2020-02-09 Revision B

2020-02-09

170208-1- ศัพท์ ที่มักสับสน ในการใช้ ชุด B – Brand

8 กุมภาพันธ์ 2017 08:09 น.

http://www.gotoknow.org/posts/622857

การใช้ถาษาอังกฤษ ที่ถือว่า ถูกต้อง ในที่นี้ เป็นไป ตามมาตรฐาน ของภาษา

การใช้ภาษาอังกฤษ ไม่กำหนดมาตฐาน ถือตามส่วนใหญ่ที่ใช้แต่ละท้องถิ่น

ความหมาย อาจยืดหยุ่น ขึ้นอยู่กับ ตำแหน่ง/หน้าที่ ในประโยค

Revised on 2017.02.07

This is to SUPERSEDE 170208-1

Brand

Common Errors In English Usage

การใช้ชื่อตรา คือ “Brand Names” โดยทั่วไป บ่อยครั้งเปลี่ยน

จาก Brand Name ไปเป็น Generic Name ซึ่งไม่เป็นที่นิยม และเลิกใช้ในที่สุด

โดย Generic Name คือ ชื่อ สามัญทางวิทยาศาสตร์ ที่เป็นชื่อเดิม

เช่น ชื่อของยา ที่ใช้ใน pharmacopoeia (บัญชีชื่อ ของเภสัช)

ที่ไม่ใช้ เป็น Trademark เป็นชื่อที่ ตั้งโดยผู้ค้นพบหรือผลิต ตัวยานั้น

(ที่จะต้องได้รับอนุมัติ จากเจ้าหน้าที่แห่งชาติ/นานาชาติ)

ที่บ่อยครั้ง ถูกนำมาใช้เป็น “ชื่อทั่วไปของสิ่งของแบบเดียวกัน ที่ต่าง ผู้ผลิต”

กระทั่งทำให้ ชื่อเฉพาะของสิ่งนั้น ถูกลืม

เช่นที่ เรารู้จัก ผงซักฟอก ไม่ว่า “brand ใด” ว่าคือ FAB

หรือ รู้จัก กระดาษเช็ดหน้า ทุกตราว่า “Kleenex”

ความมีชื่อเสียงทางพาณิชย์ ของสินค้าเช่นนี้ เป็น ดาบสองคม

ที่ ยอดขาย อาจลด หรือเพิ่ม ก็เป็นได้ ทั้งนั้นจากการเป็นที่รู้จักทั่วไป

ที่น้อยคนอาจไม่สนใจ “brand” ว่าสิ่งที่ซื้อเป็นของตรานั้นหรือไม่

หลายคำ ไม่คงอยู่นาน เช่นที่เคยเรียก “เครื่องดูดฝุ่น” ว่า “Hoover

ที่เคยโด่งดัง จนใช้เป็น กริยา เรียก “to vacuum” เป็น “to hoover

คำ Brand-New หมายถึง “entirely new” “fresh” หรือ “unused”

Collins COBUILD English Dictionary

การใช้ “brand” หรือ “make”

ว่า “a brand” คือ ‘a product’ ที่มีชื่อของตนเอง ทำโดยบริษัทหนึ่ง

ตามปกติ ใช้ “brand” เพื่อกล่าวถึง สิ่งที่คุณซื้อในร้าน

เช่น อาหาร/เครื่องดื่ม และ เสื้อผ้า เช่น

‘This is my favorite brand of cereal.’

‘I bought one of the leading brands.’

อย่าสับสนคำ “brand” กับ “make

ใช้ “make” เพื่อกล่าวถึง ชื่อของ ผลิตภัณฑ์

เช่น เครื่องจักร หรือ รถ ที่มีอายุการใช้งาน ยาวนาน เช่น

‘This is a very popular make of bike.’

ข้อควรระวัง:

อย่าใช้ นาม รูป พหูพจน์ตามหลัง “brand of” หรือ “make of

เช่น อย่ากล่าวว่า “a make of vehicles”

ให้ใช้ว่า “a make of vehicle.”

ข้อควรระวัง:

อย่ากล่าว เกี่ยวกับ “the mark” ของผลิตภัณฑ์ หนึ่ง

เช่น อย่ากล่าวว่า “What mark of coffee do you drink?”

ให้ใช้ว่า “What brand of coffee do you drink?”

อย่ากล่าวว่า “What mark of car do you drive?”

