โคโรนาไวรัส ที่เกิดจากเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน เริ่มที่จะเผยแพร่ไปรอบๆโลก ผู้ติดเชื้อรายใหม่เกิดขึ้นทุกๆวัน สัปดาห์ที่ผ่านมา มีผู้ติดเชื้อเกิดขึ้นในญี่ปุ่น, สหรัฐ, และเยอรมัน

ผู้ติดเชื้อรายใหม่เกิดขึ้นในสิงคโปร์, ฟิลิปปินส์, อินเดีย, และหลายประเทศ ในแง่มุมของการพัฒนา องค์การอนามัยโลกประกาศให้ไวรัสนี้คือ “เรื่องฉุกเฉินระดับโลก” และสหรัฐเดือนพวกอเมริกันไม่ให้เดินทางไปประเทศจีน

ข้อเสียของอยู่ใกล้ชิดกับจีน

ชาติในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะมีการค้า, การเดินทาง, ดินแดนที่ใกล้ชิดกับจีน ก็เลยไม่น่าแปลกใจแต่อย่างใดที่ภูมิภาคนี้ ซึ่งนอกจีนและฮ่องกง จะเผชิญกับผู้ติดเชื้อโคโรนาไวรัส

มันน่าจะเป็นได้ว่าไม่มีการเตรียมการแต่อย่างใดในการหยุดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส

เอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นการเดินทางของการท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุดสำหรับนักท่องเที่ยวชาวจีน และเพราะเหตุตรุษจีน การเดินทางของนักท่องเที่ยวออกจากอู่ฮั่นจึงเกิดขึ้น ก่อนที่เมืองจะถูกปิด

เป็นที่แน่นอนว่าเจ้าหน้าที่ของจีนจะบอกข้อมูลกับประเทศต่างๆเป็นไปได้น้อยมาก

มีเพียงสิงคโปร์ที่ทำได้สำเร็จ

ถึงแม้ว่าฝ่ายจีนจะระมัดระวังในเรื่องนี้ แต่ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หลายประเทศไม่ได้เตรียมรับไวรัสนี้อย่างดี เผลอๆจะมีการระบาดในประเทศนั้นด้วย

ข้อเท็จจริงที่ว่ารัฐบาลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้รับมือเรื่องไวรัสอย่างไม่มีความพร้อม ยกเว้นประเทศสิงคโปร์ ประเทศสิงคโปร์ไม่เป็นรัฐที่มีเมืองใหญ่เท่านั้น แต่ยังร่ำรวย เมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน และมีการรณรงค์ทางสุขอนามัยเป็นอย่างดี

ญาติที่ไม่สนิทกันในประเทศอาเซียน

ไม่ใช่เพื่อนบ้านของสิงคโปร์ที่ยากจนมากกว่าจะเป็นเรื่องผิด รัฐบางรัฐเช่น กัมพูชา และเวียตนาม ก็มีทรัพยากรทางสุขอนามัยที่จำกัด

พื้นที่แผ่นดินใหญ่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งใกล้กับพรมแดนจีน โดยธรรมชาติสามารถไม่สามารถห้ามคนข้ามพื้นได้ ยิ่งไปกว่านั้นอีก พื้นที่อย่าง พรมแดนระหว่างพม่า-จีน ซึ่งพรมแดนพวกนี้ไม่ถูกควบคุมโดยรัฐบาลกลาง

 แต่อย่างที่เกิดขึ้น พม่าไม่มีผู้ติดเชื้อ ถึงแม้กัมพูชา และเวียตนามจะมีผู้ติดเชื้อก็ตาม

เผด็จการ กับ การสาธารณสุข

ถึงแม้จะมีการเตือน แต่การปฏิบัติจริงๆยังไม่สอดคล้องต้องกันนัก รัฐแผ่นดินใหญ่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ปกครองด้วยเผด็จการ มีแนวโน้มที่จะไม่บอกข้อมูลให้ประชาชนของตนรู้

จริงๆแล้วรัฐบาลเผด็จการในแผ่นดินใหญ่กังวลกับการบอกข้อมูลอย่างโปร่งใสจะนำมาซึ่งความโกรธสาธารณะ ในความเป็นจริง พวกนี้กลัวสาธารณะชนของตนเองมากกว่าการระบาดของโคโรนาไวรัส

หากให้เข้าใจมากกว่านี้ ความไม่สามารถของพวกเขาในการแบ่งปันข้อมูล รวมทั้งการขาดซึ่งความเร่งรีบในการสร้างมาตรการการควบคุมที่ประสิทธิภาพ ทำให้พลเมืองของตนกลัว ความพยายามในการให้ข้อมูลก็กลายเป็นว่าไวรัสแพร่กระจายไปก็แค่นั้น

