัดแย้งด้วยการแยกประเทศ ในปี 2564  โดยแยกจากไทออกมา 2 ประเทศกับ 1 รัฐ    คือ ประเทศโคราษฏร์, ประเทศเพียงใหม่, และรัฐสงขลาง  มีรัฐบาลปกครองตนเองไม่ขึ้นกับประเทศไทอีกต่อไป  แบ่งหนี้ IMF ไปชดใช้ตามสัดส่วน  ประชาชนสามารถย้ายถิ่นฐานไปอยู่ในประเทศที่ตนพอใจได้ เหตุการณ์จึงได้สงบลง

>>>>>>>>>>>>>

แต่ตอนนี้ ไม่ถึงปีดี   วิกฤติโรคระบาดมันกลับมาเยือนอีกหน  ไวรัสที่ฆ่าไม่หมด มันกลับพัฒนาสายพันธุ์ให้แข็งแกร่งกว่าเดิม ติดไวกว่า ตายเร็วกว่า ฆ่ายากกว่า ในชื่อ โควิด 21  !!

หนนี้ประเทศโคราษฏร์ ประเทศที่ไฮเทคสุดเด่นในด้านเทคโนโลยี่   ก็ถือว่าตื่นตัวที่สุด เปิดประชุมวิสามัญก่อนประเทศอื่นๆ พร้อมเปิดตัวเทคโนโลยี่ล้ำกว่าประเทศไหนๆ ในโลก ด้วยเครื่องสแกนไวรัส โดย สส. ธีรปรีชา นำมาเสนอในที่ประชุม

“ผลการทดลองได้ผล 100% สแกนผู้ป่วยเจอทุกคน” ท่านธีรปรีชาย้ำกับที่ประชุม “ถ้าเช่นนั้น ในฐานะผู้นำประเทศ พวกเราต้องสแกนตัวเราก่อนเลย” นายกรัฐมนตรี ท่านธีระพงษ์ ตัดสินใจเร็ว กล่าวเสียงดังผ่านไมค์ยี่ห้อชัวส์ตัวละหกหมื่นสาม

“ขอให้ทุกท่านเข้าแถว ห่างกันหนึ่งช่วงแขน โดยอย่าแตะต้องตัวกัน”  เสียงนายกฯ เชิงออกคำสั่ง  ทำให้ห้องประชุมเงียบลงทันที   แม้จะบอกว่าเป็นประชาธิปไตยก็ตาม แต่ลึกๆ ประเทศนี้ก็เป็นเผด็จการเงียบๆ ซึ่งถือว่าดีในสถานการณืเช่นนี้ ... รองนายก ท่านอนันตะ ขยับตัวลุกตั้งแถวคนแรก...

ในแถวรอคิวสแกน โดยการสัมผัสมือกับใบโพธิ์สีโครเมี่ยมของเครื่อง สีหน้าของรัฐมนตรีและสส. แตกต่างกันไป แม้จะใส่แมส แต่ก็ยังสังเกตออกว่า บางคนมีสีหน้าที่มั่นใจ บางคนยังยิ้มแย้ม  บางคนพยายามเก็บอาการ บางคนกังวลเห็นได้ชัด และบางคนก็หน้าซีด

ตื้ดติ้วๆ จิ๊บๆๆ  เสียงร้องเหมือนนกกระจอกแตกรัง คือสัญญาณว่าพบผู้ติดเชื้อแล้ว แถวถึงกับแตก  รปภ. ในชุดสูทดำแบบหนัง Men in black เข้าควบคุมสถานการณ์ พา สส. วิจิตร แห่งพรรคอนาคตใหม่เอี่ยม (ที่หน้าซีดในแถว) พยุงออกจากแถว ขึ้นเตียงพยาบาลที่เตรียมพร้อม พยาบาล 4 คนสรวมชุดคล้ายมนุษย์อวกาศสีขาวขุ่น เข็นเตียงออกจากห้องอย่างรวดเร็ว

“อย่าตกใจครับ นักวิทยาศาสตร์เราบอกว่า ใกล้จะได้วัคซีนรักษาโรคนี้แล้ว อย่าตกใจ” สส. ธีรปรีชา ให้ความมั่นใจ แถวจึงกลับมาสงบเหมือนเดิม  การสแกนดำเนินไปจนจบการประชุมอย่างขลุกขลักด้วยการพบผู้ติดเชื้อรายที่ 2 คือ รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุข (เป็นซะเอง ) ท่านแมนมนต์...

"ทั้งสองถูกกักกันโรค 14 วัน และต้องได้รับการรักษาที่ดีที่สุด ขอให้พบวัคซีนโดยเร็วเถิด"  นายกฯ กล่าวสรุป พร้อมปิดประชุม  

“ต้องยกความดีให้ ดร.จุ๋ม”  สส. ธีรปรีชาคิด ... ไม่น่าเชื่อว่าสาวสวยที่เจอในผับย่านบัวเล็ก คือ ดร. ผู้เชี่ยวชาญโรคมหากาฬนี้...โชคดีเหลือเกินที่ได้ไปทักเธอในวันนั้น  เธอคนนี้ เก่งและสวยเซ็กซี่ สส. หนุ่ม ใจลอยอีกครั้ง ขณะเดินกลับที่จอดรถ จนสะดุดขั้นประตูเกือบหัวทิ่ม...

ประเทศอื่นๆ เหตุการณ์ดูแย่ลง โควิด 21 ควบคุมยากกว่า โควิด 19 แม้จะกักผีน้อยแล้ว เชื้อก็ยังเล็ดลอดมาได้ รัฐเตือน-เข้าสู่ระยะที่ 3 !!

เหตุการณ์จะเป็นอย่างไรต่อไป   โปรดติดตามภาค 2

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน โควิด 21



ความเห็น (0)