ให้ใช้ว่า “What make of car do you drive?”

Merriam-Webster Dictionary

ประวัติการใช้ คำ 'Bran(d)-new' และ 'Spanking' และ 'fire' ที่เกี่ยวข้อง

ได้มีการใช้ “Brand-new” เพื่อกล่าวถึง สิ่งที่ “completely new” และ ยังไม่ได้ใช้งาน

มาตั้งแต่ ปลายศตวรรษที่ 16 โดยคำ Brand มาจาก Old English เพื่ออ้างถึง

“a piece of burning wood

คำ “Fire-new” ก็ใช้ในความหมายคล้ายกันมาตั้งแต่ ศตวรรษที่ 16 เช่นกัน

ทั้งสองคำ อ้างถึง ”newness of an object fresh from the fire, forge, or furnace”

ปัจจุบัน ถือว่า สิ่งที่ brand-new คือสิ่งที่ “fresh from the manufacturer

มีคำผันแปรอื่นจาก bran-new และ คำพ้องเช่น span-new.

คำ Bran-new ที่พัฒนาในศตวรรษที่ 17 อาจเป็นเพราะ

สะท้อนการสะกดที่ใช้ทั่วไปของคำ brand-new

เช่นเดียวกับวิธีที่คำ minced meat ที่ได้ผันแปรเป็น mincemeat

การผันแปรเช่นนี้ คงยังมีอยู่ในงานวรรณกรรมของนักเขียนมืชื่อ เช่น

Charles Dickens, Washington Irving และ Mark Twain

คำพ้อง span-new มีประวัติย้อน ถึงศตวรรษที่ 14 ว่ามาจาก Old Norse

ว่า spānn หมายถึง "chip of wood"

ที่คำ Span-new อาจพัฒนา จากแนวคิด ว่า something being as fresh as a newly cut chip. (ที่อาจเป็น ต้นกำเนิดของวลี spick-and-span)

คำผสมที่พบในภาษาพูดของคนอังกฤษ ว่า bran-new และ span-new

เช่น bran-span and bran span new.

ข้อสันนิษฐานเช่นนี้ ยังปรากฎใน The Dictionary of American Regional English

ที่กล่าวเกี่ยวกับคำ bran-new และ fire-new

bran(d)-fire-new และ bran(d)-fired-new

อีกคำที่เข้าร่วม กับ brand-new คือ spanking

ที่ปรากฎในภาษาอังกฤษ แบบลึกลับ เมื่อกลางศตวรรษที่ 17

โดยใช้นำหน้า กริยา spank มาเกือบ 50 ปี

โดยเริ่มต้นใช้ เป็น adjective บรรยายถึง

สิ่งที่ทำให้มีความ remarkable หรือ exceptional in some way.

ต่อมาได้ พัฒนาให้ใช้เป็น adverbial ที่บ่อยครั้งพบในวลี spanking new

คำ นาม brand สามารถ อ้างถึง “a mark” ที่เกิดจากการประทับด้วยเหล็กร้อน

ที่เกิดก่อน brand-new เล็กน้อย ในศตวรรษที่ 16 เป็นการอ้างถึง an identifying mark

ที่ประทับบนผิวของ อาชญากร เพื่อแสดงให้เห็น ลักษณะของความผิดที่ได้ทำ

การประทับตราเช่นนี้ กับ cattle หรือ horses เริ่มใน USA ในอีกศตวรรษ ต่อมา

แต่ควรเป็นข้อสังเกตุ ว่า ใช้การตีตรา เพื่อแสดงความเป็นเจ้าของ มีมาก่อนแล้ว

ทางการค้าใน ศตวรรษที่ 18 มีการใช้  brand เป็นเครื่องหมายแสดงความเป็นเจ้าของ

โดยทั่วไป ใช้การเผา แล้วประทับ บนไม้หรือเหล็กของ ถังหมักไวน์

ในศตวรรษ ต่อมา คำนี้ พัฒนา ความหมายไปอ้างถึง ‘a class of goods’

ที่แสดงด้วย ชือ ว่าเป็น ผลผลิตของ ผู้ทำรายหนึ่งโดยเฉพาะ เช่น

"What brand are those jean?"

หรือ "I'm trying a different brandof soap."

มีการใช้ คำ BRAND NAME เมื่อต้น ศตวรรษ 1900 และตามด้วย “name brand”