ภายใต้ความกดดัน ในการต่อสู้กับโคโรนาไวรัสอย่างมีประสิทธิภาพมากกว่านี้ เวียตนามจึงใช้มาตรการเด็ดขาด กล่าวคือปิดพรมแดนที่ติดกับจีน และหยุดการท่องเที่ยวจากประเทศจีนซะ

เครือญาติทางสภาพอากาศ

ถึงแม้ว่ารัฐเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะมีความตระหนักในสภาพอากาศ แต่การโต้ตอบกลับไม่ได้ผลและเชื่องช้า เจ้าหน้าที่อินโดนีเซียทำบางสิ่งได้เชื่องช้ามากๆ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข คือ Terawan Agus Putranto กล่าวว่าสภาพอากาศไม่ส่งผลต่อไวรัส

เขาพูดกับสาธารณะว่า “อย่าตื่นกลัว จงสนุกกับมัน” เขายังเตือนให้ชาวอินโดนีเซียให้สวดมนต์ และมองในแง่ดี (อ้อแต่อย่างน้อยเขาก็บอกพวกชาวอินโดฯว่าให้หมั่นล้างมือ)

ประเทศไทยสอบการทดสอบตก

แต่ประเทศไทยคือตัวอย่างในประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ว่าสอบตกในเรื่องโคโรนาไวรัส

ราชอาณาจักร ที่มีทัวร์จีนลงเยอะมากๆ และมีบริษัทที่ค้าขายกับจีนและการลงทุนกันจีน ตอนนี้ถือเป็นประเทศที่มีผู้ติดเชื้อมากที่สุดรองจากจีน

ทุกๆผู้ติดเชื้อคือนักท่องเที่ยวชาวจีน แต่การระบาดในท้องถิ่นอาจเกิดขึ้นได้ ประเทศไทยมีการหย่าขาดจากจีนทีละหน่อย บางครั้งอาจเกิดจากการกระทบกับความสัมพันธ์ทางการทูตกับปักกิ่ง และยังคงให้การท่องเที่ยวยังคงอยู่ต่อไป

ประเทศไทยไม่เต็มใจในการให้ข้อมูลเกี่ยวกับไวรัส และแน่นอนว่าข้อมูลเรื่องการป้องกันก็ไม่พูดถึงเช่นกัน

ปัญหาคือนายกฯประยุทธ์ ถึงแม้โดยเทคนิคแล้วจะได้รับการเลือกตั้ง แต่เขาครองอำนาจมาตั้งแต่ปี 2014 โดยการรัฐประหาร เขามีการคิดแบบสั้นๆ

ประยุทธ์ยังคงมีชื่อเสียงน้อยกว่าผู้นำฝ่ายค้าน และรัฐบาลผสมก็มาจากร้อยพ่อพันแม่ ถึงแม้ว่าทหารจะอยู่ข้างเขา แต่พรรคต่างๆก็ยังคงอุ้ยอ้ายไม่ทันใจ

นโยบายข้อมูลที่ต้องกันด้วยตนเอง

เมื่อมีข่าวเรื่องไวรัสสู่สาธารณะ แต่รัฐบาลไทยยังคงให้ข้อมูลผิด ที่ทำให้ผู้คนสับสน และมองไวรัสแบบต่ำเกินไป

เจ้าหน้าที่รัฐเหมือนว่าจะโมโห เพราะพวกเขาโปร่งใสในเรื่องจะจัดการการระบาดอย่างไร

ผลยิ่งน่ากลัว เจ้าหน้าที่ไทยเตือนว่าการระบาดจะอยู่ในการท่องเที่ยวที่มีขนาดใหญ่ เช่นกรุงเทพฯ หรือภูเก็ต ซึ่งพบผู้ติดเชื้อมาก

เมื่อนายกฯป่วยเมื่อต้นสัปดาห์ รัฐมนตรีสาธารณสุขยืนยันว่าเขาแค่ป่วย ไม่ใช่ติดโคโรนาไวรัส

เมื่อไวรัสแพร่กระจาย การคลำอย่างเงอะงะของอาณาจักรต้องจ่ายอยู่มากโข

แปลและเรียบเรียงจาก

Joshua Kurlanzick. Weak and Undemocratic Governance is Dangerous for Your Health.

https://www.cfr.org/article/weak-and-undemocratic-governance-dangerous-your-health