ไหลตามกระแสธรรมชาติ  ข้อสะท้อนคิดของ ศ. ดร. นพ. สุรศักดิ์บูรณตรีเวทย์

ศ. ดร. นพ.สุรศักดิ์ บูรณตรีเวทย์ ส่งบันทึกสะท้อนคิดชีวิตของตนเองมาแบ่งปันแก่สังคม เมื่อวันที่ ๔กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓   ผมคิดว่ามีประโยชน์จึงนำมาลงไว้

 

ตั้งแต่ต้นปี 2562 จนถึงก่อนหน้านี้ 1สัปดาห์ ผมต้องจมอยู่ในวังวนของความคิดความรู้สึกที่ไม่มีสุขตลอดปีที่ผ่านมาด้วยความวิตกจริตของผมหลังจากตื่นขึ้นมาตอนเช้ามืดวันหนึ่งแล้วกลัวอย่างมากว่าหากในอนาคตภรรยาผมจากไปลูกๆ แยกไปมีครอบครัว ผมจะอยู่ได้อย่างไร   ทำให้ผมลองนั่งประเมินซึมเศร้าตนเอง    คะแนนออกมาก้ำกึ่งผมจึงสั่งยาซึมเสร้าให้ตนเองและกินตามแนวทางการรักษาซึมเศร้ามาตลอดจนกระทั่งลดยาและหยุดไปได้เมื่อปลายเดือนกันยายนปีที่แล้ว

 

ถึงกินยาครบแล้วอาการก็ไม่ได้โปร่งโล่งสบายแต่ก็ไม่ได้วิตกจริต ซึมเศร้าใดๆ จะออกแนวไม่อยากออกสังคมเท่าไรประมาณนั้นแม้ตอนที่ไปร่วมจัด workshop transformative learning ให้อาจารย์ใหม่รามา ก็ยังแบกความรู้สึกไม่ค่อยอยากพบปะผู้คนมากมายไปด้วยในวันแรกของการจัด workshop ได้ลองปล่อยไปตามกระแสโดยอาจารย์ท่านอื่นบอกให้ทำอะไรก็ทำไปเรื่อยหากเป็นแต่ก่อนจะหงุดหงิดว่าจะอะไรกันนักหนา ตื่นเช้าวันรุ่งขึ้นของการจัด workshopหัวสมองและจิตใจปลอดโปร่งขึ้น ความคิดค่อยๆ ผุดออกมาจนกระทั่งวันนั้นไม่รู้สึกอยากหลีกลี้หนีหน้าคนแปลกหน้าและกล้าที่จะแสดงความคิดเห็นต่างๆ ออกไปหลังเหตุการณ์นั้นกลับมามีอารมณ์ไม่อยากพบปะคนแปลกหน้าอีกเหมือนเดิม

 

จนกระทั่งเมื่อเดือนที่ผ่านมาได้ออกชุมชนกับนักศึกษาปี3 ระหว่างการออกก็ยังรู้สึกไม่อยากพบผู้คนแต่พอได้ร่วมกิจกรรมกับนักศึกษาและพบปะชาวบ้าน ทำให้ดีขึ้นและคืนสุดท้ายที่ได้นั่งคุยกับนักศึกษาทำใหโปร่งสบายมากขึ้น

 

การเสียชีวิตของพี่ทวีศักดิ์และการที่ผมได้ไปเคารพศพพี่เขาเป็นครั้งสุดท้าย ทำให้ผมโปร่งโล่งสบายและไม่กลัวที่จะพบปะผู้คนแปลกหน้าอีกต่อไปพี่ทวีศักดิ์ทำให้ผมเห็นว่าการที่เราจะยืนหยัดสู้กับความไม่เป็นธรรมไม่ว่าจะใหญ่จะเล็กแค่ไหนเป็นอย่างไรรวมทั้งแสดงให้เห้นถึงความอิ่นน้อมถ่อมตนที่อยู่ในตนเอง ทำให้ผมเห็นชัดเจนขึ้นว่าผมไม่จำเป็นต้องทำเป็นคนอ่อนน้อมอย่างเดียวเมื่อถึงเวลาที่ต้องเข้มแข็งยืนหยัดต่อเรื่องไม่ถูกต้องก็ต้องกล้าแสดงออกถึงแม้คนอื่นอาจดูว่าผมก้าวร้าว แต่ผมรู้ตัวเองดีว่าภายในแล้วอารมณ์ผมเป็นอย่างไร

 

เรื่องที่ค้างคา 2เรื่องกำลังจะเริ่มคลี่คลาย ต้องขอบคุณคนที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย 2คืนก่อนเป็นครั้งแรกในรอบสิบปีที่อาการปวดตึงกล้ามเนื้อคอบ่าไหล่ของผมหายเป็นปลิดทิ้งโดยไม่สามารถอธิบายได้ว่าเกิดขึ้นได้อย่างไรเช้าเมื่อวานผมจึงลองผ่อนคลายให้เต็มที่ตั้งแต่ขับรถซึ่งปกติผมจะหัวร้อนเวลาขับรถแล้วเจอคนไม่เคารพกฎระเบียบเมื่อวานตอนเช้าผมผ่อนคลายไม่หัวร้อนแต่เมื่อถึงคราวที่มีรถขับผิดกฎก็จะบีบแตรเตือน เช้าเมื่อวานต้องตรวจคนไข้ให้เสร็จ11 คน เพื่อออกจากที่ทำงานไปพูดที่สภาการพยาบาลบรรยายตอนเที่ยง

 

ผมตรวจคนไข้และอธิบายคนไข้ฟังมีคนไข้คนหนึ่งถามถึงเรื่องการใช้ยาและผมเห็นว่าคนไข้เคยไปต่างประเทศมาแล้วเลยเปิด websiteยาจากต่างประเทศและอ่านพร้อมกับคนไข้ ทำให้คนไข้เข้าใจมากขึ้นและได้บอกคนไข้ให้ลองไปสืบค้นดูต่อไปเวลาสงสัย และไปบอกเพื่อนๆ ด้วยหากเพื่อนมีคำแนะนำอะไรที่แปลกๆ มาบอก ตรวจคนไข้เสร็จ 11 คน เริ่มมีอาการแสบคอขับรถออกไปเติมลมยาง และตอนแรกที่ว่าจะสั่ง burger king มาส่งที่ทำงานเพื่อกินก่อนไปพูดแต่ app สั่งอาหารมันคอยบอกว่าอาหารจะมาส่งเวลาที่หลังจากออกจากที่ทำงานแล้วจึงเปลี่ยนใจที่จะแวะซื้อขนมปังเพื่อกินระหว่างขับรถไปสภาการพยาบาลและก็ไปถึงสภาการพยาบาลก่อนเวลา 15 นาทีพร้อมกับท้องอิ่ม

 

พูดเสร็จมีเรื่องกวนใจที่ค้างคาเรื่องหนึ่งด้วยความที่ผมมโนไปเองทำให้อาการปวดตึงคอบ่าไหล่กลับมาอีกครั้งวันนี้เรื่องดังกล่าวก็ยังตามมากวนใน จนกระทั่งบ่ายนี้ตัดสินใจโทร คุยกับพี่ติ๊กและเมื่อได้คุยทำให้ผมรู้ว่าผมมโนไปเองจริงๆ ต้องขอบคุณพี่ติ๊กที่ชี้ให้เห็นทางสว่าง

 

ได้ยินและพยายามทำมานานในเรื่องทำเหตุให้ดีไม่ต้องหวังผล ปล่อยให้เป็นไปตามกระแสธรรมชาติ เพิ่งจะ 2วันนี้ที่ได้สัมผัสมันจริง โปร่งโล่ง สบาย

 

ขอบคุณครับ.

 

ผมขอให้ความเห็นเสริมว่า   การออกกำลังแบบแอโรบิก วันละ ๓๐ นาที   สัปดาห์ละ ๔ - ๕ วัน   จะช่วยให้จิตใจโปร่งโล่งสบาย   นอนหลับดี  ความเครียดหายไป  - วิจารณ์ พานิช